โคลงสี่สุภาพ เจาะลึกคำประพันธ์ที่กวีนิยมแต่งมากที่สุด

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

 

โคลงสี่สุภาพ เป็นคำประพันธ์ประเภทหนึ่งของบทร้อยกรองที่กวีนิยมนำไปใช้กันมากมาย บทเรียนวันนี้ จะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้เรื่องของโคลงสี่สุภาพ ว่ามีฉันทลักษณ์และลักษณะคำประพันธ์อย่างไร ทำไมถึงได้รับความนิยมในหมู่กวี ไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ

 

โคลงสี่สุภาพคืออะไร

 

โคลงสี่สุภาพ

 

โคลง เป็นคำประพันธ์ที่มีการเรียบเรียงถ้อยคำเป็นคณะ มีกำหนดเอกโทและสัมผัส ส่วนสุภาพ หรือเสาวภาพ หมายถึงคำที่ไม่มีวรรณยุกต์ โคลงสี่สุภาพปรากฏในวรรณคดีไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยโคลงที่มีชื่อเสียงและได้รับการยกย่องว่าแต่งดี ยอดเยี่ยม ก็คือเรื่องลิลิตพระลอนั่นเองค่ะ

 

โคลงสี่สุภาพ

ตัวอย่างโคลงสี่สุภาพที่มีชื่อเสียง จากเรื่อง ลิลิตพระลอ

โคลงสี่สุภาพ

ลักษณะคำประพันธ์ของโคลงสี่สุภาพ

 

 

คณะ 1 บท มี 4 บาท แต่ละบาทมี 2 วรรค วรรคหน้ามี 5 คำ วรรคหลังมี 2 คำ เฉพาะบาทที่ 4 หรือบาทสุดท้ายที่วรรคหลังมี 4 คำ รวมทั้งสิ้น 1 บทจะมี 30 คำ ไม่รวมคำสร้อย ถ้ารวมคำสร้อยด้วยก็จะเป็น 34 คำ

คำสร้อย คือวลีที่ใช้ลงท้ายวรรค มีได้ในวรรคหลังของบาทที่ 1 หรือบาทที่ 3 บาทละ 2 คำ นิยมลงท้ายด้วย พ่อ เฮย แฮ รา ฤา นา นอ เอย ฯลฯ จะใช้เมื่อต้องการขยายความให้ชัดเจนขึ้น เช่น เลย ใช้ในความหมายเชิงปฏิเสธ หรือ ฤๅ มีความหมายเชิงถาม เหมือนกับคำว่า หรือ นอกจากนี้ยังมีคำสร้อยที่มีความหมายอย่าง สร้อยเจตนัง แต่ปกติจะไม่ใช้ในกวีนิพนธ์ที่เป็นพิธีการ

คำเอก – คำโท เป็นการกำหนดเสียงด้วยรูปวรรณยุกต์เอกและรูปวรรณยุกต์โท

คำเอก คือคำที่มีรูปวรรณยุกต์เอกบังคับ รวมถึงคำตายที่เป็นแม่ก กา ประสมกับสระเสียงสั้นกับคำที่สะกดด้วยแม่กก กบ กด ใน 1 บท มีคำเอก 7 คำ

คำโท คือคำที่มีรูปวรรณยุกต์โทบังคับ ใน 1 บท มีคำโท 4 คำ

โคลงสี่สุภาพกำหนดบังคับให้แต่ละบทต้องใช้คำเอก – โท แต่ในถ้าคำตามที่กำหนดไม่ได้ก็จะใช้เป็นคำเอกโทษและคำโทโทษเพื่อแปลงคำให้เป็นคำที่ตรงกับคำที่กำหนด แต่ในปัจจุบันไม่นิยมใช้อีกต่อไปแล้ว

สัมผัส โคลงสี่สุภาพบังคับสัมผัสระหว่างวรรคหรือสัมผัสนอก ดังนี้

  • คำสุดท้ายของบาทที่ 1 ต้องสัมผัสกับคำที่ 5 ของบาทที่ 2 และบาทที่ 3
  • คำสุดท้ายของบาทที่ 2 ต้องสัมผัสกับ คำที่ 5 ของบาทที่ 4

โคลงสี่สุภาพอาจมีสัมผัสภายในวรรคที่เรียกว่าสัมผัสในได้ ซึ่งเป็นได้สัมผัสอักษรและสัมผัสสระ เพื่อให้โคลงไพเราะยิ่งขึ้น

 

สรุปความรู้โคลงสี่สุภาพ

 

 

หลังจากเรียนเรื่องโคลงสี่สุภาพและวิธีการแต่งคำประพันธ์แล้ว น้อง ๆ ก็คงจะเข้าใจได้ทันทีเลยใช่ไหมคะ ว่าทำไมโคลงถึงเป็นคำประพันธ์ที่กวีนิยมนำมาใช้ที่สุด นั่นก็เพราะว่า โคลงสี่สุภาพ มีลักษณะบังคับอย่างคำเอกคำโท ทำให้เมื่อแต่งออกมาแล้วก็จะมีความไพเราะและมีเอกลักษณ์ความเป็นไทยอยู่มาก ๆ ด้วยค่ะ เพื่อเป็นการทบทวนและฝึกแต่งโคลงสี่สุภาพให้คล่อง น้อง ๆ สามารถตามไปดูคลิปการสอนย้อนหลังของครูอุ้มได้เลยค่ะ ในคลิปครูอุ้มจะสอนเรื่องฉันทลักษณ์ ลักษณะคำประพันธ์ รวมถึงวิธีแต่งโคลงสี่สุภาพอย่างง่าย ไปดูกันเลยค่ะ

