การนำเสนอข้อมูลในรูปตารางแจกแจงความถี่

การนำเสนอข้อมูลในรูปตารางแจกแจงความถี่

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

การแจกแจงความถี่ของข้อมูล (Frequency distribution)

             การแจกแจงความถี่ของข้อมูล  เป็นวิธีการทางสถิติอย่างหนึ่งที่ใช้ในการจัดข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อความสะดวกในการนำเสนอและการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น  มี 2 ลักษณะ คือ ตารางแจกแจงความถี่แบบไม่เป็นอันตรภาคชั้น และ ตารางแจกแจงความถี่แบบไม่เป็นอันตรภาคชั้น

การสร้างตารางแจกแจงความถี่ แบบไม่เป็นอันตรภาคชั้น

การนำเสนอข้อมูลในรูปตารางแจกแจงความถี่ แบบไม่เป็นอันตรภาคชั้น เหมาะสำหรับข้อมูลที่มีค่าจาการสังเกตไม่มากนักหรือไม่ซับซ้อน 

1. สุนิสาสำรวจอายุเป็นปีของคนที่มาออกกำลังกายเดิน วิ่งและเต้นแอโรบิกในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งจำนวน 40 คน เป็นดังนี้

16 25 30 45 20 59 48 18 48 30
50 45 16 50 40 65 68 50 30 48
16 18 60 50 45 30 20 30 20 19
48 50 20 61 19 50 45 48 50 38

ให้สร้างตารางแจกแจงความถี่  พร้อมทั้งตอบคำถาม

อายุ (ปี)

รอยขีด ความถี่

16

lll

3

18

ll

2

19

ll

2

20

llll

4

25

l

1

30

lllll

5

38

l

1

40

l

1

45

llll

4

48

lllll

5

50

lllll ll

7

59

l

1

60

l

1

61

l

1

65

l

1

68

l

1

รวม

40

  1.  ผู้ที่มาออกกำลังกายที่มีอายุน้อยที่สุดคืออายุเท่าไร   (ตอบ 16 ปี)
  2.  ผู้ที่มาออกกำลังกายที่มีอายุมากที่สุดคืออายุเท่าไร  (ตอบ 68  ปี)
  3.  ผู้ที่มาออกกำลังส่วนใหญ่มีอายุเท่าไร (ตอบ 50  ปี)  

น้องๆจะพบเห็น การนำเสนอข้อมูลในรูปตารางแจกแจงความถี่ แบบไม่เป็นอันตรภาคชั้น ในชีวิติประจำวันได้บ่อยครั้ง เช่น การนับคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานนักเรียน

การสร้างตารางแจกแจงความถี่ แบบเป็นอันตรภาคชั้น

การนำเสนอข้อมูลในรูปตารางแจกแจงความถี่ แบบเป็นอันตรภาคชั้น เหมาะสำหรับข้อมูลที่มีเป็นจำนวนมาก การสร้างตารางแจกแจงความถี่แบบเป็นอันตรภาคชั้นจะทำให้เสียเวลามาก จึงแจกแจงโดยการแบ่งค่าที่เป็นไปได้ทั้งหมดออกเป็นช่วงๆ แต่ละช่วงเรียกว่า “ อันตรภาคชั้น ”

การสร้างตารางแจกแจงความถี่ มีวิธีการดังนี้

ขั้นที่ 1   หาข้อมูลสูงสุดและต่ำสุด

ขั้นที่ 2   หาพิสัยซึ่ง พิสัย  =  ข้อมูลสูงสุด – ข้อมูลต่ำสุด

ขั้นที่ 3   กำหนดจำนวนชั้น โดยปกติจำนวนชั้นจะอยู่ระหว่าง 5 – 15 ชั้น  ซึ่งแบ่งเป็น

