เรียนรู้คุณค่าและนำสุภาษิตสอนหญิงไปใช้ในชีวิตประจำวัน

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

สุภาษิตสอนหญิง เป็นผลงานที่สุนทรภู่มุ่งสอนและเตือนสติผู้หญิงไทยให้มีกิริยามารยาทและการดำเนินชีวิตตามแบบแผนของสังคมไทยทั้งการพูด การเดิน การคบเพื่อน การวางตัว และความกตัญญู ซึ่งเป็นค่านิยมของคนในอดีตที่ยังคงสืบสานเจตนารมณ์มาจนถึงปัจจุบัน บทเรียนในวันนี้เราจะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้ถึงคุณค่าและการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันกันค่ะ

 

ความสำคัญและคำสอนในเรื่อง สุภาษิตสอนหญิง

 

เป็นวรรณคดีคำสอนที่ช่วยเตือนสติหญิงไทยให้ประพฤติตัวอยู่ในประเพณีอันดีงามของไทยตั้งแต่เริ่มโตเป็นสาวไปจนถึงวัยที่แต่งงานมีครอบครัว ดังนี้

 

สาววัยแรกรุ่น : ควรวางตัวให้สมฐานะ ทั้งการแต่งกายและกิริยามารยาท

 

สุภาษิตสอนหญิง

 

หมายถึง สาวแรกรุ่นเปรียบเหมือนมณี หากไม่ดูแลให้ดี ปล่อยให้แตกร้าวหรือมีตำหนิก็ย่อมเสียราคา

 

สาววัยสะพรั่ง : รู้ทันเชิงชาย อย่าชิงสุกก่อนห่าม เลือกสามีให้เป็น

 

สุภาษิตสอนหญิง

 

แปล : เมื่อมีผู้ชายมาตกหลุมรัก ให้รู้จักสงวนท่าทีไว้ก่อน และดูนิสัยใจคอให้แน่นอนเสียก่อนว่าเป็นอย่างไร

 

สุภาษิตสอนหญิง

 

แปล : เมื่อตกลงปลงใจที่จะคบกับใครแล้วก็ให้รักนวลสงวนตัว อย่าชิงสุกก่อนห่าม หากมีวาสนาต่อกันจริงก็ย่อมไม่แคล้วกัน

 

วัยสาวเต็มตัว : ดูแลครอบครัว ประกอบอาชีพสุจริต มีวุฒิภาวะ

 

สุภาษิตสอนหญิง

 

แปล : ควรเลี้ยงพ่อแม่เมื่อพวกท่านแก่ตัวลง ตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ที่เลี้ยงจนโตเป็นผู้ใหญ่

 

วัยครองเรือน : เป็นภรรยาที่ดี อยู่ในกรอบศีลธรรม

 

 

แปล : เป็นผู้หญิงต้องรู้จักทำงานบ้านงานเรือน เพื่อดูแลสามีที่ออกไปทำงานนอกบ้าน จะได้ช่วยดูแลกันเรื่อยไป

 

การนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

 

สุภาษิตสอนหญิงไม่เพียงแต่จะสอนเรื่องการวางตัวของผู้หญิงหรือการเลือกคู่ครองเพียงอย่างเดียวแต่ยังสอนครอบคลุมไปถึงการดำเนินชีวิตทั้งการพูด การหาความรู้ การกตัญญูต่อพ่อแม่

 

 

แปล : การพูดนั้นเป็นสิ่งสำคัญ อย่าพูดจาโดยไม่คิด ตะคอกใส่ใคร หรือพูดคำหยาบ เพราะจะทำให้ผู้อื่นมีความเคารพในตัวเรา เราจะได้ดีหรือไม่ดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับการพูด ถ้าพูดดีก็มีคนมากมายที่พร้อมจะเมตตา เพราะฉะนั้นก่อนจะพูดอะไรควรวิเคราะห์ให้ดีเสียก่อน

 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการอดออม การหาความรู้ใส่ตัว ทำให้เห็นว่าค่านิยมของคนในอีตนั้นก็ให้ความสำคัญกับผู้หญิงไม่ต่างจากในปัจจุบัน ไม่ใช่คำสอนที่ล้าหลัง ทำให้ยังสามารถนำคำสอนมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

 

 

สุภาษิตสอนหญิงให้ความรู้และเป็นหลักประพฤติปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของหญิงไทยตามวัฒนธรรมไทยดั้งเดิม เป็นคำสอนเพื่อให้ผู้หญิงรู้จักวางตนอย่างเหมาะสมในทุก ๆ ด้าน หลังจากได้เรียนรู้วรรณคดีเรื่องนี้กันไปแล้ว น้อง ๆ เองก็อย่าลืมนำคำสอนดี ๆ แบบนี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตประจำวันกันด้วยนะคะ สุดท้ายนี้เพื่อไม่ให้พลาดในการทำข้อสอบและทบทวนความรู้ความเข้าใจ อย่าลืมไปติดตามชมคลิปการสอนย้อนหลังของครูอุ้มทั้งบทเรียนนี้และบทเรียนก่อนหน้าที่ได้พูดถึงความเป็นมาและเนื้อเรื่องของสุภาษิตสอนหญิงกันด้วยนะคะ

 

 

อย่าพลาดการติดตามบทความภาษาไทยจาก nockacademy

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

ภาษาชวา มลายู ในภาษาไทย มีลักษณะอย่างไร?

