ศึกษาตัวบทที่น่าสนใจในวรรณคดีเรื่องมงคลสูตรคำฉันท์

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

บทนำ

สวัสดีน้อง ๆ ที่น่ารักทุกคนกลับมาพบกับบทเรียนภาษาไทยที่น่าสนใจกันอีกเช่นเคย ต่อจากครั้งก่อนที่เราได้เรียนประวัติความเป็นมา เรื่องย่อ และลักษณะคำประพันธ์ของวรรณคดีพระพุทธศาสนาเรื่องมงคลสูตรคำฉันท์ไปแล้ว วันนี้เราจะมาเรียนกันต่อในส่วนที่เป็นตัวบทสำคัญ โดยจะยกตัวบทที่มีความน่าสนใจพร้อมกับถอดความมงคลทั้ง 38 ประการว่ามีอะไรบ้าง  ดังนั้น ถ้าน้อง ๆ คนไหนพร้อมแล้วก็มาเข้าสู่เนื้อหาไปพร้อม ๆ กันเลย

 

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

 

ประวัติความเป็นมา

สำหรับประวัติความเป็นมาของเรื่องมงคลสูตรคำฉันท์มาจากการที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 6 ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจึงได้ถอดความอุดมมงคล 38 ประการในพระไตรปิฎกซึ่งเดิมทีเป็นภาษบาลีแล้วนำมาแต่งเป็นร้อยแก้ว โดยใช้คำประพันธ์ถึง 2 ชนิด คือ กาพย์ฉบัง 16 และอินทรวิเชียรฉันท์ 11 เรียบเรียงออกมาได้อย่างไพเราะ ซึ่งถ้าหากน้อง ๆ คนไหนที่ต้องการศึกษาเรื่องของประวัติความเป็นมาเพิ่มเติมอย่างละเอียดก็สามารถเข้าไปดูเนื้อหาในบทความที่ทางเราได้ทำไว้ก่อนหน้านี้ได้

 

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

ศึกษาตัวบทที่น่าสนใจ

หลังจากที่เราได้ทบทวนเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเรื่องมงคลสูตรคำฉันท์ไปพอสมควรแล้ว อีกส่วนที่น้อง ๆ ควรจะได้
เรียนรู้จากวรรณคดีเรื่องนี้คือความสวยงามทางภาษา และคุณค่าทางวรรณศิลป์ โดยบทเรียนที่น้อง ๆ มักจะได้เรียน หรือเป็นที่รู้จักกันดีคืออุดมมงคล หรือคาถาทั้ง 11 บทที่ได้รวบรวมเอามงคลทั้ง 38 ประการไว้ด้วยกันแล้ว ซึ่งแต่ละบทนั้นก็สามารถแต่งออกมาได้อย่างไพเราะงดงาม ดังนั้น วันนี้เราจะพาน้อง ๆ มาถอดความแต่ละบทกันว่าจะได้ใจความออกมาว่าอย่างไรบ้าง

 

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

ถอดความได้ว่า

ละเว้นจากการคบคนพาล ให้คบหาบัณฑิต และบูชาคนที่เราควรจะบูชา แล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะนำพาความสุขความเจริญมาสู่ชีวิต

 

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

ถอดความได้ว่า

ให้เลือกอยู่ในสถานที่ที่เหมาะควร มีบุญวาสนาที่เคยได้ทำไว้ในชาติปางก่อนคอยเกื้อหนุน และประพฤติตนในทางที่ถูกต้องเหมาะสมแล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะนำพาความสุขความเจริญมาสู่ชีวิต

 

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

ถอดความได้ว่า

เป็นผู้ที่รับฟังให้มาก มีความชำนาญในวิชาชีพที่จะทำ อยู่ในระเบียบวินัย พูดจาปราศรัยกับผู้อื่นด้วยคำพูดที่ดี แล้วทั้ง 4 ประการนี้ก็จะนำพาความสุขความเจริญมาสู่ชีวิต

 

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

ถอดความได้ว่า

บำรุงดูแลบิดามารดาให้สุขสบาย ถ้ามีภรรยาและลูกก็ให้ดูแลทะนุถนอมอย่างดี การงานที่ทำอยู่อย่าให้ติดค้าง หรือขัดข้อง แล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะนำพาความสุขความเจริญมาสู่ชีวิต

 

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

ถอดความได้ว่า

หมั่นให้ทานและประพฤติตนอยู่ในทางธรรม พร้อมทั้งคอยจุนเจือเกื้อหนุนญาติผู้ใหญ่ ประกอบอาชีพที่สุจริตแล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะนำพาความสุขความเจริญมาสู่ชีวิต

