Question Words ที่ใช้ในการถามคำถามในภาษาอังกฤษ

สวัสดีน้องๆ ป. 5 ทุกคนนะครับ วันนี้เรามาเรียนรู้การถามคำถามด้วย Wh- Questions กันดีกว่าครับ ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลย
question words

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

Question Words และ Wh- Questions

ในประโยคคำถามภาษาอังกฤษหากเราต้องการสอบถามข้อมูลต่างๆ ที่ไม่ใช่คำถามแบบ Yes/No เรามักจะใช้ คำกลุ่มนึงที่เรียกว่า Question Word มาขึ้นต้นประโยคครับ ซึ่งประโยคคำถามที่ขึ้นต้นด้วย Question Word นั้นเราเรียกว่า Wh- Questions นั่นเองครับ

 

Question Word

ความหมาย

what

อะไร (ถามหาข้อมูล)

where

ที่ไหน (ถามหาสถานที่)

when

เมื่อไหร่ (ถามหาเวลา)

why

ทำไม (ถามหาเหตุผล)

which

อันไหน (ถามหาตัวเลือก)

who

ใคร (ถามหาคน)

how

อย่างไร (ถามหาวิธี)

 

การใช้ What

เราจะใช้ What เพื่อถามข้อมูลทั่วไป เช่น ชื่อ อาชีพ เวลา งานอดิเรก ฯลฯ เช่น

What is your name?
คุณชื่ออะไร?

What is your hobby?
งานอดิเรกของคุณคืออะไร?

What time is it?
ตอนนี้เวลาเท่าไหร่?

question words

 

การใช้ Where

เราใช้ Where เพื่อถามถึงข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ เช่น

Where are you from?
คุณมาจากที่ไหน?

Where is your house?
บ้านของคุณอยู่ที่ไหน?

Where are you going?
คุณกำลังไปที่ไหน?

where

 

การใช้ When

เราใช้ When ในการถามเกี่ยวกับเวลา เช่น

When is your birthday?
วันเกิดของคุณคือเมื่อไหร่?

When will we leave?
เราจะออกไปตอนไหน?

When will you go home?
คุณจะกลับบ้านตอนไหน?

when

 

การใช้ Why

เราจะใช้ Why ในการถามหาเหตุผล เช่น

Why are you angry?
ทำไมคุณถึงโกรธ?

Why are you late?
ทำไมคุณถึงมาสาย?

Why do you leave?
ทำไมคุณถึงจากไป?

why

 

การใช้ Which

เราใช้ Which เมื่อเราต้องการถามเกี่ยวกับตัวเลือกต่างๆ เช่น

Which one do you like?
คุณชอบอันไหน?

Which food should I order?
ฉันควรสั่งอาหารจานไหนดี?

Which colour do you want?
คุณต้องการสีไหน?

which

 

การใช้ Who

เราจะใช้ Who เมื่อต้องการถามว่าใครเป็นคนทำสิ่งนั้นๆ เช่น

Who is your best friend?
เพื่อนสนิทของคุณคือใคร?

Who is that woman?
ผู้หญิงคนนั้นคือใคร?

Who is talking now?
ใครกำลังพูดอยู่ตอนนี้?

who

 

การใช้ How

เราใช้ How เมื่อต้องการถามเกี่ยวกับวิธีการต่างๆ เช่น

How do you go to school?
คุณไปโรงเรียนอย่างไร?

How can I use chopsticks?
ฉันจะใช้ตะเกียบได้อย่างไร?

How do you study?
คุณมีวิธีการเรียนอย่างไร?

how

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับน้องๆ สำหรับ Question Words และ Wh- Questions ประเภทต่างๆ ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ? หลังจากที่อ่านจบแล้วน้องๆ อย่าลืมนำไปฝึกใช้บ่อยๆ ด้วยนะครับ และหากน้องต้องการเรียนเพิ่มเติมก็สามารถรับชมวิดีโอจากช่อง Nock Academy ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

เรียนรู้และเข้าใจเรื่องคำซ้อนในภาษาไทย

คำซ้อน เป็นหนึ่งในบทเรียนหลักภาษาไทยเรื่องการสร้างคำ น้อง ๆ หลายคนอาจจะเคยสับสนกับวิธีสร้างคำซ้อน ไม่รู้ว่าแบบไหนกันแน่ที่เรียกว่าคำซ้อน เพราะภาษาไทยเรานั้นก็มีคำมากมายเหลือเกิน วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องคำซ้อนให้มากขึ้น รับรองว่าไม่ยากแน่นอนค่ะ   คำซ้อน     ความหมายของคำซ้อน   คำซ้อน คือ คำที่เกิดจากการนำคำตั้งแต่ 2 คำ ขึ้นไปมาเรียงต่อกัน โดยคำที่นำมาซ้อนกันจะต้องเป็นคำที่มีความหมายเหมือนกัน ใกล้เคียงกัน ตรงข้ามกัน หรืออาจมีเสียงที่คล้ายกัน

passive modals

Passive Modals: It can be done!

สวัสดีน้องๆ ม. 5 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเรื่อง Passive Voice ในกริยาจำพวก Modals กันครับ ถ้าพร้อมแล้วเราลองไปดูกันเลย

โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

บทความนี้ได้รวบรวม โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ไว้หลากหลายตัวอย่าง ซึ่งแสดงวิธีคิดอย่างละเอียด สามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ง่าย แต่ก่อนที่น้องๆจะได้เรียนรู้การแก้อโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว น้องๆสามารถทบทวน อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวเพิ่มเติมได้ที่  ⇒⇒ แนะนำอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ⇐⇐ ในการแก้ โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว จะต้องใช้สัญลักษณ์ของอสมการแทนคำเหล่านี้ <   แทนความสัมพันธ์น้อยกว่า หรือไม่ถึง >   แทนความสัมพันธ์มากกว่า หรือเกิน ≤   แทนความสัมพันธ์น้อยกว่าหรือเท่ากับ หรือไม่เกิน ≥  แทนความสัมพันธ์มากกว่าหรือเท่ากับ

Profile Linking Verbs

มาทำความรู้จักกับ Linking Verbs ให้มากขึ้น

สวัสดีค่ะนักเรียนม.1 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปรู้จักกับ Linking Verbs ให้มากขึ้น แต่ก่อนอื่นไปดูความหมายของ Linking Verbs กันก่อนนะคะ ไปลุยกันเลย มาทำความรู้จักกับ Linking Verbs     Linking verbs คืออะไรกันนะ Linking แปลว่า การเชื่อม มาจากรากศัพท์ link ที่เป็นกริยาเติมด้วย

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1