There is และ There are ในภาษาอังกฤษ

สวัสดีน้องๆ ม. 2 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องการใช้ There is และ There are ในภาษาอังกฤษกันครับ ถ้าพร้อมแล้วเราลองไปดูกันเลย
there is

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

There is/ There aree

ในภาษาไทยนั้นเราจะแปล There is/are ว่า “มี” ครับ โดยเราสามารถใช้โครงสร้างนี้ขึ้นต้นประโยคเพื่อบอกว่ามีสิ่งนั่นอยู่ เช่น

There is a gas station near our hotel.
มีปั๊มน้ำมันอยู่ใกล้ๆโรงแรมของเรา

There are many tourist attractions in this city.
มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายในเมืองนี้

ถ้าน้องๆ สังเกตจะเห็นว่า There is จะตามด้วยคน 1 คน สิ่ง 1 สิ่ง อะไรที่มีอย่างเดียวเท่านั้น (ในตัวอย่างคือ Gas station 1 แห่ง) ซึ่งเราจะเรียกสิ่งนั้นว่าเป็น Singular Noun หรือ คำนามเอกพจน์

ในทางกลับกัน There are จะตามด้วยคนหลายๆ คน ของหลายๆ อย่าง (ในตัวอย่างคือ สถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ ที่) ซึ่งเราเรียกสิ่งนั้นว่าเป็น Plural Noun หรือ คำนามพหูพจน์นั่นเอง

there

ในภาษาพูด (Spoken Language) นั้นน้องๆ สามารถย่อได้เป็น There’s และ There’re

 

Negative Form

เราสามารถเติม “no” หลัง is หรือ are ได้เลยเพื่อบอกว่า “ไม่มี” เช่น

there is no

There’s no toilet available here.
ไม่มีห้องน้ำให้บริการที่นี่

There’re no tourists in Thailand due to the COVID-19 pandemic.
ไม่มีนักท่องเที่ยวในประเทศไทยเนื่องจากโรคระบาดโควิด 19

 

Question Form

หากน้องๆ ต้องการถามว่า “มี…บ้างไหม?” น้องๆ สามารถใช้โครงสร้างดังต่อไปนี้ได้

there is

Is there any ATM nearby?
มีตู้เอทีเอ็มอยู่ใกล้ๆบ้างไหม?

Are there any local restaurants in this village?
มีร้านอาหารพื้นบ้านในหมู่บ้านนี้บ้างไหม?

น้องๆ สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ว่า

Yes, athere is/are. หรือ No, there is not/are not.

 

เรื่อง There is และ There are นั้นเป็นเรื่องพื้นฐานที่น้องๆ สามารถนำไปใช้ได้ในสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่อง หรือการสอบถามต่างๆ ก่อนจะจากกันวันนี้หากน้องๆ ยังมีข้อสงสัยสามารถรับชมวิดีโอจากช่อง Nock Academy เพิ่มเติมได้ด้านล่างเลยครับ

 

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

ระบบสมการเชิงเส้น

ระบบสมการเชิงเส้น

ระบบสมการเชิงเส้น ระบบสมการเชิงเส้น คือระบบสมการที่มีดีกรีเป็นหนึ่ง ซึ่งก็คือเลขชี้กำลังของตัวแปรเป็นหนึ่งนั่นเอง ซึ่งในตอนมัธยมต้นน้องๆได้เรียนระบบสมการเชิงเส้น 2 ตัวแปรไปแล้ว ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร เช่น แล้วเราก็แก้สมการหาค่า x, y  (ซึ่งอาจจะมีคำตอบหรือไม่มีก็ได้) แต่ในบทความนี้น้องๆจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบสมการเชิงเส้น n ตัวแปร นั่นก็คือน้องๆจะต้องหาคำตอบของตัวแปร n ตัวตัว ซึ่งการหาคำตอบนั้นมีหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการใช้เมทริกซ์ (ซึ่งน้องๆจะได้เรียนในบทความถัดๆไป) หรือการแก้สมการธรรมดาและในข้อสอบส่วนใหญ่จะเน้นให้น้องๆหาคำตอบในระบบสมการเชิงเส้นที่ไม่เกิน 3 ตัวแปร เพราะถ้าเกินกว่านั้นอาจจะใช้เวลาในการหาคำตอบมาก

ภาพรวมโรงเรียนเตรียมอุดมในปีการศึกษา 2570 รับกี่คน?