            – ถ้ากำหนดจำนวนชั้นให้จะต้องหาความกว้างของอันตรภาคชั้น ดังนี้

ความกว้างของอันตรภาคชั้น = จำนวนชั้น การนำเสนอข้อมูลในรูปตารางแจกแจงความถี่

           ถ้ากำหนดความกว้างของอันตรภาคชั้นให้ จะต้องหาจำนวนชั้น ดังนี้

จำนวนอันตรภาคชั้น = ความกว้าง การนำเสนอข้อมูลในรูปตารางแจกแจงความถี่ 

  ผลลัพธ์ที่ได้จากการหารทั้ง 2 วิธี  ถ้าเป็นทศนิยมจะต้องปัดให้เป็นจำนวนเต็มเสมอ

ขั้นที่ 4   เขียนอันตรภาคชั้นจากชั้นข้อมูลต่ำสุดไปหาชั้นข้อมูลสูงสุด หรือจากชั้นของข้อมูลสูงสุดไปหาชั้นข้อมูลต่ำสุดก็ได้

ขั้นที่ 5   พิจารณาข้อมูลแต่ละจำนวน  ว่าจำนวนใดอยู่ในช่วงข้อมูลใดแล้วขีดลงในช่องรอยขีดของข้อมูล  โดยให้หนึ่งขีดแทนข้อมูล 1 จำนวน

ขั้นที่ 6   จำนวนรอยขีดแต่ละชั้น  คือ  ความถี่ของข้อมูลในชั้นนั้น

2.  ผลการสอบวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งเป็นดังนี้

68       84       75       82       68       91       61       89       75        93

73     79       87       77       60       92       70       58          82       75

61     65       74       86       72       62       90       78          63       72

96     78       89       61       75       95       60       79          85       71

65     80       73       57       88       63       62       76          54       74

การสร้างตารางแจกแจงความถี่ของข้อมูลดังกล่าวควรใช้อันตรภาคชั้นที่เป็นช่วงคะแนน ซึ่งมีลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1.  หาค่าสูงสุด  คือ 96 และค่าต่ำสุด คือ 54
  2.  พิสัย =  ค่าสูงสุด – ค่าต่ำสุด      

  =       96 – 54

  =       42 

  1. กำหนดความกว้างของอันตรภาคชั้น  =  10

จำนวนอันตรภาคชั้น   =   \frac{42}{10}   =  4.2    

จะได้จำนวนอันตรภาคชั้นเป็น 5 ชั้น

  1. เรียงลำดับอันตรภาคชั้นจากคะแนนน้อยไปมาก
  2. นำข้อมูลดิบมาใส่ตาราง โดยขีดรอยขีดของคะแนนในอันตรภาคชั้นที่มีความกว้าง ครอบคลุม ข้อมูลนั้นอยู่
  3. รวบรวมความถี่ของรอยคะแนน เพื่อนำไปแปลความหมายของข้อมูลต่อไป

คะแนน

รอยขีด

ความถี่

51 – 60

61 – 70

71 – 80

81 – 90

 91 – 100

/////

/////   /////   //

/////   /////   /////   ///

/////   /////

/////

5

12

18

10

5

3.  จากผลการสอบวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานของนักเรียน ม. 3/9  จำนวน  40  คน เป็นดังนี้

                     35       100      56       49       64       85       64       65       51          84

                     95       84       66       72       83       89       64       66       73          87

                     65       87       56       78       77       69       69       56       47          95

                     47       79       76       55       83       68       75       76       41          72

จงสร้างตารางแจกแจงความถี่ให้มีจำนวนชั้นเป็น  7

วิธีทำ  คะแนนสูงสุดเท่ากับ 100   และ  คะแนนต่ำสุดเท่ากับ 35

 ดังนั้น   พิสัย  =  100 – 35  =  65 

ความกว้างของอันตรภาคชั้น   เท่ากับ   \frac{65}{7}\approx  9.3    

จะได้ความกว้างของอันตรภาคชั้นเป็น 10 

คะแนน

รอยขีด

ความถี่

35 – 44

// 2

45 – 54

//// 4

55 – 64

/////  // 7

65 – 74

/////  /////

10

75 – 84

/////  /////

10

85 – 94

////

4

95 – 104

///

3

   

N = 40

4. ข้อมูลต่อไปนี้เป็นคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งมีคะแนนเต็ม 100 คะแนนของนักเรียนจำนวน 40 คนดังนี้

84   79   65   78   78   62   80   67   82   73   81   68   60   74   67   75   48   80  71   62

76   76   65   63   68   51   48   53   71   75   74   77   68   73   61   66   75   79  52   62

