เรียนรู้การใช้คำสันธาน (Conjunctions) ในภาษาอังกฤษ

สวัสดีน้องๆ ม. 3 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Conjuctions หรือคำสันธานในภาษาอังกฤษ พร้อมวิธีการใช้คำสันธานในประโยคแบบเข้าใจง่ายๆ กันครับ
conjunctions

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

Conjunctions คืออะไร?

ในภาษาอังกฤษจะมีคำประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Conjunctions หรือแปลเป็นไทยว่าคำสันธานครับ ซึ่งคำเหล่านี้จะมีหน้าที่เชื่อมไอเดียของคำหรือประโยคเข้าด้วยกันเพื่อทำให้เราเข้าใจสิ่งที่กำลังอ่านหรือฟังได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

หากไม่มีคำเชื่อมแล้ว เราก็จะเหมือนถูกบังคับให้สื่อสารผ่านประโยคที่เป็นประโยคความเดียวเท่านั้น เช่น หากเราต้องการบอกว่าผู้ชายคนนี้สูงและขยันมาก เราอาจพูดได้ว่า

He is tall. He is diligent.

แต่ถ้าเราใช้คำเชื่อมมาช่วยจะช่วยให้ประโยคกระชับ และไม่ฟุ่มเฟือยซึ่งจะสื่อความได้เข้าใจมากขึ้น

He is tall and diligent.

“and” คือตัวอย่างของ Conjunctions

 

Coordinating Conjunctions

คำสันธานประเภทแรกเรียกว่า Coordinating Conjuntions ครับ เป็นคำเดี่ยวๆ ทีมีหน้าที่เชื่อมคำ วลี และอนุประโยค (clause) เข้ากับประโยค ซึ่งกลุ่มคำสันธายเหล่านี้ได้แก่ for (เพราะ), and (และ), nor (ไม่ทั้ง…), but (แต่), or (หรือ), yet (แต่,ยัง), so (เพื่อที่) หรือจำง่ายๆ ว่า FANBOYS นั่นเอง

fanboys

 

ตัวอย่าง

I love reading fantasy novels for they take me to a different world.

(ฉันชอบอ่านนิยายแฟนตาซีเพราะเหมือนว่าได้ไปอยู่อีกโลกหนึ่ง)

Peter is an exceptional and intelligent student.

(ปีเตอร์เป็นนักเรียนที่โดดเด่นและฉลาด)

I don’t like talking with your mom nor your dad.

(ฉันไม่ชอบการพูดคุยกับแม่ของคุณไม่แม้กระทั่งพ่อของคุณ)

His essay is acceptable but there are still some grammatical mistakes.

(เรียงความของเราพอใช้ได้แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดเรื่องไวยากรณ์อยู่บ้าง)

You must choose between going out or staying home.

(คุณต้องเลือกระหว่างการออกไปข้างนอกหรือการอยู่ที่บ้าน)

He has been practised really hard, yet his performance is still not satisfying.

(เขาฝึกฝนหนักมากแต่การแสดงของเขาก็ยังไม่ค่อยน่าพอใจ)

Could you give me a hand so I can finish this in time?

(คุณพอจะช่วยฉันหน่อยได้มั้ยเพื่อที่ฉันจะได้เสร็จทันเวลา?)

 

*ข้อควรระวัง คำ วลี หรืออนุประโยคที่ถูกเชื่อมด้วยคำสันธานต้องมีลักษณะทางไวยากรณ์เหมือนกัน (parallel) เช่น

She works quickly and neat.

ประโยคนี้ผิดหลักไวยากรณ์เพราะว่าคำที่อยู่หน้าและหลัง “and” จะต้องเป็น Part of Speech เดียวกัน

She works quickly and neatly.

แบบนี้จึงจะเป็นประโยคที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์

 

Correlative Conjunctions

ประเภทต่อมาเป็นคำสันธานที่อยู่กันเป็นคู่และใช้คู่กันเสมอ ได้แก่ either…or (ไม่…ก็…), neither…or (ไม่ทั้ง…และ…), not only…but also (ไม่เพียงแต่…แต่ยัง…)

correlative conjunctions

 

ตัวอย่าง

It was either John or Peter who received the email.

(ไม่จอห์นก็ปีเตอร์ที่ได้รับอีเมล)

Margaret likes neither London nor Paris. She prefers Asian countries.

(มาร์กาเร็ตไม่ชอบทั้งลอนดอนและปารีส เธอชอบประเทศแถบเอเชียมากกว่า)

Bangkok is not only a capital city of Thailand but also a popular travel destination.

(กรุงเทพไม่เพียงแต่เป็นเมืองหลวงของไทยแต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกด้วย)

 

Subordinating Conjunctions

คำสันธานกลุ่มสุดท้ายมีหน้าจะเชื่อมประโยคเข้าด้วยกันเพื่อบอกลักษณะที่เป็นเหตุเป็นผล หรือการเปรียบเทียบ คำสันธานที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ because (เพราะ), since (ตั้งแต่,เพราะ), as(เพราะ,เนื่องจาก), as though (ราวกับว่า), although(แม้ว่า), though(แม้ว่า), while(ขณะที่), whereas(ในขณะที่) เป็นต้น

subordinating conjunctions

 

ตัวอย่าง

They are angry because the football match has been cancelled.

(พวกเขาโกรธเพราะว่าการแข่งขันฟุตบอลถูกยกเลิก)

I’m going to buy him a present since today is his birthday.

(ฉันจะซื้อของขวัญให้เขาเพราะวันนี้เป็นวันเกิดของเขา)

As she failed the final exam, she needs to study harder.

