สุภาษิตสอนหญิง ข้อคิดเตือนใจหญิงจากยุคสู่ยุค

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

สุภาษิต คือถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบกันมาตั้งแต่อดีต มีความหมายเป็นคติสอนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดำเนินชีวิต ทั้งทางความคิด การพูด และการกระทำ มีสุภาษิตมากมายที่สอนถึงการปฏิบัติตัวของผู้หญิงให้ถูกต้องเหมาะสม บทเรียนในวันนี้ น้อง ๆ จะได้เรียนรู้เรื่อง สุภาษิตสอนหญิง เป็นหนึ่งในบทเรียนเรื่องสุภาษิตที่มีความสำคัญและมีคุณค่าอย่างมาก จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นเราจะดูพร้อมกันเลยค่ะ

 

สุภาษิตสอนหญิง : ความเป็นมา

 

สุภาษิตสอนหญิง

 

สุภาษิตสอนหญิง เป็นวรรณกรรมคำสอนประเภทกลอนสุภาพ แต่งโดยสุนทรภู่ ประมาณปี พ.ศ. 2380-2383 มีความยาว 402 คำกลอน จุดประสงค์คือแต่งเพื่อขายเลี้ยงชีพ เป็นสุภาษิตสำหรับผู้หญิงทั่วไป ไม่ได้เจาะจงเป็นพิเศษว่าแต่งให้ใคร

 

เนื้อหาในสุภาษิตสอนหญิง

 

เริ่มบทประพันธ์ด้วยการกล่าวบูชาพระพุทธเจ้าเพื่อเป็นสิริมงคลตามธรรมเนียมของการแต่งหนังสือ ดังนี้

 

สุภาษิตสอนหญิง

 

จากนั้นเริ่มคำสอนด้วยการให้ข้อคิดเตือนใจและหลักการประพฤติตนแก่ผู้หญิงในเรื่องต่าง ๆ ตามประเพณีไทย มีทั้งข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติทั้งในเรื่องของการวางตัว กิริยามารยาท การพูดจา การแต่งกาย การเลือกคู่ครอง การปรนนิบัติสามี ความซื่อสัตย์ต่อสามี การดูแลรักษาบ้านเรือน ความมัธยัสถ์ ต่อจากนั้นสุนทรภู่ยังกล่าวถึงลักษณะที่ไม่ดีของผู้หญิง เช่น ละทิ้งพ่อแม่ ชอบแต่งตัว ติดการพนัน สูบฝิ่น กินเหล้า หญิงสองใจ เป็นต้น สอนให้รักนวลสงวนตัว อย่าชิงสุกก่อนห่าม และยังสอนให้มีวิชาความรู้ติดตัว อย่าขี้โกง และให้เจียมตัวอยู่เสมอ ถ้าทำตามได้ชีวิตก็จะเป็นสุข

 

ตัวอย่างคำสอนในสุภาษิตสอนหญิง

 

สุภาษิตสอนหญิง

 

หมายถึง เกิดมาเป็นผู้หญิงต้องรู้จักรักและสงวนร่างกายตัวเองตามประเพณีอันดีงามจึงจะไม่ถูกนินทาว่าร้าย

 

สุภาษิตสอนหญิง

 

หมายถึง ผู้หญิงควรมีกิริยามารยาทงดงาม ขณะเดินก็ต้องเดินช้า ๆ ค่อย ๆ ก้าว ไม่เดินแกว่งแขนแรง ๆ ควรเดินอย่างสงวนท่าที

 

 

หมายถึง ให้รู้จักเก็บออม มีน้อยก็ค่อย ๆ เก็บไปทีละนิด ซื้อแต่ของที่จำเป็น ที่ราคาไม่แพงมากจนเกินกำลังซื้อ อย่าใช้จ่ายมากเพราะจะทำให้ลำบากในภายหลัง

 

 

หมายถึง เราควรจะเลี้ยงดูพ่อแม่เมื่อถึงยามที่พวกท่านแก่ชราลงจนไม่ได้สามารถดูแลตัวเองได้ เพราะพ่อแม่นั้นมีบุญคุณ เลี้ยงดูเรามาจนเติบโต คอยอุ้ม คอยป้อนข้าวเรามานับครั้งไม่ถ้วน ก็เพราะหวังว่าในอนาคตจะสามารถพึ่งพาลูก ๆ ได้

 

