Passive Modals: It can be done!

สวัสดีน้องๆ ม. 5 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเรื่อง Passive Voice ในกริยาจำพวก Modals กันครับ ถ้าพร้อมแล้วเราลองไปดูกันเลย
passive modals

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

Passive Modals คืออะไร?

ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้เรื่อง Passive Modals ในวันนี้ เรามาทำความรู้จักกริยาที่เรียกว่า Modals กันก่อนนะครับ ซึ่งมันคือกริยาช่วยประเภทหนึ่ง โดยมีดังนี้ครับ

 

Modals

Meaning

can/could

สามารถ

will/would

จะ

shall

จะ (เก่ามากแล้ว ไม่ค่อยนิยมใช้)

should

ควร

may/might

อาจจะ

must

ต้อง

ought to

ควร

have/has/had to

ต้อง

 

ซึ่งหลักโครงสร้างของกริยาเหล่านี้ในประโยคก็คือ

modal structure

*น้องๆ ควรจำให้ได้ว่า Modals จะตามด้วยกริยาที่เป็นรูปปกติ (Infinitive) เท่านั้นนะครับ

ตัวอย่าง

I should finish my homework before midnight.
(ฉันควรทำการบ้านให้เสร็จก่อนเที่ยงคืน)

I will tell you my story next time we meet.
(ฉันจะเล่าเรื่องของฉันให้ฟังในครั้งหน้าที่เราเจอกันนะ)

Everybody has to book a ticket for an international flight.
(ทุกคนต้องจองตั๋วสำหรับการบินต่างประเทศ)

modal example

 

โครงสร้างและตัวอย่าง

น้องๆ น่าจะเคยเรียนเรื่อง Passive Voice กันมาบ้างแล้วใช่มั้ยครับ? ซึ่ง Passive Modals นั้นก็คือการที่เรานำกริยาเหล่านี้มาทำให้อยู่ในรูป Passive หรือถูกกระทำนั่นเองครับ ซึ่งโครงสร้างของมันก็คือ

passive modal structure

โดยที่จะเน้นว่าประธานของประโยคเป็นผู้ถูกกระทำเหมือนกันกับ Passive Voice เลยครับ (เรียนรู้เรื่อง Passive Voice ได้ที่นี่)

 

ตัวอย่าง

My homework should be finished (by me) before midnight.
(การบ้านควรจะถูกทำให้เสร็จก่อนเที่ยงคืน)

My story will be told (by me) next time we meet.
(เรื่องราวของฉันจะถูกเล่าครั้งหน้าที่เราเจอกัน)

A ticket for an international flight has to be booked (by everyone).
(ตั๋วสำหรับการบินต่างประเทศต้องถูกจอง)

passive modal example

 

ซึ่งโดยปกติแล้วเราจะใส่ by (ผู้ที่กระทำ) หรือไม่ใส่ก็ได้ครับหากว่ามันไม่จำเป็นหรือไม่มีผลต่อความหมายของประโยค

น้องๆ จะเห็นได้ว่า Passive Modals นั้นมีลักษณะการใช้ไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะครับ? และน้องๆ สามารถศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมจากวิดีโอของ NockAcademy ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

NokAcademy_ม2 การใช้ Yes_No Questions  และ Wh-Questions

การใช้ V. to be + ร่วมกับ Who/ What/Where…

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.2 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง “การใช้ Wh-questions ร่วมกับการใช้ V. to be” ไปลุยกันเลยจร้า Sit back, relax, and enjoy the lesson! —นั่งพิงหลังชิวๆ ทำใจสบายๆ แล้วไปสนุกกับบทเรียนกันจร้า— Getting stared with ” Question Words

อยากเขียนเก่ง เขียนได้ดี ต้องเรียนรู้วิธีใช้ภาษาเขียนให้ถูกต้อง

บทนำ สวัสดีน้อง ๆ ทุกคน สำหรับวันนี้เราจะมาเข้าสู่บทเรียนภาษาไทยในเรื่องของระดับภาษา แต่จะเฉพาะเจาะจงไปที่การใช้ภาษาเขียนให้ถูกต้อง เหมาะสม เพื่อให้น้อง ๆ ทุกคนนำไปใช้ในการเขียนข้อสอบ หรือเขียนรายงานเรื่องต่าง ๆ ได้เหมาะสมมากขึ้น เพราะด้วยความที่ภาษาเขียนเป็นภาษาที่มีแบบแผน มีหลักในการเลือกใช้ เราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาเขียนอย่างละเอียด ถ้าน้อง ๆ ทุกคนอยากรู้แล้วว่าวันนี้มีบทเรียนอะไรที่น่าสนใจบ้างต้องมาดูไปพร้อม ๆ กัน   ภาษาเขียน คืออะไร?  

ข้อสอบO-Net เรื่องจำนวนจริง

ข้อสอบO-Net ข้อสอบO-Net ในบทความนี้จะคัดเฉพาะเรื่องจำนวนจริงมาให้น้องๆทุกคนได้ดูว่าที่ผ่านมาแต่ละปีข้อสอบเรื่องจำนวนจริงออกแนวไหนบ้าง โดยบทความนี้พี่ได้นำข้อสอบย้อนหลังของปี 49 ถึงปี 52 มาให้น้องๆได้ดูพร้อมเฉลยอย่างละเอียด เมื่อน้องๆได้ศึกษาโจทย์ทั้งหมดและลองฝึกทำด้วยตัวเองแล้ว น้องๆจะสามารถทำข้อสอบทั้งของในโรงเรียนและข้อสอบO-Net ได้แน่นอนค่ะ ข้อสอบO-Net เรื่องจำนวนจริง ปี 49   1.   มีค่าเท่ากับข้อในต่อไปนี้     60      

การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์

การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์

การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ บทความนี้ได้รวมรวมเนื้อหาและตัวอย่างเกี่ยวกับ การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ ไว้อย่างหลากหลายและแสดงวิธีทำอย่างละเอียด  แต่ก่อนที่น้องๆจะได้เรียนรู้เรื่องนี้น้องสามารถทบทวน การเขียนเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มบวก และ การคูณเลขยกกำลัง เมื่อเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มบวก (กดลิ้งค์ที่ข้อความได้เลยค่ะ)  ซึ่งจะทำให้น้องๆ ได้เรียนรู้เรื่องต่างๆอย่างง่ายดาย ซึ่งได้นำเสนออกมาในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ทำให้น้องๆสนุกกับการเรียนคณิตศาสตร์ ฝึกการเขียนจำนวนในรูปเลขยกกำลังที่มีฐานเป็น 10 ดังนี้ 10 = 10 = 10¹ 100 = 10

ตัวอย่างโจทย์ปัญหา + – × ÷ เศษส่วนและจำนวนคละ

หัวใจสำคัญของการทำโจทย์ปัญหาก็คือการวิเคราะห์ประโยคที่เป็นตัวหนังสือออกมาเป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์หรือเรียกสั้นๆว่า “การตีโจทย์”ถ้าเราวิเคราะห์ถูกต้องเราก็สามารถแสดงวิธีคิดได้ออกมาอย่างถูกต้องคำตอบที่ได้ก็จะถูกต้องตามมาด้วย ดังนั้นสิ่งที่น้อง ๆจะได้รับจากบทความนี้คือการฝึกวิเคราะห์โจทย์ปัญหาและการแสดงวิธีทำ รับรองว่าถ้าอ่านบทความนี้แล้วนำไปใช้จะได้คำตอบที่ถูกทุกข้ออย่างแน่นอน

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1