เรียนรู้สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์

Picture of Chisanucha
Chisanucha

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

จากที่เราได้เรียนรู้ในเรื่องของสำนวนกันมามากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความหมาย ที่มา ลักษณะ ความสำคัญ หรือคุณค่า รวมไปถึงตัวอย่างสำนวนไทยน่ารู้ที่เราได้ยกมาแล้วอธิบายความหมาย แต่น้อง ๆ สังเกตไหมคะว่า สำนวนไทยมีหลายสำนวนเลยที่มักจะเกี่ยวข้องกับสัตว์ สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์ ไม่ได้มีขึ้นเพื่อกล่าวถึงสัตว์ตรง ๆ แต่เป็นการนำสัตว์มาเปรียบเทียบกับคน บทเรียนในวันนี้ จะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้กันว่าสัตว์แต่ละชนิดแทนพฤติกรรมไหนของคน และจะมีสำนวนใดบ้างที่เราควรรู้ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ

 

สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์

 

ทัศนคติของคนไทยที่มีต่อสัตว์มาจากลักษณะรูปร่างและนิสัยที่โดดเด่นบางประการของสัตว์จึงนำสิ่งเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกับคน

 

สัตว์ในสำนวนไทย

 

สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์

 

1. สัตว์ที่ถูกเปรียบเทียบในเชิงบวก มีอำนาจ กล้าหาญ จะเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างสง่า เช่น ช้าง เสือ สิงโต นกอินทรี

2. สัตว์ที่ถูกเปรียบเทียบในเชิงลบ มีรูปลักษณ์หรือมีนิสัยที่ผิดศีลธรรมขัดกับขนบธรรมเนียมประเพณีไทยจึงถูกนำไปเปรียบกับคนเลวหรือสิ่งเลวร้าย เช่น คางคก เสือ จระเข้ ตัวเงินตัวทอง กา หมา หมู ควาย

 

ตัวอย่างสำนวน

 

สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์

 

ที่มาของสำนวน :

นำพฤติกรรมของแมวมาเปรียบเทียบ เพราะแมวมักมีนิสัยชอบไล่จับหนู ทำให้หนูต้องวิ่งหนีและกลัวอยู่เสมอ บ้านไหนมีแมว บ้านนั้นก็จะไม่มีหนู แต่ถ้าไม่มีแมว พวกหนูก็จะมีความสุขคึกคะนอง ออกมาหากินได้อย่างเพลิดเพลิน เพราะไม่ต้องกลัวแมวจะมาทำร้าย

 

สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์

 

ที่มาของสำนวน :

มาจากลักษณะของไก่ที่สวยเพราะมีขนปกคลุมร่างกาย จึงเอามาเปรียบกับคนที่จะสวยก็ต่อเมื่อต้องแต่งตัวหรือแต่งหน้าดี ๆ

 

 

ที่มาของสำนวน :

ที่มาขอสำนวนนี้ มาจากการนิทานที่กล่าวถึงกบตัวหนึ่งที่ถูกขังอยู่ในกะลามาตั้งแต่ยังเล็ก โดยที่ไม่ได้ออกมาสู่โลกภายนอกเลยคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่างภายในโลกกะลาของตัวเองอย่างดี จนมีวันหนึ่งกะลานั้นแตกและกบหลุดออกมาภายนอกกะลาที่ครอบตัวเองอยู่ จึงรู้และเข้าใจว่าโลกภายนอกนั้น มีหลายสิ่งมากมายที่ตัวเองนั้นไม่รู้

 

 

ที่มาของสำนวน :

มาจากมโหสถชาดก เป็นเรื่องราวครั้งที่พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นมโหสถ บัณฑิตเจ้าปัญญา อยู่มาวันหนึ่งมีกิ้งก่าเดินมามอบต่อหน้าพระราชาทำให้พระราชาคิดว่ามันเป็นกิ้งก่าแสนรู้ มโนสถจึงแนะนำนให้พระราชาพระราชทานเนื้อให้กิ้งก่าตัวนั้น เมื่อกิ้งก่าได้กินเนื้อทุกวันก็ทำความเคารพพระราชาทุกวัน แต่มีอยู่วันหนึ่งที่ไม่มีเนื้อ ทำให้พระราชาเอาทองมาคล้องคอกิ้งก่าแทนเป็นรางวัล กิ้งก่าที่มีทองจึงหลงคิดว่าตัวเองเทียบเท่าพระราชาแล้วจึงไม่ต้องการที่จะทำความเคารพอีกต่อไป พระราชาจึงสั่งให้ฆ่ากิ้งก่าทิ้ง แต่มโหสถห้ามไว้ สุดท้ายกิ้งก่าตัวนั้นก็ไม่ได้รับทั้งทองและเนื้ออย่างที่เคยได้อีกต่อไป แต่นอกจากตำนานแล้ว กิ้งก่าก็มีลักษณะที่เหมือนชูคอขึ้นอยู่ตลอดเวลาทำให้ถูกนำมาเปรียบเทียบกับลักษณะของคนที่ทะนงตน

 

 

สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์ยังอีกมากมายหลายสำนวน เพราะคนไทยมีทัศนคติต่อสัตว์แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมของคนไทยในอีกหลาย ๆ ด้านอีกด้วย เรียกได้ว่านอกจากจะได้ความรู้ทางภาษาแล้วยังได้เรียนรู้เรื่องอื่น ๆ ไปในตัวด้วยอีกต่างหาก สุดท้ายนี้อย่าลืมไปชมคลิปการสอนของครูอุ้มที่อธิบายความหมายของแต่ละสำนวนไว้ด้วยนะคะ ถึงแม้ว่าเราจะเรียนเรื่องสำนวนกันมามากแล้วแต่รับรองว่าไม่น่าเบื่อแน่นอนค่ะ ไปชมกันเลย

 

 

อย่าพลาดการติดตามบทความภาษาไทยจาก nockacademy

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

คำเชื่อม Conjunction

การใช้คำสันธาน (Conjunctions) เช่น and/ but/ or/ before/ after and etc.