จงสร้างตารางแจกแจงความถี่ให้มี 8 อันตรภาคชั้น

วิธีทำ  คะแนนสูงสุดเท่ากับ 84   และ  คะแนนต่ำสุดเท่ากับ 48

 ดังนั้น   พิสัย  =  84 – 48  =  36 

ความกว้างของอันตรภาคชั้น  เท่ากับ  \frac{36}{8} = 4.5    

จะได้ความกว้างของอันตรภาคชั้นเป็น 5 

อันตรภาคชั้น รอยขีด

ความถี่

45 – 49

ll

2

50 – 54

lll

3
55 – 59

0

60 – 64

lllll l

6
65 – 69

lllll lll

8

70 – 74

lllll l

6

75 – 79

lllll lllll

10

80 – 84

lllll

5

N = 40

จงตอบคำถามต่อไปนี้

  1.   นักเรียนส่วนใหญ่มีคะแนนสอบอยู่ในช่วงใด (ตอบ 75 – 79  คะแนน)
  2.  นักเรียนที่ได้คะแนนต่ำกว่า 65 คะแนน มีกี่คน (ตอบ 11  คน)
  3.  นักเรียนที่ได้คะแนนสูงกว่า 69 คะแนน มีกี่คน (ตอบ 21  คน)

          ตารางแจกแจงความถี่ เป็นตาราง การนำเสนอข้อมูลทางสถิติ หรือข้อมูลดิบ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการนำไปใช้ เมื่อข้อมูลดิบเป็นตัวเลขที่แสดงปริมาณ และมีจำนวนข้อมูลมาก ๆ  และไม่ค่อยซ้ำกัน การสร้างตารางแจกแจงความถี่ควรใช้อันตรภาคชั้นที่เป็นส่วนของช่วงคะแนน

การหาขอบล่าง ขอบบน และจุดกึ่งกลาง

เราสามารถหาขอบล่าง – ขอบบน ได้จากสูตร

                     ขอบล่าง = ขอบล่าง            

                     ขอบบน = ขอบบน 

                     จุดกึ่งกลางชั้น   =  จุดกึ่งกลาง     

5. ให้นักเรียนพิจารณาตารางแจกแจงความถี่ของความสูงของนักเรียนมัธยมตอนต้น ของโรงเรียน

แห่งหนึ่ง  จำนวน 100  คน  ดังต่อไปนี้

ความสูง   (ซม.)

จำนวนนักเรียน  (คน)

140  –  144

145   –  149

150 – 154

155 – 159

160 – 164

5

18

42

27

8

ขอบล่างของอันตรภาคชั้น  150  –  154  คือ   \frac{150+149}{2}   =  149.5

ขอบบนของอันตรภาคชั้น  150  –  154  คือ  \frac{154+155}{2}   =  154.5

          อาจเขียนข้อมูลในตารางแจกแจงความถี่ข้างต้นให้เห็นขอบล่างและขอบบนของข้อมูลได้ ดังนี้

ความสูง   (ซม.)

จำนวนนักเรียน  (คน)

139.5 –  144.5

144.5 –  149.5

149.5 – 154.5

154.5 – 159.5

159.5 – 164.5

5

18

42

27

8

จากข้อมูลข้างต้นเขียนตารางแสดงขอบล่าง – ขอบบน จุดกึ่งกลางชั้น และความถี่ ได้ดังนี้

ขอบล่าง-ขอบบน

จุดกึ่งกลางชั้น จำนวนนักเรียน  (คน)
139.5 –  144.5

144.5 –  149.5

149.5 – 154.5

154.5 – 159.5

159.5 – 164.5

142

147

152

157

162

5

18

42

27

8

6. จากตารางแจกแจงความถี่ต่อไปนี้จงหาขอบล่าง ขอบบน และจุดกึ่งกลาง

อายุ ความถี่
10 – 19 12
20 – 29 15
30 – 39 18
40 – 49 24
50 – 59 10
60 – 69 11
รวม 90

