อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง เรียนรู้ตัวบทและคุณค่าในเรื่อง

อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

จากที่ได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาและเรื่องย่อของอิเหนากันไปแล้ว บทเรียนภาษาไทยในวันนี้เราจะยังอยู่กับอิเหนากันนะคะ เพราะนอกจากที่มาและเรื่องย่อแล้ว วรรณคดีเรื่องนี้ก็ยังมีเรื่องอื่นให้น่าสนใจและน่าศึกษาเช่นกัน ถ้าพร้อมแล้วเราไปศึกษาตัวบทและคุณค่าที่แฝงอยู่ในเรื่อง อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง กันเลยค่ะ

 

ตัวบทเด่น ๆ ในอิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง

 

บทที่ 1 

อิเหนา

 

ถอดความ เป็นตอนที่ท้าวกะหมังกุหนิงให้ราชทูตนำสาส์นไปมอบให้ท้าวดาหาเพื่อสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำ โดยบทนี้เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งที่ท้าวกะหมังกุหนิงเขียนถึงท้าวดาหา โดยเปรียบว่าตนเป็นเหมือนรองเท้าที่จะอยู่เคียงกับท้าวดาหา ดังนั้นจึงจะขอสู่ขอพระธิดาให้กับวิหยาสะกำ

 

บทที่ 2

อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง

 

ถอดความ เป็นชมดง เกิดขึ้นในตอนที่อิเหนากำลังยกทัพไปเพื่อช่วยท้าวดาหา โดยระหว่างทางก็ชมนกชมไม้ไปด้วยแล้วเกิดความรู้สึกคิดถึงเมียทั้ง 3 คนของตัวเอง เห็นนกนางนวลเพื่อเกาะนอน ก็นึกถึงยามที่ตัวเองเคยนอนอิงแอบจินตะหรา เห็นนกจากพรากเกาะต้นจากแล้วส่งเสียงร้อง ก็คิดถึงสการะวาตี เห็นนกแขกเต้าเกาะต้นเต่าแล้วส่งเสียงร้องก็คิดถึงมาหยารัศมี เห็นนกแก้วจับต้นแก้วพูดเจรจาก็นึกถึงตอนที่นางทั้งสามมาสั่งลา เห็นนกเค้าโมงจับต้นโมงอยู่อย่างโดดเดี่ยวก็นึกถึงตัวเองที่นั่งนับโมงยามว่าจากชายามานานเท่าใดแล้ว เห็นนักคับแคจับต้นแคอยู่ตัวเดียวก็นึกถึงตัวเองที่กำลังอยู่สึกเปล่าเปลี่ยวอยู่ในป่า อิเหนาชมนกชมไม้ไปตลอดทางก่อนจะออกกำลังให้ทหารเร่งเดินทัพ

 

เกร็ดน่ารู้

 

บทที่ 3

 

ถอดความ เป็นตอนที่ท้าวกุเรปันส่งจดหมายไปถึงโอรสอย่างอิเหนาให้มาช่วยท้าวดาหารบ เพราะถึงครั้งหนึ่งอิเหนาจะเคยปฏิเสธบุษบาแต่อย่างไรก็มีศักดิ์เป็นญาติ อยู่ในวงศ์เทวาเหมือนกัน ท้าวดาหาเองก็มีศักดิ์เป็นอาเช่นกัน ดังนั้นถ้าเสียเมืองดาหาไป อิเหนาจะไม่อายหรือ และยังตั้งคำถามให้โอรสได้คิดอีกว่า ที่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาจากใคร ซึ่งในตอนนี้ท้าวกุเรปันหมายถึงตอนที่อิเหนาปฏิเสธบุษบา ทำให้อับอายชาวเมืองดาหา ซึ่งถ้าตอนนั้นอิเหนาแต่งงานกับบุษยาไปตั้งแต่แรก ท้าวดาหาก็จะไม่ลั่นวาจาว่าจะยกบุษบาให้คนอื่น ท้าวกะหมังกุหนิงก็จะไม่มาสู่ขอและไม่เกิดสงคราม ดังนั้นถ้าไม่ยกทัพมาช่วย ถึงจะตายก็อย่ามาเผาผีและให้ตัดขาดพ่อลูกกันไปเลย

 

คุณค่าที่อยู่ในอิเหนา

 

 

ด้านเนื้อหาและสังคม

เนื้อของ อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง สะท้อนค่านิยมความเชื่อในเรื่องโหราศาสตร์ ก่อนทำการสงครามต้องให้โหรหลวงมาทำนายหรือต้องดูฤกษ์ก่อน นอกจากนี้ยังสะท้อนประเพณีและวัฒนธรรมของคนในอดีตที่ผู้ชายสามารถมีภรรยาหลายคนได้

