เรียนรู้เรื่อง ภาษาบาลี สันสกฤต ที่อยู่ในภาษาไทย

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

 ภาษาบาลี สันสกฤต เป็นภาษาอินเดียโบราณ คำบาลี สันสกฤตที่นำมาใช้ในไทยจึงมักจะอยู่ในบทสวดเป็นส่วนใหญ่ แต่น้อง ๆ ทราบไหมคะว่าที่จริงแล้วนอกจากจะอยู่ในบทสวดมนต์ ภาษาไทยก็ยังมีอีกหลายคำเลยค่ะที่ยืมมาจากภาษาบาลี สันสกฤต เรียกได้ว่าถูกใช้ปนกันจนบางครั้งก็อาจทำให้เราสับสนไปได้ว่าสรุปนี่คือคำจากบาลี สันสกฤตหรือไทยแท้กันแน่ บทเรียนภาษาไทยในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปทำความเข้าใจ เจาะลึกลักษณะภาษาพร้อมบอกทริคการสังเกตง่าย ๆ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

 

ความเป็นมาของภาษาบาลี สันสกฤตในประเทศไทย

 

ภาษาบาลี สันสกฤต

 

การยืมภาษา เป็นผลมาจากการรับเอาวัฒนธรรมของชนชาติอื่นเข้ามาแล้วปรับใช้ในชาติตนเอง การยืมภาษาของไทยนั้นถึงเป็นเสมือนร่องรอยทางประวัติศาสตร์ชั้นดี การยืมภาษาบาลี สันสกฤตในไทยนั้นไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเริ่มใช้ในปีไหน หรือใครเป็นคนนำเข้ามา แต่ก็พบว่ามีการหยิบยืมคำจากภาษาดังกล่าวมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ดังที่ปรากฏในศิลาจารึก ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุที่ผลที่ทำไมภาษาบาลี สันสกฤตจึงเป็นภาษาต่างประเทศที่ถูกหยิบมาปรับใช้มากที่สุดในภาษาไทย

 

หลักการสังเกตภาษาบาลี สันสกฤต

 

 

1. ภาษาบาลีจะใช้สระอะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ แต่ภาษาสันสกฤต จะเพิ่มตัวฤ ฤา ฦา ไอ เอา มาด้วย

2. ภาษาบาลีจะใช้ตัว ส เป็นส่วนใหญ่ เช่น สันติ วิสาสะ ในขณะที่ภาษาสันสกฤตจะเน้นใช้ตัว ศ หรือ ษ เช่น ศิษย์ ศีรษะ

3. ฬ จะอยู่ในคำที่เป็นภาษาบาลี เช่น จุฬา กีฬา แต่ถ้าเป็นภาษาสันสกฤต จะใช้ตัว ฑ เช่น กรีฑา ครุฑ

4. ภาษาบาลีไม่นิยมใช้คำควบกล้ำ เวลาอ่านก็จะอ่านเรียงตามตัวอักษร เช่น คำว่า ภริยา ก็จะอ่านออกเสียงได้ว่า (พะ-ริ-ยา) ส่วนพวกคำควบกล้ำจะอยู่ในภาษาสันสกฤต เช่น เปรม อ่านออกเสียงว่า เปม โดยจะออกเสียงควบกล้ำ ปร

5. ภาษาบาลีจะใช้พยัญชนะสะกดและตัวตามตัวเดียวกัน เช่น วัณณ ธัมม ส่วนภาษาสันสกฤตจะใช้ตัว รร แทน เช่น ธรรม สรรพ วรรณ

6. ภาษาบาลีมีหลักตัวสะกดที่แน่นอนแต่สันสกฤตไม่มี

 

หลักตัวสะกดตัวตามของภาษาบาลี

 

ภาษาบาลี สันสกฤต

 

หลักตัวสะกดตัวตามสำหรับดูว่าคำไหนมาจากภาษาบาลี วิธีดูก็ง่ายแสนง่าย คือดูว่าคำไหนมีตัวที่ต่อกันตามหลักในตารางก็หมายความว่าเป็นคำที่มาจากภาษาบาลี เช่น พยัญชนะแถวที่ 1 เป็นตัวสะกด ตัวที่ตามหลังมาก็ต้องอยู่ในแถว 1 กับ 2 หรือถ้าเป็นพยัญชนะแถวที่ 5 ตัวที่จะตามหลังได้ก็คือพยัญชนะแถวที่ 1-5 ในวรรคเดียวกัน

 

การยืมคำภาษาบาลี สันสกฤต

 

1. คำศัพท์ที่เกี่ยวกับศาสนา

2. ชื่อและนามสกุลคนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักเป็นภาษาบาลี สันสกฤต

3. ศัพท์ในวรรณคดี

4. คำราชาศัพท์ คำสุภาพ

5. ศัพท์วิชาการ

 

ภาษาไทยที่ยืมคำมาจากบาลี สันสกฤตทั้งคู่ แต่นำมาใช้คนละความหมาย

ตัวอย่าง

ภาษาบาลี กีฬา หมายถึง การแข่งขัน การออกกำลังกาย

ภาษาสันสกฤต กรีฑา หมายถึง การแข่งขันประเภทลู่

 

ภาษาไทยที่ยืมคำมาจากภาษาบาลี สันสกฤตแต่เปลี่ยนความหมายไปจากเดิม

 

 

