ผู้ชนะ บทอาขยานที่ว่าด้วยความไม่ย่อท้อ

ผู้ชนะ

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

บทอาขยาน คือ บทท่องจำจากวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ หรือเป็นคำประพันธ์ที่มีความไพเราะ และมีความงดงามทางภาษา มีความหมายดี และให้ข้อคิดที่มีคุณค่า สามารถนำไปใช้ในชีวิตได้ และบทอาขยานที่เราจะได้เรียนรู้กันในวันนี้ก็คือบทอาขยานเรื่อง ผู้ชนะ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นเราไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

 

ประวัติความเป็นมาของเรื่องผู้ชนะ

 

ผู้ชนะ

 

บุญเสริม แก้วพรหม เป็นนักแต่งกลอนชาวนครศรีธรรมราช เริ่มฝึกเขียนกลอนตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้นประถม จากการคลุกคลีกับหนังสือและเรียนรู้เกี่ยวกับบทกลอนในห้องเรียน แต่มาเริ่มเขียนอย่างจริงจังในระดับชั้นมัธยมศึกษา ได้ส่งผลงานเข้าประกวดและผ่านการคัดเลือกลงหนังสือพิมพ์ ออกอากาศทางวิทยุ แนวที่เขียนเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักและสะท้อนสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่นิยมของนักกลอนในสมัยนั้น ผู้ชนะเป็นหนึ่งในผลงานกลอนที่คนทั่วไปรู้จักดีเพราะนอกจากจะไพเราะแล้วยังให้ข้อคิดที่ดีอีกด้วย

 

ผู้ชนะ

 

ตัวบทอาขยาน ผู้ชนะ

 

ตัวบทผู้ชนะจะเรียงเนื้อหาตามหลักอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ดังนี้

 

ผู้ชนะ

 

เมื่อเรารักในงานที่ทำก็จะทำให้ความเหน็ดเหนื่อยลดลง เพราะเรามีแรงใจและความมุ่งมั่นเป็นตัวผลักดันไปให้ถึงความสำเร็จ

 

ผู้ชนะ

 

ไม่ว่าจะทำการหรือทำสิ่งใด เราจะต้องมีใจที่พยายาม ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่าง ๆ ที่เข้ามา ไม่ปล่อยทิ้งจนกว่าจะได้พบกับความสำเร็จ

 

ผู้ชนะ

 

ไม่คิดกลัวต่ออุปสรรค เมื่อได้ลงมือทำสิ่งต่าง ๆ แล้วก็ควรจดจ่อ ทำทุกสิ่งด้วยใจที่ตั้งมั่น ใช้เป็นแรงผลักดันชีวิตให้เดินต่อไปข้างหน้า แล้ววันหนึ่งผลสำเร็จก็จะปรากฏให้เราเห็นอย่างที่ต้องการ

 

 

อุปสรรคเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้แต่งานที่เรารักบางครั้งก็ยังต้องเจอกับอุปสรรคดังนั้นเราจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ผ่านไปให้ได้โดยใช้สมองคิดตรึกตรองถึงทางออก ถ้าทำได้เราก็จะประสบความสำเร็จและไม่ลำบากอีกต่อไป

 

 

ความสำเร็จนั้นอยู่ไม่ใกล้และไม่ไกล ถ้าตั้งใจจริงก็สามารถพบกับความสำเร็จได้ไม่ยากเย็น เพียงแค่ยึดหลักอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ (รักงานที่ทำ) วิริยะ (พากเพียรพยายาม) จิตตะ (ตั้งใจจริง) วิมังสา (แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด) หากทำได้เราจะก็เป็นผู้ชนะ

 

วิธีอ่านบทอาขยานผู้ชนะ

 

การอ่านบทอาขยานจะต้องอ่านให้ถูกจังหวะและแบ่งวรรคตอนให้ถูกต้องจึงจะทำให้อ่านได้ง่าย อ่านคล่อง ไม่มีติดขัด ซึ่งการแบ่งวรรคของบทนี้ก็จะเหมือนกับการอ่านบทร้องกรองที่เป็นกลอนสุภาพ ดังนี้