 

ด้านวรรณศิลป์

รสวรรณคดี

  • เสาวรจนีย์ เป็นบทชมความงาม ซึ่งในเรื่องนอกจากจะชมความงามของตัวละครหญิงแล้ว ยังพบในตอนอิเหนาชมศพของวิหยาสะกำด้วย
  • พิโรธวาวัง เป็นการแสดงความโกรธ เนื่องจากในเรื่องมีการทำสงคราม เมื่อถึงจุดที่ขัดแย้งก็จะพบบ่อย ๆ อย่างเช่น ตอนที่ท้าวกะหมังกุหนิงโกรธท้าวดาหา หรือตอนที่ท้าวกุเรปันเขียนจดหมายต่อว่าอิเหนา
  • สัลลาปังคพิสัย บทแสดงความเศร้า มักพบในตอนที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่อง เช่น อิเหนาที่คิดถึงเมียแล้วเศร้า หรือเมียทั้ง 3 ของอิเหนาอาลัยอาวรณ์อิเหนาที่กำลังจะไปรบ

ภาพพจน์

มีการใช้อุปมาและอุปลักษณ์ในเรื่องมากมาย ทั้งการใช้อุปมา อุปลักษณ์ การเล่นเสียงสระ เสียงพยัญชนะ การเล่นคำพ้องเสียง คำพ้องรูป

ตัวอย่างอุปมา

กรุงกษัตริย์ขอขึ้นก็นับร้อย เราเป็นเมืองน้อยกระจิหริด

ดังหิ่งห้อยจะแข่งแสงอาทิตย์ เห็นผิดระบอบบุราณมา

ตัวอย่างอุปลักษณ์

หวังเป็นเกือกทองรองบาทา พระผู้วงศ์เทวาอันปรากฏ

จะขอพระบุตรีผู้มียศ ให้โอรสข้าน้อยดังจินดา

การเล่นเสียง

เล่นเสียงสระ เช่น ความกลัวความรักสลักทรวง ให้เป็นห่วงหลังกังวลหน้า

เล่นเสียงพยัญชนะ เช่น แว่วเสียงสำเนียงบุหรงร้อง ว่าเสียงสามนิ่มน้องเสน่หา

การเล่นคำ

เล่นคำพ้องเสียง เช่น เบญจวรรณจับวัลย์ชาลี เหมือนวันพี่ไกลสามสุดามา

เล่นคำพ้องรูป เช่น นางนวลจับนางนวลนอน เหมือนพี่แนบนวลสมรจินตะหรา

 

อิเหนาได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดแห่งละครรำ โดดเด่นในเรื่องอารมณ์ของตัวละครที่แสดงออกมาจากอย่างลึกซึ้ง ทั้งรัก โลภ โกรธ หลง แม้ตัวละครและเนื้อเรื่องดั้งเดิมจะเป็นของชาวชวา ด้วยวัฒนธรรมที่ไม่ต่างกันมาก ทำให้เมื่อปรับให้เข้ากับบริบทของสังคมแล้วก็ไม่ได้รู้สึกติดขัด นับว่าเป็นวรรณคดีอีกเรื่องหนึ่งที่สนุกและน่าติดตามมาก ไม่แปลกใจเลยใช่ไหมคะว่าทำไมถึงเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ทุกยุคทุกสมัย สุดท้ายก่อนลากันในวันนี้ น้อง ๆ อย่าลืมไปชมคลิปสรุปความรู้เพื่อวิเคราะห์เนื้อเรื่องและฟังคำอธิบายเพิ่มเติมของแต่ละตัวบทนะคะ รับรองว่าได้ความรู้ดี ๆ เพิ่มขึ้นอีกแน่นอน

 

 

อย่าพลาดการติดตามบทความภาษาไทยจาก nockacademy

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

สถิติ (เส้นโค้งความถี่)

บทความนี้ได้รวบรวมความรู้เรื่อง สถิติ (เส้นโค้งความถี่)  ซึ่งก่อนที่จะเรียนเรื่องนี้ น้องๆจะต้องมีความรู้ในเรื่อง    ค่ากลางของข้อมูล และการวัดการกระจายของข้อมูล สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่  ⇒⇒ สถิติ (ค่ากลางของข้อมูล/การกระจายของข้อมูล) ⇐⇐ เส้นโค้งของความถี่ จะมีอยู่ 3 แบบ คือ เส้นโค้งปกติ เส้นโค้งเบ้ขวา และเส้นโค้งเบ้ซ้าย ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับค่ากลางของข้อมูล  ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (μ)   มัธยฐาน (Med) และฐานนิยม