 

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

ถอดความได้ว่า

ให้งดเว้นจากการทำบาป งดเว้นจากการดื่มของมึนเมา ไม่ประมาทในทางธรรมแล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะนำพาความสุขความเจริญมาสู่ชีวิต

 

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

ถอดความได้ว่า

ให้เกียรติและเคารพผู้อื่น รู้จักนอบน้อมถ่อมตน อยู่อย่างสันโดษให้ได้ และไม่ละโมบโลภมาก หรือทะเยอทะยานมากจนเกินไป ต้องมีความกตัญญู หากมีโอกาสให้หาเวลาฟังธรรมะบ้างแล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะนำพาความสุขความเจริญมาสู่ชีวิต

 

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

ถอดความได้ว่า

มีความอดทนอดกลั้น เป็นคนที่ว่าง่ายสอนง่าย ให้ประพฤติตนตามอย่างครูบาอาจารย์ และหาเวลามาสนทนาธรรมบ้างเพื่อสร้างกุศลแล้วทั้ง 4 ประการนี้ก็จะนำพาความสุขความเจริญมาสู่ชีวิต

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

ถอดความได้ว่า

พยายามบำเพ็ญเพียร (ตบะ) เพื่อลดกิเลสและโทษะ ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมอันดี ละเว้นจากความชั่วทั้งหลาย เข้าใจความเป็นไปของชีวิต (อริยสัจ) และเรียนรู้วิธีที่จะนำไปสู่การนิพพาน (การดับกิเลส และทุกข์ทั้งหลาย และตายจากไปอย่างหมดห่วง) แล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะนำพาความสุขความเจริญมาสู่ชีวิต

 

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

ถอดความได้ว่า

ไม่ปล่อยจิตให้หวั่นไหว อย่าปล่อยจิตใจให้เศร้าโศก ทำจิตใจให้ปราศจากความทุกข์ และความมัวหมอง ปล่อยใจให้สบายแล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะนำพาความสุขความเจริญมาสู่ชีวิต

 

มงคลสูตรคำฉันท์ ตัวบท

ถอดความได้ว่า

ไม่ว่าจะเป็นเทวดาหรือมนุษย์ตนใด ถ้าหากได้ประพฤติปฏิบัติตนตามอุดมมงคลทั้ง 38 ประการนี้ ก็จะนำมาซึ่งความสุขความเจริญกลายเป็นผู้ที่มีความประเสริฐ และประสบความสำเร็จทุกประการ

บทส่งท้าย

ทั้งหมดนี้ก็คือตัวบทจากวรรณคดีเรื่องมงคลสูตรคำฉันท์ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัชกาลที่ 6 ตั้งใจจะแต่งไว้ให้ทุกคนใช้เป็นแนวทางในการประพฤติตนในทางที่เหมาะควร แล้วจะทำให้ชีวิตได้รับแต่สิ่งดี ๆ มีแต่ความสุขความเจริญ จะเห็นได้ว่ามีการนำกาพย์ฉบัง 16 และอินทรวิเชียรฉันท์ 11 มาแต่งร่วมกันได้อย่างไพเราะจับใจ ถือเป็นวรรณคดีอีกเรื่องที่เราต้องช่วยกันธำรงรักษาไว้ให้ได้ศึกษาคุณค่าทางภาษา และวรรณศิลป์กันต่อไปในหลาย ๆ แง่มุม ส่วนถ้าน้อง ๆ คนไหนอยากจะทบทวนเรื่องตัวบทอีกรอบก็สามารถเข้าไปดูครูอุ้มสอนที่คลิปด้านล่างนี้ได้เลย

 

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

Profile Telling Time

“บอกเวลาในภาษาอังกฤษ (Time in English) ”

Hi guys! สวัสดีค่ะนักเรียนชั้น ป.5 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปดูวิธีการ “บอกเวลาในภาษาอังกฤษ (Telling Time in English) ” กันค่ะ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย  บทนำ ในบทเรียนนี้ครูขอยกตัวอย่างการบอกเวลาที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปใน 2 รูปแบบ ตามที่มาของ Native English หรือ ภาษาอังกฤษของเจ้าของภาษา นะคะ  ดังตัวอย่างดังต่อไปนี้