สุภาษิตสอนหญิงเป็นต้นแบบวรรณคดีอันทรงคุณค่าที่จะช่วยเตือนสติผู้หญิงในสังคมให้ประพฤติตัวดีงาม ซึ่งถึงแม้จะมีข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามมากมาย แต่สุดท้ายแล้วหากเราปฏิบัติตามได้ก็จะเกิดผลดีกับตัวเราเองทั้งนั้น หลังจากที่บทเรียนนี้เราได้เรียนเรื่องความเป็นมาและเนื้อหาโดยย่อกันไปแล้ว บทเรียนต่อไปน้อง ๆ ก็ยังจะได้เรียนเรื่องสุภาษิตอยู่แต่เป็นในส่วนของคุณค่าและการทำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ก่อนจากกันน้อง ๆ อย่าลืมทบทวนบทเรียนนี้ได้ในคลิปการสอนย้อนหลังของครูอุ้มเพื่อฟังคำอธิบายความหมายของตัวบทที่ถูกยกตัวอย่างมากันด้วยนะคะ ไปชมกันเลย

 

 

อย่าพลาดการติดตามบทความภาษาไทยจาก nockacademy

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

Suggesting Profile

สำนวนการเสนอ การขออนุญาต และขอความช่วยเหลือ

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม. 4 ที่น่ารักทุกคน วันนี้ครูจะพาไปตะลุย “สำนวนการเสนอ การขออนุญาต และขอความช่วยเหลือ พร้อมทั้งเทคนิคการพูดตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจร้า สำนวนการเสนอ   ในชีวิตประจำวันของเรานั้น ล้วนจะต้องเจอกลุ่มประโยคคำถามในเชิงชักชวน และการเสนอแนะที่ใช้เป็นรูปแบบคำถามนั้นถือเป็นการเสนอแนะชักชวนทางอ้อม ถ้าเทียบกับนิสัยคนไทยแล้ว ก็เพื่อแสดงถึงความเกรงใจ ไม่พูดมาตรงๆ เพื่อจุดประสงคืบางอย่าง ซึ่งเป็นนิสัยที่คนไทยส่วนใหญ่มีอยู่แล้ว ในภาษาอังกฤษการใช้ภาษาเหล่านี้จะทำให้การสนทนาดูเป็นธรรมชาติและคล่องมากขึ้น โดยที่บางครั้งผู้ถามนั้นหว่านล้อมผู้ฟังด้วยการ ชวนให้ทำ หรือแนะนำให้ทำนั่นเอง ประโยคคำถามที่ใช้มีดังนี้  

คำสมาสแบบสมาส คำสมาสแบบสนธิ

เรียนรู้หลักการสร้างคำสมาสแบบสมาส และคำสมาสแบบสนธิ

บทนำ คำสมาส และคำสนธิ ถือว่าเป็นหนึ่งบทเรียนในหลักภาษาไทยของระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่หลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องยาก และปราบเซียนในการสอบสุด ๆ เนื่องจากว่าเราจะต้องมีพื้นฐานความเข้าใจเรื่อง คำบาลี สันสกฤตเพื่อให้สามารถแยกแยะคำ หรือสร้างคำใหม่ได้ รวมไปถึงต้องจำหลักการอ่านเชื่อมเสียงแบบต่าง ๆ จึงทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่ามันยากมาก แต่จริง ๆ แล้วน้อง ๆ หลายคนอาจเคยได้ยินหลักการจำที่ว่า “คำสมาสนำมาชน สนธินำมาเชื่อม” ซึ่งเป็นวิธีที่น้อง ๆ ควรจะใช้เป็นแนวทางในการจำอย่างเข้าใจ ดังนั้น เพื่อเป็นการเรียนรู้เรื่องคำสมาสแบบสมาส และคำสมาสแบบสนธิให้เข้าใจมากขึ้น

การใช้ There is และ There are ในประโยคคำถาม

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้น ม.2 ที่รักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง “การใช้ There is There are ในประโยคคำถาม ” กันจ้า ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยเด้อ   There is/There are คืออะไร   There is และ There are แปลว่า

สมบัติการคูณจำนวนจริง

การให้เหตุผลแบบอุปนัย

การให้เหตุผลแบบอุปนัย การให้เหตุผลแบบอุปนัย คือ การนำประสบการณ์มาสรุปผล เช่น เราไปซื้อผลไม้แล้วเราชิมผลไม้ 2-3 ลูก ปรากฏว่า มีรสหวาน เราเลยสรุปว่าผลไม้ทั้งกองนั้นหวาน เป็นต้น ซึ่งการสรุปผลอาจจะเป็นจริงหรือเท็จก็ได้ อาจจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้สรุป ดังนั้น ผลสรุปไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น เหตุ เมื่อวานแป้งตั้งใจเรียน วันนี้แป้งตั้วใจเรียน ผลสรุป  พรุ่งนี้แป้งจะตั้งใจเรียน การให้เหตุผลแบบนี้ เหมือนเป็นการคาดคะเนเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป ซึ่งการคาดคะเนนี้อาจจะจริงหรือเท็จก็ได้

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1