มงคลสูตร

รอบรู้เรื่องมงคลสูตรคำฉันท์ วรรณคดีพระพุทธศาสนาที่มาของหลักมงคล 38

บทนำ   สวัสดีน้อง ๆ ทุกคนกลับมาพบกับบทเรียนภาษาไทยที่น่าสนใจอีกเช่นเคย สำหรับเนื้อหาวันนี้เราจะขอหยิบยกวรรณคดีพระพุทธศาสนามาเล่าให้ทุกคนได้ฟังกันบ้าง ซึ่งวรรณคดีที่เราได้เลือกมานั่นก็คือเรื่อง มงคลสูตรคำฉันท์ เชื่อว่าน้อง ๆ มัธยมปลายหลายคนคงจะคุ้นเคยกับเรื่องนี้กันดีอยู่แล้ว เพราะเป็นวรรณคดี ที่สอนบรรทัดฐานของการกระทำความดีตามวิถีของชาวพุทธ และเป็นที่มาของหลักมงคล 38 ประการด้วย ดีงนั้น เดี๋ยววันนี้เราจะพาน้อง ๆ ไปรู้จักกับวรรณคดีเรื่องนี้ให้มากขึ้น ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมตัวเข้าสู่เนื้อหากันได้เลย     ประวัติความเป็นมา เรื่อง

ฉันท์

ฉันท์ เรียนรู้การแต่งคำประพันธ์โบราณที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย

จากที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับวรรณคดีกันมามากมายหลายเรื่อง น้อง ๆ หลายคนคงจะพอจะคุ้นหูและผ่านตากันมาบ้างแล้วกับคำประพันธ์ประเภท ฉันท์ แต่เมื่อเห็นครั้งแรก ด้วยความที่ไม่คุ้นเคยก็อาจจะทำให้น้อง ๆ คิดว่าคำประพันธ์ประเภทนี้แต่งยาก เพราะรู้สึกไม่คุ้นเคยเหมือนอย่างพวกกาพย์หรือกลอน แต่รู้หรือไม่คะ ว่าจริง ๆ แล้วการแต่งฉันท์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเลยค่ะ บทเรียนในวันนี้นอกจากจะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้ความเป็นมาของฉันท์ รวมไปถึงลักษณะบังคับต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อฝึกแต่งกันค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้เรื่องนี้กันเลยดีกว่า   ความเป็นมาของ ฉันท์  

การใช้คำ

เรียนรู้และทำความเข้าใจการใช้คำในภาษาไทยอย่างง่ายๆ

การใช้คำในภาษาไทย มีความสำคัญมาก แม้ว่าน้อง ๆ จะคุ้นเคยกับภาษาไทยดีในระดับหนึ่งแล้ว แต่แน่ใจหรือเปล่าคะว่าใช้คำกันได้อย่างถูกต้องแล้ว เพราะการใช้คำให้ถูกก็ถือเป็นเรื่องสำคัญค่ะ ดังนั้นบทเรียนหลักภาษาไทยในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้เรื่องการใช้คำต่าง ๆ ได้ถูกต้องกันค่ะ จะมีอะไรบ้างไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ   การใช้คำ     การใช้คำกำกวม   คำกำกวม คือ การใช้คำหรือภาษาที่มีความหมายไม่ชัดเจน เป็นเหตุให้การสื่อสารผิดพลาด

M4 Past Passive

Past Passive in English

Hi guys! สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.4 ทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง Past Passive กันค่ะ ก่อนอื่นจะต้องไปรู้ความหมายกันก่อนน๊าว่ามันคืออะไร พร้อมแล้วก็ไปลุยกันโลด   ความหมาย Past หมายถึง อดีต ส่วน Passive มาจาก Passive voice หมายถึง ประโยคที่ประธานถูกกระทำ รวมแล้วหมายถึงการใช้ Passive Voice

ป.5เรื่อง Present Tense โดยมีคำบอกเวลา และเเต่งประโยคให้เข้ากับคำศัพท์เรื่องสถานที่ต่างๆ

เรื่อง Present Tense โดยมีคำบอกเวลา และเเต่งประโยคให้เข้ากับคำศัพท์เรื่องสถานที่ต่างๆ

สวัสดีนักเรียนชั้นมป.5 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปดูวิธีการบอกข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ  “เรื่อง Present Tense โดยมีคำบอกเวลา และเเต่งประโยคให้เข้ากับคำศัพท์เรื่องสถานที่ต่างๆ” พร้อมทั้งตัวอย่างสถานการณ์ใกล้ตัวกันค่ะ ไปลุยกันเลยค่า Let’s go! ความหมาย   Present แปลว่า ปัจจุบัน  Simple แปลว่า ธรรมดา ส่วน Tense นั้น แปลว่ากาล ดังนั้น

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1