สัญลักษณ์แทนการบวก

สัญลักษณ์แทนการบวก หรือ Σ\Sigma เรียกว่า ซิกมา ( Sigma ) เราใช้เพื่อลดรูปการบวกกันของตัวเลข เนื่องจากว่าบางทีเป็นการบวกของจำนวนตัวเลข 100 พจน์ ถ้ามานั่งเขียนทีละตัวก็คงจะเยอะไป เราจึงจะใช้เครื่องหมายซิกมามาใช้เพื่อประหยัดเวลาในการเขียนนั่นเอง

เช่น 1 + 2 + 3 + 4 +5 สามารถเขียนแทนด้วย ∑i=15i\sum_{i=1}^{5}i

1 + 1 + 1 + 1 + 1 + 1 สามารถเขียนแทนด้วย ∑i=161\sum_{i=1}^{6}1

สูตรผลร่วม

สูตรเหล่านี้จะทำให้น้องๆประหยัดเวลาในการทำโจทย์มากๆ เนื่องจากไม่ต้องมานั่งแทน n ทีละตัว แล้วนำมาบวกกัน แต่สามารถใช้สูตรนี้ในการหาผลรวมได้เลย ดังนั้นจำสูตรเหล่านี้ไว้ดีๆนะคะ

∑i=1ni=n(n+1)2\sum_{i=1}^{n}i=\frac{n(n+1)}{2}

∑i=1ni2=n(n+1)(2n+1)6\sum_{i=1}^{n}i^{2}=\frac{n(n+1)(2n+1)}{6}

∑i=1ni3=(n(n+1)6)2\sum_{i=1}^{n}i^{3}=(\frac{n(n+1)}{6})^{2}

***สูตรข้างต้นใช้ได้กับการบวกตั้งแต่ 1 ถึง n เท่านั้น***

สมบัติที่ควรรู้เกี่ยวกับ Σ\Sigma

สมบัติเหล่านี้จะช่วยให้น้องๆคิดเลขได้ง่ายขึ้นและประหยัดเวลาในการทำโจทย์แต่ละข้อได้เยอะมากๆ

ให้ an,bna_n,b_n เป็นลำดับของจำนวนจริงใดๆ

1)∑n=1kc=kc\sum_{n=1}^{k}c=kc โดยที่ c เป็นค่าคงที่ใดๆ

  1. ∑(an+bn)=∑an+∑bn\sum (a_n+b_n)=\sum a_n+\sum b_n

3)∑(an−bn)=∑an−∑bn\sum (a_n-b_n)=\sum a_n-\sum b_n

4)∑can=c∑an\sum ca_n=c\sum a_n โดยที่ c เป็นจำนวนจริงใดๆ

ตัวอย่างเกี่ยวกับสัญลักษณ์การบวก

1)จงหาค่าของ ∑n=145\sum_{n=1}^{4}5

วิธีทำ จากโจทย์เราจะใช้สมบัติของซิกมาข้อที่ 1 เนื่องจาก 5 เป็นค่าคงที่ ∑n=1kc=kc\sum_{n=1}^{k}c=kc

ดังนั้นจะได้ว่า ∑n=145=4(5)=20\sum_{n=1}^{4}5=4(5)=20

2) จงหาค่าของ ∑n=150(−1)\sum_{n=1}^{50}(-1)

วิธีทำ ใช้สมบัติข้อที่ 1 เนื่องจาก -1 เป็นค่าคงที่ ∑n=1kc=kc\sum_{n=1}^{k}c=kc จะได้

∑n=150(−1)=50(−1)=−50\sum_{n=1}^{50}(-1)=50(-1)=-50

3) ถ้า a1+a2+a3+a4=35a_1+a_2+a_3+a_4=35 จงหาค่า ∑n=145an\sum_{n=1}^{4}5a_n

วิธีทำ จากโจทย์จะเห็นว่า a1+a2+a3+a4=∑n=14an=35a_1+a_2+a_3+a_4=\sum_{n=1}^{4}a_n=35

พิจารณา ∑n=145an\sum_{n=1}^{4}5a_n โดยใช้สมบัติข้อที่ 4 ∑can=c∑an\sum ca_n=c\sum a_n

ดังนั้นจะได้ ∑n=145an=5∑n=14an\sum_{n=1}^{4}5a_n=5\sum_{n=1}^{4}a_n และเนื่องจากเรารู้ว่า a1+a2+a3+a4=∑n=14an=35a_1+a_2+a_3+a_4=\sum_{n=1}^{4}a_n=35

ดังนั้น ∑n=145an=5∑n=14an=5(35)=175\sum_{n=1}^{4}5a_n=5\sum_{n=1}^{4}a_n=5(35)=175

4) ให้ ∑n=110an=55,∑n=110bn=27,∑n=110cn=−22\sum_{n=1}^{10}a_n=55, \sum_{n=1}^{10}b_n=27,\sum_{n=1}^{10}c_n=-22 จงหา ∑n=110[5an−2bn−6cn]\sum_{n=1}^{10}[5a_n-2b_n-6c_n]