น้อง ๆ สงสัยกันไหมคะว่าในภาษาที่เราใช้พูดและใช้เขียนกันอยู่นี้ มีคำไหนบ้างที่ถูกหยิบยืมมาจากต่างประเทศ บทเรียนภาษาไทยในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปทำความรู้จักและศึกษาลงลึกถึงภาษาชวาและมลายู เป็นอีกหนึ่งภาษาที่เข้ามามีอิทธิพลกับภาษาไทยมาตั้งแต่สมัยอดีต ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้เรื่องนี้ด้วยกันเลยค่ะ   ความเป็นมาของการยืมคำจากภาษาชวา มลายู     ทางตอนใต้ของประเทศไทยติดต่อกับประเทศมาเลเซีย จึงทำให้มีการติดต่อค้าขายสานสัมพันธ์ไมตรีกันมาตั้งแต่สมัยอดีต โดยเดิมทีชาวชวาและชาวมลายูเคยใช้ภาษามลายูร่วมกัน ต่อว่าชาวชวามีภาษาเป็นของชนชาติตัวเอง แต่ก็ยังมีบางคำที่คล้ายคลึงกับภาษามลายูอยู่ 1. คำยืมภาษาชวา เพราะอิทธิพลของวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนปลายเรื่องดาหลังและอิเหนา วรรณคดีเรื่องนี้เป็นที่นิยมถูกนำมาปรับปรุงและประพันธ์เป็นบทละคร โดยในเรื่องมีภาษาชวาอยู่เยอะมาก ทำให้เป็นที่รู้จักและถูกหยิบยืมมาใช้ในการประพันธ์เรื่อยมา

เรียนรู้เรื่อง ส่วนประกอบของประโยค

​ประโยค คือถ้อยคำต่าง ๆ ที่นำมาเรียงกันแล้วมีใจความสมบูรณ์ว่าใครกำลังทำอะไร ที่ไหน และเมื่อไหร่ บทเรียนในวันนี้ น้อง ๆ จะได้เรียนรู้เรื่อง ส่วนประกอบของประโยค เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นว่าประโยคที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง ไปเรียนรู้พร้อมกันเลยค่ะ   ส่วนประกอบของประโยค   โดยทั่วไปประโยคจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ภาค คือ ภาคประธานและภาคแสดง     ภาคประธาน คือ

สามัคคีเภทคำฉันท์

สามัคคีเภทคำฉันท์ วรรณคดีขนาดสั้นที่ว่าด้วยความสามัคคี

สามัคคีเภทคำฉันท์ เป็นนิทานสุภาษิตขนาดสั้นว่าด้วยเรื่องความสามัคคี เป็นอีกหนึ่งวรรณคดีที่ได้รับการยกย่องว่าแต่งดี ทั้งด้านการประพันธ์และเนื้อหา เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น บทเรียนในวันนี้จะพาน้อง ๆ ทุกคนไปทำความรู้จักกับวรรณคดีเรื่องดังกล่าวเพื่อศึกษาที่มา จุดประสงค์ รวมไปถึงเรื่องย่อ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ   ที่มาของเรื่องและจุดประสงค์ในการแต่ง   สามัคคีเภทคำฉันท์ ดำเนินเรื่องโดยอิงประวัติศาสตร์ครั้งพุทธกาล เป็นนิทานสุภาษิตในมหาปรินิพพานสูตรและอรรถกถาสุมังคลวิลาสินี     ในสมัยรัชกาลที่ 6 เกิดวิกฤตการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1

มารยาทในการพูด

มารยาทในการพูดที่ดีมีอะไรบ้างที่เราควรรู้

บทนำ   สวัสดีน้อง ๆ ทุกคน กลับเข้ามาสู่เนื้อหาสาระดี ๆ อีกครั้ง โดยวันนี้จะเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับมารยาทในการพูด และจะต่อจากเนื้อหาเมื่อครั้งที่แล้วอย่างเรื่องมารยาทในการฟัง ซึ่งถือเป็นบทเรียนที่มีประโยชน์มาก ๆ เมื่อเราต้องไปพูดต่อหน้าที่สาธารณะ หรือพูดคุยสนทนากับเพื่อน ๆ คุณครู พ่อแม่ของเรา เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพ เราก็ควรเรียนรู้มารยาทที่ดีในการพูดไปด้วย ถ้าน้อง ๆ ทุกคนพร้อมแล้วมาดูกันว่าวันนี้จะมีเนื้อหาอะไรมาฝากกันบ้าง     การพูด

เรนจ์ของความสัมพันธ์

เรนจ์ของความสัมพันธ์ เรนจ์ของความสัมพันธ์ r คือ สมาชิกตัวหลังของคู่อันดับในความสัมพันธ์ r เขียนแทนด้วย   กรณีที่ r เขียนแบบแจกแจงสมาชิก เราสามารถหาโดเมนได้เลยโดย คือสมาชิกตัวหลัง เช่น = {(2, 2), (3, 5), (8, 10)} จะได้ว่า  = {2, 5,

สมบัติการคูณจำนวนจริง

การให้เหตุผลแบบอุปนัย

การให้เหตุผลแบบอุปนัย การให้เหตุผลแบบอุปนัย คือ การนำประสบการณ์มาสรุปผล เช่น เราไปซื้อผลไม้แล้วเราชิมผลไม้ 2-3 ลูก ปรากฏว่า มีรสหวาน เราเลยสรุปว่าผลไม้ทั้งกองนั้นหวาน เป็นต้น ซึ่งการสรุปผลอาจจะเป็นจริงหรือเท็จก็ได้ อาจจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้สรุป ดังนั้น ผลสรุปไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น เหตุ เมื่อวานแป้งตั้งใจเรียน วันนี้แป้งตั้วใจเรียน ผลสรุป  พรุ่งนี้แป้งจะตั้งใจเรียน การให้เหตุผลแบบนี้ เหมือนเป็นการคาดคะเนเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป ซึ่งการคาดคะเนนี้อาจจะจริงหรือเท็จก็ได้

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1