 

* / = เว้นวรรคหนึ่งจังหวะ // = เว้นสองจังหวะ ขึ้นวรรคใหม่

 

เมื่อทำการ/สิ่งใด/ด้วยใจรัก//

ถึงงานหนัก/ก็เบาลง/แล้วครึ่งหนึ่ง//

ด้วยใจรัก/เป็นแรง/ที่เร้ารึง//

ให้มุ่งมั่น/ฝันถึง/ซึ่งปลายทาง//

เมื่อทำการ/สิ่งใด/ใจบากบั่น//

ไม่ไหวหวั่น/อุปสรรค/เป็นขวากขวาง//

ถึงเหนื่อยยาก/พากเพียร/ไม่ละวาง//

งานทุกอย่าง/เสร็จเพราะกล้า/พยายาม//

เมื่อทำการ/สิ่งใด/ใจจดจ่อ//

คอยเติมต่อ/ตั้งจิต/ไม่คิดขาม//

ทำด้วยใจ/เป็นชีวิต/คอยติดตาม//

บังเกิดผล/งอกงาม/ตามต้องการ//

เมื่อทำการ/สิ่งใด/ใคร่ครวญคิด//

เห็นถูกผิด/แก้ไข/ให้พ้นผ่าน//

ใช้สมอง/ตรองตริ/คิดพิจารณ์//

ปรากฎงาน/ก้าวไกล/ไม่ลำเค็ญ//

ความสำเร็จ/จะว่าใกล้/ก็ใช่ที่//

จะว่าไกล/ฤาก็มี/อยู่ให้เห็น//

ถ้าจริงจัง/ตั้งใจ/ไม่ยากเย็น//

แล้วจะเป็น/ผู้ชนะ/ตลอดกาล//

 

บทอาขยานผู้ชนะสอนให้เราไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น และฝ่าฟันไปให้ได้ เป็นอีกหนึ่งบทประพันธ์ที่มีประโยชน์อย่างมาก หวังว่าหลังได้เรียนรู้ความหมายกันไปแล้วน้อง ๆ จะสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้นะคะ สุดท้ายนี้น้อง ๆ อย่าลืมไปชมคลิปการสอนของครูอุ้มเพื่อไม่ให้พลาดความรู้ดี ๆ กันนะคะ

 

 

อย่าพลาดการติดตามบทความภาษาไทยจาก nockacademy

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

ม3 เน้นรูปอดีตโดยใช้ Did_ Was_Were_

Short question เน้นรูปอดีตโดยใช้ Did, Was, Were

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.3 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง “Short question เน้นรูปอดีตโดยใช้ Did, Was, Were” ไปลุยกันโลดเด้อ   ทำไมต้องเรียนเรื่อง Did, Was, Were Did, Was, Were ใช้ถามคำถามใน Past Simple Tense กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีต หรือ ถามเพื่อให้แน่ใจว่าได้ทำสิ่งนั้นๆไปแล้ว

การนำเสนอข้อมูลและแปลความหมายข้อมูลด้วยกราฟเส้น

การนำเสนอข้อมูลและแปลความหมายข้อมูลด้วยกราฟเส้น การนำเสนอข้อมูลและแปลความหมายข้อมูลด้วยกราฟเส้น เป็นกราฟที่นิยมใช้เเสดงความเปลี่ยนเเปลงของข้อมูลของข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยเรียงข้อมูลตามลำดับก่อนหลังของเวลาที่ข้อมูลนั้น ๆ เกิดขึ้น ทำให้เห็นเเนวโน้มของข้อมูลเเละช่วยให้เห็นการเปลี่ยนเเปลงของข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงเเสดงถึงความสัมพันธ์ต่าง ๆ ของข้อมูล ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการพยากรณ์เกี่ยวกับข้อมูลนั้น ๆ ได้ ตัวอย่างรูปเเบบของกราฟเส้นที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างการนำเสนอข้อมูลเเละเเปลความหมายข้อมูลด้วยกราฟเส้น  ตัวอย่างที่ 1 จงเขียนกราฟเเสดงจำนวนผลไม้ที่ถูกขายตามข้อมูลดังนี้ วิธีทำ เริ่มจากการสร้างเเกน x เเละเเกน y โดยให้เเกน x เป็น