สามก๊ก ความเป็นมาของวรรณกรรมจีนเพชรน้ำเอกของโลก

สามก๊ก เป็นวรรณกรรมจีนที่มีมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย โดยฉบับแปลที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีคือฉบับที่แปลโดยเจ้าพระยาคลัง (หน) และด้วยเนื้อหาที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลเพทุบาย กลศึกในการรบ การชิงรักหักเหลี่ยม ความเคียดแค้นชิงชัง ทำให้เนื้อเรื่องมีความยาวสมกับเป็นกับเป็นวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ แต่บทเรียนที่น้อง ๆ จะเรียนคือตอน กวนอูไปรับราชการกับโจโฉ จะมีเนื้อหาและความเป็นมาอย่างไรเราไปเรียนรู้พร้อมกันค่ะ   ความเป็นมาของ สามก๊ก   สามก๊ก เป็นวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์ ที่เรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ของจีน (ค.ศ.

พระบรมราโชวาท

พระบรมราโชวาท ศึกษาตัวบทและคุณค่าที่อยู่ในวรรณคดี

พระบรมราโชวาท เป็นวรรณคดีไทยที่ทรงคุณค่าอีกเรื่องหนึ่ง ที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 หลังจากที่ได้เรียนเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและเรื่องย่อกันไปแล้ว บทเรียนในวันนี้ก็จะพาน้อง ๆ ไปเจาะลึกถึงตัวบทเด่น ๆ ว่ามีใจความอย่างไร รวมถึงศึกษาคุณค่าที่สอดแทรกอยู่ในเรื่องอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปเรียนรู้เรื่องนี้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ   ตัวบทเด่น ๆ ในพระบรมราโชวาท   ถอดความ ความตอนนี้กล่าวถึงพระประสงค์ของรัชกาลที่ 5 ที่ไม่ต้องการให้พระโอรสใช้คำนำหน้าเป็นเจ้า แต่ให้ใช้คำนำหน้าเป็นนายหรืออาจให้ใช้คำลงท้ายแบบขุนนางชั้นสูงได้เท่านั้น เพราะเมื่อประกาศให้คนรู้ว่าเป็นใครสิ่งที่จะตามมาก็คือการต้องรักษายศไว้

เห็นแก่ลูก ศึกษาความเป็นมาบทละครพูดเรื่องแรกของไทย

  บทละครพูด เห็นแก่ลูก เป็นวรรณคดีเรื่องแรกที่น้อง ๆ ม.3 ทุกคนจะได้เรียน ความพิเศษของวรรณคดีไทยเรื่องนี้คือเป็นบทละครพูดเรื่องแรกของไทยอีกทั้งยังได้รับการแปลไปยันต่างประเทศอีก 13 ภาษา วรรณคดีเรื่องนี้มีความสำคัญและมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ถึงโด่งดัง เป็นที่รู้จัก และได้มาอยู่ในแบบเรียนภาษาไทย ถ้าพร้อมแล้วเราไปศึกษาประวัติความเป็นมาของวรรณคดีเรื่องนี้กันเลยค่ะ   ความเป็นมา บทละครพูด เห็นแก่ลูก     บทละครพูด เห็นแก่ลูก เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระนามแฝงว่าพระขรรค์เพชร

บทละครพูดเรื่องเห็นแก่ลูก

ศึกษาตัวบทและคุณค่าที่อยู่ใน บทละครพูดเรื่องเห็นแก่ลูก

บทละครพูดเรื่องเห็นแก่ลูก เป็นบทละครพูดเรื่องแรกของไทยที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ประพันธ์ โดยมุ่งหวังให้ละครเป็นตัวช่วยกล่อมเกลาจิตใจประชาชน แต่นอกจากตัวบทจะมีความโดดเด่นจนได้รับความนิยมอย่างมากแล้ว ยังแฝงแนวคิดมากมายไว้ในเรื่อง จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ไปเรียนรู้เรื่องพร้อม ๆ กันเลยค่ะ   ตัวบทเด่น ๆ ใน บทละครพูดเรื่องเห็นแก่ลูก     ตัวบทที่ 1    พระยาภักดี : ใครวะ อ้ายคำ : อ้างว่าเป็นเกลอเก่าของใต้เท้า

หลักการเบื้องต้นของอัตราส่วน

หลักการเบื้องต้นของอัตราส่วน

“อัตราส่วน คือ ปริมาณ อย่างหนึ่งที่แสดงถึง จำนวน หรือ ขนาด ตามสัดส่วนเมื่อเปรียบเทียบกับอีก ปริมาณ หนึ่งที่เกี่ยวข้องกัน ที่อาจมีได้ตั้งแต่สองปริมาณขึ้นไป”

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1