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.2 ที่รักทุกคนวันนี้เราจะไปเรียนรู้กันเรื่อง “การใช้คำสันธาน (Conjunctions) เช่น and/ but/ or/ before/ after and etc.” กันนะคะ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันโลด คำสันธาน(Conjunctions)คืออะไร   คำสันธาน (Conjunctions) คือ คำที่ใช้เชื่อมระหว่างประโยคต่อประโยค คำต่อคำ หรือระหว่างกริยาต่อกริยา และอื่นๆ เช่น and/

แบบฝึกหัดการให้เหตุผล

แบบฝึกหัดการให้เหตุผล

แบบฝึกหัดการให้เหตุผล   แบบฝึกหัดการให้เหตุผล ประกอบไปด้วยการให้เหตุผลแบบอุปนัยและการให้เหตุผลแบบนิรนัย ซึ่งแบบฝึกหัดนี้จะช่วยให้น้องๆได้ฝึกฝนการทำโจทย์จนน้องๆเชี่ยวชาญและส่งผลให้น้องๆทำข้อสอบได้แบบไม่ผิดพลาด ถ้าเรารู้เฉยๆเราอาจจะทำข้อสอบได้แต่การที่เราฝึกทำโจทย์ด้วยจะทำให้เราทำข้อสอบได้แน่นอนค่ะ แบบฝึกหัดเพิ่มเติมและข้อสอบ O-Net ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นข้อสอบ O-Net ของปีก่อนๆ   1.) พิจารณาการอ้างเหตุผลต่อไปนี้ ก. เหตุ 1. ถ้าฝนไม่ตกแล้วเดชาไปโรงเรียน   2. ฝนตก      ผล   

M5 การใช้ Phrasal Verbs

การใช้ Phrasal Verbs

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.5 ที่รักทุกคนวันนี้เราจะไปเรียนรู้กันเรื่อง ” การใช้ Phrasal Verbs“ กันนะคะ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันโลด Phrasal Verbs คืออะไร   Phrasal Verbs คือ คำกริยา โดยเป็นกริยาที่มีคำอื่นๆ อย่างเช่น คำบุพบท (Preposition) ร่วมกันส่วนใหญ่แล้ว Phrasal Verbs จะบอกถึงการกระทำ มักจะเจอในชีวิตประจำวันในสถานการณ์ทั่วไป

NokAcademy_ม2การใช้ Wh-questions กับ Past Simple Tense

การใช้ Wh-questions กับ Past Simple Tense

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.2 ทุกคน วันนี้ครูจะพาไปตะลุย ” การใช้ Wh-questions ร่วมกับ Past Simple Tense” กันนะคะ หากพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจร้า   Wh-Questions คืออะไร      เมื่อต้องถามคำถามอะไรก็ตามที่ไม่ต้องการคำตอบ Yes หรือ No แบบตรงประเด็น เราจะเรียกคำถามประเภทนี้ว่า Question  word

Suggesting Profile

สำนวนการเสนอ การขออนุญาต และขอความช่วยเหลือ

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม. 4 ที่น่ารักทุกคน วันนี้ครูจะพาไปตะลุย “สำนวนการเสนอ การขออนุญาต และขอความช่วยเหลือ พร้อมทั้งเทคนิคการพูดตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจร้า สำนวนการเสนอ   ในชีวิตประจำวันของเรานั้น ล้วนจะต้องเจอกลุ่มประโยคคำถามในเชิงชักชวน และการเสนอแนะที่ใช้เป็นรูปแบบคำถามนั้นถือเป็นการเสนอแนะชักชวนทางอ้อม ถ้าเทียบกับนิสัยคนไทยแล้ว ก็เพื่อแสดงถึงความเกรงใจ ไม่พูดมาตรงๆ เพื่อจุดประสงคืบางอย่าง ซึ่งเป็นนิสัยที่คนไทยส่วนใหญ่มีอยู่แล้ว ในภาษาอังกฤษการใช้ภาษาเหล่านี้จะทำให้การสนทนาดูเป็นธรรมชาติและคล่องมากขึ้น โดยที่บางครั้งผู้ถามนั้นหว่านล้อมผู้ฟังด้วยการ ชวนให้ทำ หรือแนะนำให้ทำนั่นเอง ประโยคคำถามที่ใช้มีดังนี้  

เมทริกซ์

เมทริกซ์ และเมทริกซ์สลับเปลี่ยน

เมทริกซ์ เมทริกซ์ (Matrix) คือตารางสี่เหลี่ยมที่บรรจุตัวเลขหรือตัวแปร สามารถนำมาบวก ลบ คูณกันได้ เราสามารถใช้เมทริกซ์ในการการแก้ระบบสมการเชิงเส้นได้ซึ่งจะสะดวกกว่าการแก้แบบกำจัดตัวแปรสำหรับสมการที่มากกว่า 2 ตัวแปร ตัวอย่างการเขียนเมทริกซ์ เรียกว่าเมทริกซ์มิติ 3×3 ซึ่ง 3 ตัวหน้าคือ จำนวนแถว 3 ตัวหลังคือ จำนวนหลัก ซึ่งเราจะเรียกแถวในแนวนอนว่า แถว และเรียกแถวในแนวตั้งว่า หลัก และจากเมทริกซ์ข้างต้นจะได้ว่า

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1