จำนวนตรรกยะ

ในบทความนี้เราจะได้รู้จักความหมายของจำนวนตรรกยะ และการเปลี่ยนเศษส่วนเป็นทศนิยมหรือทศนิยมเป็นเศษส่วน
จำนวนตรรกยะ

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

ในชีวิตประจำวันมความจำเป็นในการใช้จำนวนตัวเลขต่างๆ ซึ่งเกิดปัญหาขึ้นมากมายเมื่อนำจำนวนบางคู่มาลบกัน หารกัน แล้วกระทำไม่ได้ จึงคิดค้นหลักการจำนวนตรรกยะ นี้ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นหายไป เช่น ช่วยแก้ปัญหาการหาคำตอบของสมการ เป็นต้น

ความหมายของจำนวนตรรกยะ

ตรรกยะ

ตัวอย่างจำนวนตรรกยะ

ตัวอย่างตรรกยะ

ในทำนองเดียวกันกับเศษส่วนอื่นๆ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นทศนิยมได้ ดังนี้

ตรรกยะกับทศนิยม

จะเห็นว่าเศษส่วนทุกจำนวนสามารถเปลี่ยนเป็นทศนิยมได้ และทศนิยมที่ได้ก็จะมี 2 ลักษณะด้วยกัน คือ ทศนิยมแบบซ้ำศูนย์ กับทศนิยมแบบไม่ซ้ำศูนย์

ทศนิยมแบบซ้ำศูนย์ เช่น 1.20.  แต่เวลาเขียนจะเป็น 1.2 เท่านั้น บางครั้งจึงเรียกว่าเป็นทศนิยมแบบรู้จบ ซึ่งสามารถนับจำนวนทศนิมที่อยู่หลังจุดได้

ทศนิยมซ้ำที่ไม่ใช่ศูนย์ เช่น เป็นต้น ทศนิยมเหล่านี้จะเรียกว่าทศนิยมแบบรู้จบแบบซ้ำ เพราะไม่สามารถนับจำนวนตัวเลขที่อยู่หลังจุดได้ แต่สามารถบอกถึงทศนิยมตัวต่อไปได้ว่าเป็นตัวใด

เมื่อเราสามารถขียนเศษส่วนเป็นทศนิยมได้ ดังนั้นในทางกลับกันเราก็สามารเปลี่ยนทศนิยมซ้ำศูนย์หรือซ้ำอื่นๆ ให้เป็นเศษส่วนได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ทศนิยมซ้ำ

จากที่กล่าวมาพบว่า เศษส่วนสามารถเขียนให้อยู่ในรูปทศนิยมซ้ำ หรือทศนิยมซ้ำสามารถเขียนให้อยู่ในรูปเศษส่วนได้ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า

แผนผังจำนวนตรรกยะ

ตัวอย่างคลิปเรื่องจำนวนตรรกยะ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

there is

There is และ There are ในภาษาอังกฤษ

สวัสดีน้องๆ ม. 2 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องการใช้ There is และ There are ในภาษาอังกฤษกันครับ ถ้าพร้อมแล้วเราลองไปดูกันเลย

ม.1 There is_There are ทั้งประโยคบอกเล่า_ คำถาม_ปฏิเสธ

การใช้ There is/There are ทั้งประโยคบอกเล่า/คำถาม/ปฏิเสธ

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้น ม.1 ที่รักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้ “การใช้ There is/There are ทั้งประโยคบอกเล่า/คำถาม/ปฏิเสธ” กันจ้า ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยเด้อ ตารางแสดงความแตกต่างของ  There is/There are และ  Have/Has นักเรียนลองสังเกตดูความแตกต่างของการใช้ There is/There are กับ Have/has จากตารางด้านล่าง ดูนะคะ

การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร

การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร บทความนี้ได้รวบรวมความรู้เรื่อง การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร  โดยการเลือกกำจัดตัวแปรใดตัวแปรหนึ่ง(x) เมื่อเลือกกำจัด x จะได้ค่า y แล้วนำค่าของตัวแปร(y) มาแทนค่าในสมการเพื่อหาค่าของตัวแปรอีกหนึ่งตัวแปร (x) ซึ่งก่อนที่จะเรียนเรื่องนี้ น้องๆสามารถศึกษาเรื่อง การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร โดยใช้กราฟ เพิ่มเติมได้ที่  ⇒⇒ การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร โดยใช้กราฟ ⇐⇐ ให้ a, b, c, d, e และ

การหมุน

การแปลงทางเรขาคณิตโดยการหมุน ( Rotation ) เป็นการแปลงที่จุดทุกจุดของรูปต้นแบบเคลื่อนที่ไปเป็นมุมเดียวกันรอบจุดตรึงอยู่กับที่ ที่กำหนดหรือจุดหมุน การหมุนจะหมุนทวนเข็มนาฬิกาหรือตามเข็มนาฬิกา

who what where

Who What Where กับ Verb to be

สวัสดีน้องๆ ม. 2 ทุกๆ คนนะครับ วันนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ Who/What/Where ร่วมกับ Verb to be กันครับ ไปดูกันเลย

กราฟของความสัมพันธ์

กราฟของความสัมพันธ์ กราฟของความสัมพันธ์ r คือเซตของจุดในระนาบx, y โดยที่แต่ละจุดคือสมาชิกของความสัมพันธ์ r นั่นเอง อธิบายให้เข้าใจง่ายคือ เมื่อเราได้เซตของความสัมพันธ์ r ที่มีสมาชิกในเซตคือคู่อันดับแล้ว เราก็นำคู่อันดับแต่ละคู่มาเขียนกราฟนั่นเอง เช่น r = {(1, 1), (1, 2), (2, 2), (3, 4)} นำมาเขียนกราฟของความสัมพันธ์

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1