 

ฝึกแต่งโคลงสี่สุภาพ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

วิชชุมมาลาฉันท์

เรียนรู้การแต่ง วิชชุมมาลาฉันท์ 8 ฉันท์ที่เปล่งสำเนียงยาวดุจสายฟ้า

ฉันท์ คือ ลักษณะถ้อยคำที่กวีได้ประพันธ์ขึ้นเพื่อให้เกิดความไพเราะ โดยกำหนดครุ ลหุ และสัมผัสไว้เป็นมาตรฐาน มีด้วยกันมากมายหลายชนิด จากที่บทเรียนครั้งก่อนเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับที่มาและพื้นฐานการแต่งฉันท์ไปแล้ว บทเรียนในวันนี้เราจะมาเจาะลึกให้ลึกขึ้นไปอีกด้วยการฝึกแต่ง วิชชุมมาลาฉันท์ 8 กันค่ะ ฉันท์ประเภทนี้จะเป็นอย่างไร ทำไมถึงเป็น 8  ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้พร้อมกันเลยค่ะ   คำประพันธ์ประเภท ฉันท์   ฉันท์ในภาษาไทยได้แบบแผนมาจากอินเดีย ในสมัยพระเวท แต่ลักษณะฉันท์ในสมัยพระเวทไม่เคร่งครัดเรื่องครุ ลหุ นอกจากจะบังคับเรื่องจำนวนคำในแต่ละบท

ป.5 การใช้ V. to be กับคำนามเอกพจน์ และพหูพจน์

การใช้กริยา V. to be กับคำนามเอกพจน์ และพหูพจน์

สวัสดีค่ะนักเรียนที่รักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง การใช้กริยา be กับคำนามเอกพจน์ และพหูพจน์ กันนะคะ พร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจ้า Let’s go! รู้จักกับ V. to be   V. to be แปลว่า เป็น อยู่ คือ หลัง verb to

คำที่ยืมมาจากภาษาญี่ปุ่นและจีน

คำที่ยืมมาจากภาษาญี่ปุ่นและจีน มีอะไรบ้างในภาษาไทย

  คำที่ยืมมาจากภาษาญี่ปุ่นและจีน น้อง ๆ ทราบไหมคะว่ามีคำไหนบ้าง ทั้งสองประเทศนี้คือประเทศในแทบเอเชียเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้อยู่ใกล้เรานัก แล้วทำไมถึงมีคำจากภาษาญี่ปุ่นและจีนเข้ามาปะปนอยู่ในชีวิตประจำได้ บทเรียนภาษาไทยเรื่องลักษณะคำที่ยืมมาจากภาษาญี่ปุ่นและจีนในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำศัพท์ต่าง ๆ ที่ยืมมา จะมีคำไหนบ้าง ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ   ที่มาของภาษาญี่ปุ่นและจีนในภาษาไทย     คำที่ยืมมาจากญี่ปุ่นและจีน มีด้วยกันมากมายหลายคำเลยค่ะ บางคำ อาจจะไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นกับจีน ไม่ใช่คำภาษาไทย เพราะสองประเทศในเอเชียนี้เข้ามามีอิทธิพลกับประเทศมาตั้งแต่โบราณ

การอ่านจับใจความ

การอ่านจับใจความ เทคนิคที่จะช่วยให้เข้าใจเนื้อหามากขึ้น

ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นได้บ่อยเวลาที่เราอ่านหนังสือเรียนจบแต่เมื่อถึงเวลาไปสอนกลับจำเนื้อหาที่อ่านมาไม่ได้เลย เพราะแท้จริงการอ่านเฉย ๆ ไม่ได้ช่วยให้เราจำเนื้อหาได้ แต่สิ่งที่จะช่วยให้เราได้เข้าใจแก่นของเรื่องที่อ่านจริง ๆ ก็คือการจับใจความสำคัญของเรื่องให้ได้นั่นเองค่ะ บทเรียนในวันนี้จะพาน้องไปเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่อง การอ่านจับใจความ เพื่อช่วยให้สามารถจับประเด็นของเนื้อหาได้ โดยที่ไม่ต้องท่องจำให้เสียเวลาเลยค่ะ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ   การอ่านจับใจความ   เป็นการอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดสำคัญหลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน เป็นข้อความที่คลุมข้อความอื่น ๆ ในย่อหน้าหนึ่ง ๆ ไว้ทั้งหมด  

NokAcademy_Definite & Indefinite Articles M1

Definite & Indefinite Articles

  Hi guys! สวัสดีค่ะนักเรียนชั้น ม.1 ที่น่ารักทุกคนวันนี้ครูได้สรุปเรื่อง  Articles: a/an/the พร้อมเทคนิคการนำไปใช้ มาฝากกันค่ะ หากพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย   Articles คืออะไร   Articles เป็นคำคุณศัพท์อย่างหนึ่ง การเรียน เรื่อง Articles นี้ที่มีหน้าที่หลักคือ ใช้นำหน้าคำนาม เราต้องทำความเข้าใจควบคู่ไปกับเรื่องนามนับได้ ( Countable

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1