พระบรมราโชวาท จดหมายของร.5ที่เขียนถึงพระโอรส

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

พระบรมราโชวาท เป็นจดหมายร้อยแก้วที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เขียนให้พระโอรสทั้ง 4 พระองค์ก่อนจะไปศึกษาต่างประเทศ เหตุใดเนื้อความในจดหมายถึงกลายเป็นวรรณคดีอันทรงคุณค่าให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา บทเรียนในวันนี้จะพาไปเรียนรู้ประวัติความเป็นมาและเนื้อหาโดยรวมของเนื้อความเพื่อให้เข้าใจถึงคำสอนและข้อคิดจากพระบรมราโชวาทของพระมหากษัตริย์ในแง่มุมของพ่อสอนลูก จะเป็นอย่างไรไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ

 

ประวัติความเป็นมา

 

พระบรมราโชวาท

 

วรรณคดีเรื่องพระบรมราโชวาท เป็นคำสั่งสอนของรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่มีต่อพระราชโอรสทั้ง 4 พระองค์ที่กำลังจะเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ พระองค์จึงมีพระบรมราโชวาทเพื่อสั่งสอนและตักเตือนพระราชโอรส ซึ่งในการส่งไปศึกษาต่อในครั้งนี้ พระองค์ทรงเล็งเห็นว่า การศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาประชาชนและประเทศชาติ

 

พระบรมราโชวาท

 

พระโอรสทั้ง 4 พระองค์ มีดังนี้

1. พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์

ดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมพระจันทบุรีนฤนาถ หลังจากนั้นทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติและเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์ อีกทั้งยังทรงดำรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรี (ที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์) ในสมัยรัชกาลที่ 7 และต่อมาทรงเป็นต้นราชสกุล “กิติยากร” ซึ่งมาจากพระนามของพระองค์นั่นเอง

2. พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์

ดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ หลังจากนั้นทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมและเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ ทรงได้รับยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” จึงเกิดวันรพีขึ้นนั่นเอง นอกจากนั้น ยังทรงเป็นต้นราชสกุล “รพีพัฒน”

3. พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม

ดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมหลวงปราจิณกิติบดี และทรงดํารงตําแหน่งราชเลขาธิการ (หมายถึงเลขาธิการของพระมหากษัตริย์) ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงเป็นต้นราชสกุล “ประวิตร” อีกด้วย

4. พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช

ดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก รวมถึงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหม และยังทรงเป็นต้นราชสกุล “จิรประวัติ”

 

พระบรมราโชวาท

 

เนื้อหาในวรรณคดีเรื่อง พระบรมราโชวาท

 

พระบรมราโชวาท

 

เนื้อเรื่องเป็นการสั่งสอนพระโอรส โดยเริ่มต้นพูดถึงจุดประสงค์ในการส่งพระโอรสไปศึกษาเล่าเรียนยังต่างประเทศ ต่อมาพูดเรื่องเงินที่มอบให้ซึ่งเป็นเงินส่วนพระองค์เพื่อป้องกันข้อครหาจากชาวบ้าน จะใช้อย่างไรก็ได้แต่ต้องใช้ให้เกิดคุณค่าที่สุดโดยแนะนำให้นำไปฝากธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ยโดยให้ผู้ดูแลเป็นธุระถอนเงินออกมาให้เพราะยังไม่มีพระโอรสคนไหนอายุถึง 21 ปี และยังกำชับอีกว่าการส่งลูกไปเรียนก็เหมือนการแบ่งมรดกให้ลูกไปศึกษาหาความรู้

ต่อมา พูดถึงการเกิดมามียศ การรับราชการถ้าจะให้ยศต่ำก็ไม่สมควร แต่หากจะให้ยศสูงก็เกรงใจว่าความรู้ความสามารถจะไม่ถึง จึงอยากให้ลูก ๆ ตั้งใจเรียนเพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศชาติ อย่าทำตัวไร้ประโยชน์ อย่าถือตัวว่าเป็นลูกพระเจ้าแผ่นดินแล้วจะทำอะไรไม่ดีกับใครก็ได้ และยังได้ทรงย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้เงินว่าไม่ควรฟุ่มเฟือย อย่าก่อหนี้สิน

เนื้อหาต่อไปในจดหมายพูดถึงวิชาที่ควรศึกษา โดยต้องการให้ศึกษาวิชาเลขและภาษาทั้ง 3 ภาษาคือภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาเยอรมัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากให้ละเลยภาษาไทย ควรฝึกภาษาไทยอยู่เสมอเนื่องจากว่าอย่างไรก็ต้องกลับมาทำงานที่ประเทศไทย และยังแนะว่าไม่ให้พูดไทยคำอังกฤษคำ และสุดท้ายคือการบอกกับพระโอรสว่ากรมหมื่นเทวะวงษ์วโรประการจะเป็นผู้ดูแลทุกอย่าง