วิธีทำ เราจะพิจารณาสิ่งที่โจทย์ถามก่อน นั่นก็คือ ∑n=110[5an−2bn−6cn]\sum_{n=1}^{10}[5a_n-2b_n-6c_n] เราจะเห็นว่าในวงเล็บนั้นเป็นลำดับที่กำลังลบกันอยู่และจากสมบัติของซิกมาเราสามารถกระจายซิกมาเข้าไปได้(สมบัติข้อที่ 3) จะได้ว่า

∑n=110[5an−2bn−6cn]=∑n=1105an−∑n=1102bn−∑n=1106cn\sum_{n=1}^{10}[5a_n-2b_n-6c_n]=\sum_{n=1}^{10}5a_n-\sum_{n=1}^{10}2b_n-\sum_{n=1}^{10}6c_n

และจากสมบัติข้อที่ 4 เราสามารถดึงข้าคงที่ออกมาไว้ข้างนอกซิกมาได้ จะได้ว่า

∑n=1105an−∑n=1102bn−∑n=1106cn=5∑n=110an−2∑n=110bn−6∑n=110cn\sum_{n=1}^{10}5a_n-\sum_{n=1}^{10}2b_n-\sum_{n=1}^{10}6c_n=5\sum_{n=1}^{10}a_n-2\sum_{n=1}^{10}b_n-6\sum_{n=1}^{10}c_n

จะเห็นว่าเราสามารถตอบได้แล้ว เพราะเราสามารถเอาสิ่งที่โจทย์กำหนดให้มาแทนค่าลงไปได้แล้วจะได้เป็น

5∑n=110an−2∑n=110bn−6∑n=110cn=5(55)−2(27)−6(−22)=3535\sum_{n=1}^{10}a_n-2\sum_{n=1}^{10}b_n-6\sum_{n=1}^{10}c_n=5(55)-2(27)-6(-22)=353

ดังนั้น ∑n=110[5an−2bn−6cn]=353\sum_{n=1}^{10}[5a_n-2b_n-6c_n]=353

5) จงหาผลบวกของ 1 + 2 + 3 + 4 +…+ 64

วิธีทำ จากโจทย์เป็นการบวกกันของจำนวนนับตั้งแต่ 1 ถึง 64 และเราสามารถเขียน 1 + 2 + 3 + 4 +…+ 64 ให้อยู่ในรูปของซิกมาได้ จะได้ว่า

1 + 2 + 3 + 4 +…+ 64 = ∑i=164i\sum_{i=1}^{64}i

และจากสูตร ∑i=1ni=n(n+1)2\sum_{i=1}^{n}i=\frac{n(n+1)}{2} ในโจทย์ข้อนี้ n = 64 ดังนั้นจะได้ว่า

∑i=164i=64(64+1)2=(64)(65)2=2,080\sum_{i=1}^{64}i=\frac{64(64+1)}{2}=\frac{(64)(65)}{2}=2,080

ดังนั้น 1 + 2 + 3 + 4 +…+ 64 = 2,080

6) จงหาผลบวกของ 12+22+32+...+1021^2+2^2+3^2+...+10^2

วิธีทำ จากโจทย์เป็นการบวกของกำลังสองของจำนวนนับตั้งแต่ 1 ถึง 10 และเราสามารถเขียน 12+22+32+...+1021^2+2^2+3^2+...+10^2 ให้อยู่ในรูปของซิกมาได้

จะได้เป็น

12+22+32+...+102=∑i=110i21^2+2^2+3^2+...+10^2=\sum_{i=1}^{10}i^2

และจากสูตร ∑i=1ni2=n(n+1)(2n+1)6\sum_{i=1}^{n}i^{2}=\frac{n(n+1)(2n+1)}{6} เราจะเห็นว่า n = 10 ดังนั้นจะได้

∑i=110i2=10(10+1)(2(10)+1)6=10(11)(21)6=385\sum_{i=1}^{10}i^{2}=\frac{10(10+1)(2(10)+1)}{6}=\frac{10(11)(21)}{6}=385

ดังนั้น 12+22+32+...+1021^2+2^2+3^2+...+10^2 = 385

สรุป จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่าสมบัติของซิกมาและสูตรเกี่ยวกับผลบวกนั้นมีประโยชน์ในการแก้โจทย์อย่างมาก ทำให้ประหยัดเวลาในการคำนวณ และทำให้โจทย์ที่เหมือนจะยากนั้นง่ายขึ้นอีกด้วย ดังนั้นน้องๆอย่าลืมจำสูตรและสมบัติเหล่านี้นะคะ

วิดีโอเกี่ยวกับ สัญลักษณ์แทนการบวก

น้องๆสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับซิกมาและสมบัติของซิกมาได้จากคลิปด้านล่างนี้เลยค่ะ

https://youtu.be/RbOCCTLZdF0