จบไปแล้วนะคะ สำหรับบทเรียนภาษาไทยในวันนี้ เป็นเรื่องของคำจาก ภาษาบาลี สันสกฤต ที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ถ้าทบทวนและทำแบบฝึกหัดบ่อย ๆ ก็จะสามารถจำหลักในการสังเกตได้เองค่ะ สุดท้ายนี้เพื่อให้น้อง ๆ ได้เข้าใจมากขึ้น อย่าลืมไปชมคลิปการสอนสนุก ๆ จากครูอุ้มนะคะ ในคลิปครูอุ้มได้ยกตัวอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำคู่ไว้ รับรองว่าได้ความรู้และความสนุกเพลิดเพลินอย่างแน่นอนค่ะ

 

 

อย่าพลาดการติดตามบทความภาษาไทยจาก nockacademy

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

เรียนรู้และเข้าใจเรื่องคำซ้อนในภาษาไทย

คำซ้อน เป็นหนึ่งในบทเรียนหลักภาษาไทยเรื่องการสร้างคำ น้อง ๆ หลายคนอาจจะเคยสับสนกับวิธีสร้างคำซ้อน ไม่รู้ว่าแบบไหนกันแน่ที่เรียกว่าคำซ้อน เพราะภาษาไทยเรานั้นก็มีคำมากมายเหลือเกิน วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องคำซ้อนให้มากขึ้น รับรองว่าไม่ยากแน่นอนค่ะ   คำซ้อน     ความหมายของคำซ้อน   คำซ้อน คือ คำที่เกิดจากการนำคำตั้งแต่ 2 คำ ขึ้นไปมาเรียงต่อกัน โดยคำที่นำมาซ้อนกันจะต้องเป็นคำที่มีความหมายเหมือนกัน ใกล้เคียงกัน ตรงข้ามกัน หรืออาจมีเสียงที่คล้ายกัน

NokAcademy_บอกเวลาเป็นภาษาอังกฤษ

เรียนรู้เกี่ยวกับการบอกเวลา

Hi guys! สวัสดีค่ะนักเรียนชั้น ม.1 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไป เรียนรู้เกี่ยวกับการบอกเวลา กันค่ะ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย Let’s go! การแบ่งประเภท     ในบทเรียนนี้ครูขอยกตัวอย่างการบอกเวลาที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปใน 2 รูปแบบ ตามที่มาของ Native English หรือ ภาษาอังกฤษของเจ้าของภาษา นะคะ  ดังตัวอย่างดังต่อไปนี้  

ระบบจำนวนจริง

ระบบจำนวนจริง

ระบบจำนวนจริง “ระบบจำนวนจริง” เป็นรากฐานสำคัญของวิชาคณิตศาสตร์ ประกอบไปด้วยจำนวนต่างๆ ได้แก่ จำนวนตรรกยะ จำนวนอตรรกยะ จำนวนเต็ม จำนวนนับ โครงสร้าง ระบบจำนวนจริง มนุษย์เรามีความคิดเรื่องจำนวนและระบบการนับมาตั้งแต่โบราณ และจำนวนที่มนุษย์เรารู้จักเป็นอย่างแรกก็คือ จำนวนนับ การศึกษาระบบของจำนวนจึงใช้พื้นฐานของจำนวนนับในการสร้างจำนวนอื่นขึ้นมา จนกลายมาเป็นจำนวนจริง และจำนวนเชิงซ้อน (เนื้อหาม.5) ดังนั้น ถ้าน้องๆเข้าใจจำนวนนับแล้วน้องๆก็จะสามารถศึกษาระบบจำนวนอื่นๆได้ง่ายขึ้น   โครงสร้าง     จำนวนจริง จำนวนจริงคือจำนวนที่ประกอบไปด้วย

ฟังก์ชันประกอบ

ฟังก์ชันประกอบ

ฟังก์ชันประกอบ ฟังก์ชันประกอบ คือฟังก์ชันที่เกิดจากการหาค่าฟังก์ชันที่ส่งจากเซต A ไปเซต C โดยที่ f คือฟังก์ชันที่ส่งจาก A ไปยัง B และ g เป็นฟังก์ชันที่ส่งจาก B ไปยัง C เราเรียกฟังก์ชันที่ส่งจาก A ไป C นี้ว่า gof  จากรูป

การวัดปริมาตรและน้ำหนัก

การวัดปริมาตรและน้ำหนัก

ในบทความนี้เราจะได้เรียนรู้หน่วยที่ใช้ในการวัดปริมาตร และน้ำหนักที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย อีกทั้งยังมีมาตรฐาน ซึ่งแต่ละหน่วยล้วนแต่มีความสัมพันธ์กัน

การบวก ลบ และคูณเมทริกซ์

การบวก ลบ และคูณเมทริกซ์

การบวก ลบ และคูณเมทริกซ์ การบวก ลบ และคูณเมทริกซ์ เราจะนำสมาชิกของเมทริกซ์แต่ละเมทริกซ์มาบวก ลบ คูณกัน ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้มีสมบัติและข้อยกเว้นต่างกันไป เช่น การบวกต้องเอาสมาชิกตำแหน่งเดียวกันมาบวกกัน เป็นต้น ต่อไปเราจะมาดูวิธีการบวก ลบ และคูณเมทริกซ์กันค่ะ การบวกเมทริกซ์ เมทริกซ์ที่จะนำมาบวกกันได้นั้น ต้องมีมิติเท่ากัน และการบวกจะนำสมาชิกตำแหน่งเดียวกันมาบวกกัน เช่น 1.)  2.)    การลบเมทริกซ์ การลบเมทริกซ์จะคล้ายๆกับการบวกเมทริกซ์เลย

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1