 

เมื่อสรุปออกมาแล้วจะได้ใจความหลัก ๆ ทั้ง 7 ข้อดังนี้

1. ไม่ให้ถือตัวว่าเป็นเจ้า ถึงแม้ว่าพระโอรสทั้ง 4 จะเป็นลูกของกษัตริย์ แต่ก็ไม่ให้เจ้ายศเจ้าอย่าง เพราะหากแสดงตัวว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ก็จะถูกจับตามอง จึงให้ตัวเหมือนสามัญชน

2. มรดกที่ประเสริฐกว่าทรัพย์คือความรู้ เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียน

3. ตั้งใจอุตสาหะเล่าเรียนเพื่อทำคุณแก่บ้านเมือง เนื่องจากว่าต่างประเทศมีความเจริญรุ่งเรืองกว่าประเทศไทยมาก พระองค์จึงหวังให้พระโอรสทั้ง 4 นำความรู้ที่ได้เล่าเรียนมากลับมาพัฒนาชาติของตัวเองให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมกับนานาประเทศ

4. อย่าถือตัวว่าเป็นลูกพระเจ้าแผ่นดิน จงประพฤติตัวให้ดี เป็นการตักเตือนให้ประพฤติตัวให้ดี ไม่มีข้อยกเว้นแม้จะเป็นลูกกษัตริย์

5. จงประหยัด อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย อย่าก่อหนี้ และกำชับเงินที่ส่งไปศึกษาเล่าเรียนนั้นเป็นเงินส่วนพระองค์ซึ่งได้มาจากประชาชน

6. วิชาที่ต้องเรียนคือ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และวิชาเลข

7. กรมหมื่นเทวะวงษ์วโรประการเป็นผู้คอยดูแลทุกอย่างให้พระโอรสทั้ง 4 พระองค์

 

พระบรมราโชวาท

 

น้อง ๆ สามารถอ่านวรรณคดีเรื่องพระบรมราโชวาทฉบับเต็มได้ที่ หอสมุดแห่งชาติ

 

สำหรับบทเรียนประวัติความเป็นมาวรรณคดีเรื่องพระบรมราโชวาทก็จบลงไปแล้วนะคะ น้อง ๆ จะได้เห็นเรื่องราวคร่าว ๆ ไปแล้ว แต่ในบทเรียนครั้งต่อไป น้อง ๆ จะได้เจาะลึกถึงตัวบทเด่น ๆ เรียนรู้คำศัพท์และศึกษาคุณค่าของบทประพันธ์ค่ะ แต่ก่อนที่จะไปเรียนเรื่องนั้น น้อง ๆ ก็อย่าลืมทบทวนเนื้อหาที่ได้เรียนกันไปโดยการเปิดคลิปการสอนของครูอุ้มระหว่างทบทวนบทเรียน ครูอุ้มอธิบายเนื้อหาหลัก ๆ ทั้ง7ข้อให้ออกมาเข้าใจอย่างง่าย ไม่ยากเลยค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยนะคะ

 

 

อย่าพลาดการติดตามบทความภาษาไทยจาก nockacademy

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

มัทนะพาธา

บทละครพูดคำฉันท์เรื่อง มัทนะพาธา ที่มาและเรื่องย่อ

บทละครพูดคำฉันท์เรื่อง มัทนะพาธา เป็นวรรณคดีที่ทรงคุณค่าทางวรรณศิลป์ได้รับการยกย่องว่าแต่งดีและมีความแปลกใหม่อีกเรื่องหนึ่ง น้อง ๆ หลายคนอาจจะเคยคุ้นหูกันมาบ้างตามสื่อต่าง ๆ เพราะวรรณคดีเรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่โด่งดังจึงมักถูกหยิบไปทำเป็นละครทางโทรทัศน์บ่อย ๆ แต่จะมีความเป็นมาอย่างไรนั้น วันนี้เราจะไปศึกษาเรื่องนี้พร้อมกันเลยค่ะ   ประวัติความเป็นมาของบทละครพูดคำฉันท์เรื่อง มัทนะพาธา     มัทนะพาธาเป็นบทละครพูดคำฉันท์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จเพราะมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชกุศลเพื่อสร้าง ตำนานแห่งดอกกุหลาบ จึงทรงผูกเรื่องขึ้นมาใหม่หมด ทรงให้ความสำคัญเรื่องความถูกต้อง และความสมจริงในรายละเอียดของเรื่อง