เรียนรู้สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์

จากที่เราได้เรียนรู้ในเรื่องของสำนวนกันมามากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความหมาย ที่มา ลักษณะ ความสำคัญ หรือคุณค่า รวมไปถึงตัวอย่างสำนวนไทยน่ารู้ที่เราได้ยกมาแล้วอธิบายความหมาย แต่น้อง ๆ สังเกตไหมคะว่า สำนวนไทยมีหลายสำนวนเลยที่มักจะเกี่ยวข้องกับสัตว์ สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์ ไม่ได้มีขึ้นเพื่อกล่าวถึงสัตว์ตรง ๆ แต่เป็นการนำสัตว์มาเปรียบเทียบกับคน บทเรียนในวันนี้ จะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้กันว่าสัตว์แต่ละชนิดแทนพฤติกรรมไหนของคน และจะมีสำนวนใดบ้างที่เราควรรู้ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ   สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์  

คำราชาศัพท์ที่ใช้กับพระภิกษุสงฆ์ พูดอย่างไรให้ถูกต้อง

  คำราชาศัพท์ที่ใช้กับพระภิกษุสงฆ์ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่น้อง ๆ หลายคนอาจจะต้องพบเจอถ้าหากว่านับถือศาสนาพุทธ เพราะว่าเราอาจมีโอกาสได้สนทนากับพระระหว่างทำบุญก็ได้ วันนี้เราจะมาเรียนรู้คำราชาศัพท์ที่ใช้กับพระภิกษุสงฆ์กันนะคะว่าแตกต่างจากคำราชาศัพท์สำหรับราชวงศ์และสุภาพชนทั่วไปอย่างไร ไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ   คำราชาศัพท์ที่ใช้กับพระภิกษุสงฆ์ ใช้อย่างไร     แม้คำว่าราชาศัพท์ จะสามารถแปลตรงตัวได้ว่าเป็นถ้อยคำที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ แต่ในปัจจุบันนี้คำราชาศัพท์ยังครอบคลุมไปถึงพระบรมวงศานุวงศ์ พระภิกษุสงฆ์ และสุภาพชน หรือเรียกอีกนัยว่าคำสุภาพ สำหรับคำราชาศัพท์ที่ใช้กับพระภิกษุสงฆ์จะต่างกับราชวงศ์และสุภาพชน และยังขึ้นอยู่กับสมณศักดิ์ของพระสงฆ์อีกด้วย โดยสามารถเรียงลำดับได้ดังนี้

Imperative for Advice

Imperative for Advice: การให้คำแนะนำ

สวัสดีน้องๆ ป. 6 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนเรื่องง่ายๆ อย่าง Imperative for Advice กัน จะง่ายขนาดไหนเราลองไปดูกันเลยครับ

ฟังก์ชันผกผัน

ฟังก์ชันผกผัน ฟังก์ชันผกผัน หรืออินเวอร์สฟังก์ชัน เขียนแทนด้วย เมื่อ เป็นฟังก์ชัน จากที่เรารู้กันว่า ฟังก์ชันนั้นเป็นความสัมพันธ์ ดังนั้นฟังก์ชันก็สามารถหาตัวผกผันได้เช่นกัน แต่ตัวผกผันนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นฟังก์ชันเสมอไป เพราะอะไรถึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นฟังก์ชัน เราลองมาดูตัวอย่างกันค่ะ ให้ f = {(1, 2), (3, 2), (4, 5),(6, 5)}  จะเห็นว่า f เป็นฟังก์ชัน

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1