วิธีทำ

อายุ

ความถี่ ขอบล่าง-ขอบบน จุดกึ่งกลางชั้น
10 – 19 12 9.5 – 19.5

14.5

20 – 29

15 19.5 – 29.5 24.5
30 – 39 18 29.5 – 39.5

34.5

40 – 49

24 39.5 – 49.5 44.5
50 – 59 10 49.5 – 59.5

54.5

60 – 69

11 59.5 – 69.5 64.5
รวม 90

7.  จากตารางแจกแจงความถี่ที่กำหนดให้  จงหาขอบล่าง ขอบบน และจุดกึ่งกลางชั้น

คะแนน

ความถี่

70 – 74

15
75 – 79

5

80 – 84

10
85 – 89

8

90 – 94

2

วิธีทำ

คะแนน

ความถี่ ขอบล่าง ขอบบน จุดกึ่งกลางชั้น
70 – 74 15 69.5 74.5

72

75 – 79

5 74.5 79.5 77
80 – 84 10 79.5 84.5

82

85 – 89

8 84.5 89.5 87
90 – 94 2 89.5 94.5

92

การนำเสนอข้อมูลในรูปตารางแจกแจงความถี่ น้องๆได้เรียนรู้เรื่องการหารอยขีด ความถี่ ขอบบน ขอบล่าง และจุดกึ่งกลางชั้น ซึ่งน้องได้เรียนรู้การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบอื่นมาแล้ว เช่น แผนภูมิแท่ง และ กราฟเส้น ซึ่งการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่างๆมีการนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม

คลิปวิดีโอ การนำเสนอข้อมูลในรูปตารางแจกแจงความถี่

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

ความเป็นมาของบทละครเรื่องรามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก

บทละครเรื่องรามเกียรติ์ เป็นวรรณคดีที่สำคัญและมีอิทธิพลต่อความคิดความเชื่อของคนไทยมาอย่างยาวนาน น้อง ๆ หลายคนก็คงจะรู้จักและเคยเห็นผ่านตากันมาบ้างตามสื่อต่าง ๆ แต่ทราบไหมคะว่าวรรณคดีเรื่องนี้มีที่มาอย่างไร และทำไมถึงมาเป็นบทละคร มีความสำคัญอย่างไรจึงมาอยู่ในบทเรียนวิชาภาษาไทย เราไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ   ความเป็นมาของบทละครเรื่องรามเกียรติ์     รามเกียรติ์ เป็นวรรณคดีที่ได้รับอิทธิพลและมีเค้าโครงเรื่องมาจากมหากาพย์รามายณะที่ฤๅษีวาลมีกิ ชาวอินเดียเป็นคนแต่งขึ้นเป็นภาษาสันสกฤต แม้จะไม่ปรากฏปีที่วรรณคดีเรื่องดังกล่าวเข้ามาเผยแผ่ในไทยอย่างแน่ชัด แต่ด้วยจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ก็ทำให้นักวิชาการคาดการณ์ว่าเป็นช่วงสมัยอยุธยา และในสมัยกรุงธนบุรี พระเจ้าตากสินได้ทรงประพันธ์เพื่อให้ละครหลวงเล่น ก่อนที่ต่อมาสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่

เห็นแก่ลูก ศึกษาความเป็นมาบทละครพูดเรื่องแรกของไทย

  บทละครพูด เห็นแก่ลูก เป็นวรรณคดีเรื่องแรกที่น้อง ๆ ม.3 ทุกคนจะได้เรียน ความพิเศษของวรรณคดีไทยเรื่องนี้คือเป็นบทละครพูดเรื่องแรกของไทยอีกทั้งยังได้รับการแปลไปยันต่างประเทศอีก 13 ภาษา วรรณคดีเรื่องนี้มีความสำคัญและมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ถึงโด่งดัง เป็นที่รู้จัก และได้มาอยู่ในแบบเรียนภาษาไทย ถ้าพร้อมแล้วเราไปศึกษาประวัติความเป็นมาของวรรณคดีเรื่องนี้กันเลยค่ะ   ความเป็นมา บทละครพูด เห็นแก่ลูก     บทละครพูด เห็นแก่ลูก เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระนามแฝงว่าพระขรรค์เพชร