เสียงสระในภาษาไทย

เสียงในภาษาไทยมีทั้งหมด 3  เสียงคือพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ จากที่เราได้ทำความเข้าใจในเรื่องเสียงพยัญชนะกันไปแล้ว วันนี้เราจะมาเรียนรู้อีกเสียงหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่องเสียงสระนั่นเองค่ะ เสียงสระจะมีกี่ชนิด แบ่งเป็นชนิดใดบ้าง ไปเรียนรู้เรื่องนี้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ     เสียงสระ เสียงสระเป็นเสียงที่เกิดจากลมภายในปอด เปล่งออกมาโดยใช้การเคลื่อนไหวของลิ้นและริมฝีปาก เสียงที่ได้จะแบ่งออกได้ดังนี้ค่ะ สระเดี่ยว สระเดี่ยวหรือสระแท้ มีทั้งหมด 18 เสียง เสียงสั้นและเสียงยาวจับกันได้ 9

Suggesting Profile

การใช้ประโยคคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำง่ายๆ

  สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นป.5 ที่น่ารักทุกคน วันนี้ครูจะพาเรียนรู้เกี่ยวกับ การใช้ประโยคคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำง่ายๆ “Easy Imperative Sentences” กันนะคะ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย รูปแบบและโครงสร้างประโยคคำสั่ง Imperative sentence     Imperative sentence ในรูปแบบประโยคบอกเล่าจะ ใช้ Verb base form (V.1)

การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร โดยใช้กราฟ

การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร โดยใช้กราฟ

การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร โดยใช้กราฟ บทความนี้ได้รวบรวมความรู้เรื่อง การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร โดยใช้กราฟ ทำได้โดยนำตัวเลขแทนค่าตัวแปร แล้วจะได้กราฟของสมการเชิงเส้นสองตัวแปรเป็นกราฟเส้นตรง สังเกตกราฟที่ได้ว่าตัดกัน ขนานกัน หรือทับกัน ลักษณะกราฟจะบอกคำตอบของระบบสมการ ซึ่งก่อนที่จะเรียนเรื่องนี้ น้องๆสามารถศึกษาเรื่อง กราฟของสมการเชิงเส้นสองตัวแปร สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่  ⇒⇒ กราฟของสมการเชิงเส้นสองตัวแปร ⇐⇐ สมการเชิงเส้นสองตัวแปร  คือ สมการที่มีตัวแปรสองตัว  เลขชี้กำลังของตัวแปรแต่ละตัวเป็น 1 และไม่มีการคูณกันของตัวแปร  เช่น 2x +

วิธีพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดูอย่างง่ายๆ

การพูดสรุปความสำคัญอย่างไร ? น้อง ๆ หลายคนคงจะเคยประสบปัญหาเวลาที่ต้องออกไปนำเสนองานหน้าชั้นเรียนแล้วไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรให้เพื่อนกับครูเข้าใจ เพราะเนื้อหาที่เราจำมามันก็เยอะเสียเหลือเกิน บทเรียนภาษาไทยวันนี้จะช่วยให้น้อง ๆ รับมือกับปัญหาเหล่านั้นได้ เพียงแค่น้อง ๆ มีความเข้าใจในเรื่องการพูดสรุปความ วันนี้เรามาดูไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะว่าการพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังหรือดูจะมีวิธีใดบ้าง   การพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดู   การพูดคืออะไร   องค์ประกอบของการพูด   ผู้พูด คือผู้ที่มีจุดมุ่งหมายสำคัญที่จะนำเสนอความรู้ความคิดเห็นให้ผู้ฟังได้รับรู้และเข้าใจ เนื้อเรื่อง

ข้อสอบO-Net เรื่องจำนวนจริง

ข้อสอบO-Net ข้อสอบO-Net ในบทความนี้จะคัดเฉพาะเรื่องจำนวนจริงมาให้น้องๆทุกคนได้ดูว่าที่ผ่านมาแต่ละปีข้อสอบเรื่องจำนวนจริงออกแนวไหนบ้าง โดยบทความนี้พี่ได้นำข้อสอบย้อนหลังของปี 49 ถึงปี 52 มาให้น้องๆได้ดูพร้อมเฉลยอย่างละเอียด เมื่อน้องๆได้ศึกษาโจทย์ทั้งหมดและลองฝึกทำด้วยตัวเองแล้ว น้องๆจะสามารถทำข้อสอบทั้งของในโรงเรียนและข้อสอบO-Net ได้แน่นอนค่ะ ข้อสอบO-Net เรื่องจำนวนจริง ปี 49   1.   มีค่าเท่ากับข้อในต่อไปนี้     60      

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1