(เพราะเธอสอบตก เธอจึงต้องเรียนหนักขึ้น)

He spends a month travelling in Japan as though he has no job to do.

(เขาใช้เวลาหนึ่งเดือนท่องเที่ยวในญี่ปุ่นราวกับว่าเขาไม่มีงานต้องทำ)

He keeps reading for the exam though it is 3 a.m.

(เขายังคงอ่านหนังสือสอบต่อไปแม้ว่าจะตีสามแล้ว)

Dogs are considered loyal whereas cats are considered lazy.

(สุนัขถูกจัดว่าซื่อสัตย์ในขณะที่แมวถูกจัดว่าขี้เกียจ)

 

นี่ก็เป็นพื้นฐานเกี่ยวกับ Conjunctions ที่น้องๆ สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในการเขียนและการสนทนาในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะทำให้เราสามารถเชื่อมโยงหรือบอกเหตุและผลความคิดที่เราต้องการได้นั่นเองครับ น้องสามารถดูวิดีโอเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

การเขียนคำอวยพร

การเขียนคำอวยพร เขียนอย่างไรให้เหมาะสมกับผู้รับ

  วัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และภาษาก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม คนเราทุกคนต่างต้องการในสิ่งดีงาม เมื่อถึงโอกาสสำคัญอย่างวันเกิด วันแต่งงาน วันขึ้นบ้านใหม่ จึงต้องการคำอวยพรที่สร้างกำลังใจ และเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง คำอวยพรจึงเป็นเหมือนสิ่งสะท้อนวัฒนธรรม ที่คนใช้สื่อสาร ถ่ายทอดเพื่อมอบสิ่งดี ๆ ให้แก่กัน บทเรียนในวันนี้ น้อง ๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ การเขียนคำอวยพร เราไปดูพร้อมกันเลยค่ะว่าการเขียนประเภทนี้จะมีลักษณะและวิธีอย่างไรบ้าง   การเขียนคำอวยพร   ความหมายของคำอวยพร คำอวยพร

การใช้ Possessive Pronoun

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นป.6 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง การใช้ Possessive Pronoun ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจ้า บทนำ Possessive pronoun (เช่น mine, yours, hers) ถือเป็นหัวข้อหนึ่งในภาษาอังกฤษที่หลายคนมักจะสับสน นั่นก็เพราะมันมีความคล้ายคลึงกับ Possessive adjective (เช่น my, your, her) ลองเปรียบเทียบประโยคเหล่านี้ดูนะคะ   A

การชักชวน และแนะนำในภาษาอังกฤษ

วิธีการพูดเสนอแนะ ชักชวน และแนะนำในภาษาอังกฤษ

  สวัสดีค่ะนักเรียน ม.1 ที่น่ารักทุกคน วันนี้ครูจะพาไปดูวิธีการพูดให้ข้อเสนอแนะ ชักชวน และแนะนำกันค่ะซึ่งในการเสนอแนะ หรือชักชวนนั้น ผู้พูดจะแสดงความคิดเห็นเสนอแนะ เพื่อให้กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยกัน มีการใช้ภาษาหลายระดับ และใช้รูปประโยคหลายชนิด เช่นเดียวกับการพูดในความหมายต่างๆ ที่ผ่านมาเราจึงต้องใช้รูปประโยคต่างๆ เช่นประโยคบอกเล่า คำสั่ง ชักชวน เพื่อให้ผู้ฟังทำตาม รวมถึงเทคนิคการตอบรับและปฏิเสธ ดังในตัวอย่างรูปแบบประโยคด้านล่างนะคะ   1. ประโยคบอกเล่า (Statement)  

Like & Dislike ในการพูดถึงความชอบ และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง

สวัสดีน้องๆ ป. 5 ทุกคนนะครับผม วันนี้เราจะมาลองฝึกใช้ประโยคที่เอาไว้บอกความชอบของเรากัน พร้อมกับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองเบื้องต้นครับ ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลย

verb to do

Verb To Do ใน Present Simple Tense

สวัสดีน้องๆ ป. 5 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับ Verb to do ที่ใช้ใน Present Simple Tense กันครับ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

การพูดรายงานหน้าชั้น พูดอย่างไรให้ได้ใจผู้ฟัง

การพูดรายงานหน้าชั้น เป็นการแสดงผลงานศึกษาค้นคว้าโดยนำมาบอกเล่า ชี้แจง นำเสนอให้ผู้อื่นได้ทราบด้วย การพูดรายงานจึงมีความสำคัญในฐานะที่เป็นการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ความคิด บทเรียนในวันนี้เราจะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้กันว่าหลักในการพูดรายงานหน้าชั้นนั้นมีอะไรบ้าง พูดอย่างไรจึงจะดึงดูดผู้ฟัง รวมไปถึงมารยาทขณะที่ออกไปพูดด้วย จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นเราไปดูกันเลยค่ะ   หลักการพูดรายงานหน้าชั้น     1. กล่าวทักทายผู้ฟัง แนะนำผู้ร่วมงาน หัวข้อ จุดประสงค์ การทักทายถือเป็นการสร้างความประทับใจแรกให้แก่ผู้ฟัง ไม่ว่าหัวข้อที่เราจะนำมาพูดหน้าชั้นคืออะไร แต่หากเราพูดเนื้อหาขึ้นมาเลยแบบไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย ก็อาจจะทำให้ผู้ฟังไม่อยากฟัง หรือคิดว่าการพูดหน้าชั้นของเราเป็นเรื่องน่าเบื่อ

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1