โคลงโลกนิติ

ศึกษาตัวบทและคุณค่าที่แฝงอยู่ในโคลงโลกนิติ

หลังจากที่ได้เรียนรู้ความเป็นมาและเนื้อหาในโคลงโลกนิติกันแล้ว น้อง ๆ ก็คงจะอยากรู้กันแล้วใช่ไหมคะว่าตัวบทในโคลงโลกนิติที่มีอยู่มากมายนั้น มีตัวบทไหนที่เด่น ๆ กันบ้าง วันนี้เรามาศึกษาตัวบทที่น่าสนใจเพื่อทำความเข้าใจถึงคติธรรมและคุณค่าที่อยู่ในเรื่องกันค่ะ โคลงโลกนิติ โคลงโลกนิติเป็นบทประพันธ์ที่มีคำสอนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคบเพื่อน การปฏิบัติตัวกับพ่อแม่ หรือแม้แต่การดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เรามาดูตัวบทเด่น ๆ ที่ควรรู้กันทีละบทเลยนะคะว่าแต่ละบทสอนเรื่องอะไรบ้าง   ศึกษาตัวบท     ความหมาย กล่าวถึงปลาร้าที่มีกลิ่นเหม็น และใบคา แม้ใบคาจะเป็นใบไม้ที่ไม่มีกลิ่นเฉพาะตัว แต่เมื่อนำไปห่อปลาร้าก็จะทำให้มีกลิ่นเหม็นจากปลาร้าติดไปด้วย

การเปลี่ยนแปลงคำ เรียนรู้วิวัฒนาการทางภาษาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ภาษาเป็นเครื่องมือที่มนุษย์ใช้สื่อสารกัน แต่ในเมื่อสังคมมนุษย์ไม่สามารถหยุดนิ่งได้ และมีความเจริญทางวิทยาการใหม่ ๆ เข้ามาอยู่เสมอ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางภาษามากมาย การเปลี่ยนแปลงคำ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในธรรมชาติของมนุษย์ จากครั้งที่แล้วที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของประโยคกันไป บทเรียนในวันนี้จะพาน้อง ๆ เจาะลึกอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงซึ่งก็คือการเปลี่ยนแปลงคำว่ามีอะไรกันบ้าง และมีคำใดที่เคยใช้ในสมัยโบราณแต่ปัจจุบันเลิกใช้ไปแล้ว ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้พร้อมกันเลยค่ะ   การเปลี่ยนแปลงคำ   เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภาษาพูดและเขียนเมื่อถูกใช้ต่อกันมาเรื่อย ๆ ลักษณะของการเปลี่ยนแปลงคำต่าง ๆ สามารถแบ่งได้ดังนี้     1.

โจทย์ปัญหาแผนภูมิรูปวงกลม

ในบทความนี้เราจะได้เรียนรู้หลักการแก้โจทย์ปัญหาแผนภูมิรูปวงกลมที่จะนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวนและสามารถเข้าใจได้ง่าย

โคลงโลกนิติ ประวัติความเป็นมาและเรื่องย่อ

โคลงโลกนิติ เป็นคำโคลงที่ถูกแต่งไว้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ดูจากช่วงเวลาแล้ว น้อง ๆ หลายคนคงจะสงสัยว่าเหตุใดบทประพันธ์ที่มีมาตั้งแต่ยุคก่อนโน้น ยังถูกนำมาเป็นบทเรียนให้คนรุ่นหลังสมัยนี้ศึกษาอยู่ โคลงโลกนิติเป็นบทประพันธ์แบบใด ถึงได้รับการอนุรักษ์ไว้มาอย่างยาวนาน วันนี้เรามาเรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาและเรื่องย่อของโคลงโลกนิติกันค่ะ โคลงโลกนิติ ประวัติและความเป็นมา โคลงโลกนิติเป็นบทประพันธ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏนามผู้แต่งที่ชัดเจน เนื่องจากเป็นสุภาษิตเก่าที่ถูกนำมาร้อยเรียงเป็นคำโคลง ต่อมา เมื่อถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธ์) และประสงค์ให้มีการนำโคลงโลกนิติมาจารึกลงแผ่นศิลาติดไว้เป็นธรรมทาน เพื่อที่ประชาชนจะได้ศึกษาคติธรรมจากบทประพันธ์   ผู้แต่งโคลงโลกนิติ เดิมทีไม่มีปรากฏชื่อผู้แต่งที่ชัดเจนและไม่มีหลักฐานยืนว่าโคลงโลกนิติถูกแต่งขึ้นเมื่อไหร่ แต่นักวรรณคดีศึกษาคาดว่าโคลงโลกนิติแพร่หลายในสมัยกรุงศรีอยุธยา

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1