ภาพรวมโรงเรียนเตรียมอุดมในปีการศึกษา 2570 รับกี่คน? อัปเดตล่าสุด 9 ตุลาคม 2569 | โดยทีม NockAcademy หากอ้างอิง จากการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมปีล่าสุด 2569 มีรายละเอียดดังนี้ ข้อมูลปี 2569 จำนวน รับนักเรียนทั้งหมด 1,520 คน สอบคัดเลือกทั่วไป 1,110 คน โควตาประเภทต่าง ๆ

เทคนิคอ่านจับใจความ Skim and Scan

เทคนิคอ่านเร็วจับใจความในภาษาอังกฤษ (Skimming and Scanning)

เคยเป็นมั้ยว่าเจอบทความภาษาอังกฤษทีไร ปวดหัวทุกที ทั้งเยอะและยาว เมื่อไหร่จะอ่านจบกว่าจะตอบได้หมดเวลากันพอดี สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.1 ทุกคน วันนี้ครูจะพาไปดูเทคนิคการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ โดยใช้วิธีการที่เรียกว่า อ่านแบบเร็ว (จ๊วด …) หรือ Speed Reading (ภาษาอีสาน จ๊วด แปลว่า เร็วเหมือนเสียงปล่อยจรวด) ถ้าเราสามารถอ่านได้เร็วเหมือนจรวดคงเป็นสิ่งที่ดีมาก ไปจ๊วดกันเลยกับเทคนิคอ่านเร็วทุกคน ก่อนอื่นจะต้องรู้จักกับประเภทของ Speed Reading กันก่อนค่ะ การอ่านแบบจับใจความสำคัญส่วนใหญ่แล้วเราจะเจอ

การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์

การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์

การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ บทความนี้ได้รวมรวมเนื้อหาและตัวอย่างเกี่ยวกับ การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ ไว้อย่างหลากหลายและแสดงวิธีทำอย่างละเอียด  แต่ก่อนที่น้องๆจะได้เรียนรู้เรื่องนี้น้องสามารถทบทวน การเขียนเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มบวก และ การคูณเลขยกกำลัง เมื่อเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มบวก (กดลิ้งค์ที่ข้อความได้เลยค่ะ)  ซึ่งจะทำให้น้องๆ ได้เรียนรู้เรื่องต่างๆอย่างง่ายดาย ซึ่งได้นำเสนออกมาในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ทำให้น้องๆสนุกกับการเรียนคณิตศาสตร์ ฝึกการเขียนจำนวนในรูปเลขยกกำลังที่มีฐานเป็น 10 ดังนี้ 10 = 10 = 10¹ 100 = 10

อยากเขียนเก่ง เขียนได้ดี ต้องเรียนรู้วิธีใช้ภาษาเขียนให้ถูกต้อง

บทนำ สวัสดีน้อง ๆ ทุกคน สำหรับวันนี้เราจะมาเข้าสู่บทเรียนภาษาไทยในเรื่องของระดับภาษา แต่จะเฉพาะเจาะจงไปที่การใช้ภาษาเขียนให้ถูกต้อง เหมาะสม เพื่อให้น้อง ๆ ทุกคนนำไปใช้ในการเขียนข้อสอบ หรือเขียนรายงานเรื่องต่าง ๆ ได้เหมาะสมมากขึ้น เพราะด้วยความที่ภาษาเขียนเป็นภาษาที่มีแบบแผน มีหลักในการเลือกใช้ เราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาเขียนอย่างละเอียด ถ้าน้อง ๆ ทุกคนอยากรู้แล้วว่าวันนี้มีบทเรียนอะไรที่น่าสนใจบ้างต้องมาดูไปพร้อม ๆ กัน   ภาษาเขียน คืออะไร?  

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1