ขัตติยพันธกรณี อานุภาพของบทประพันธ์ที่พลิกเหตุร้ายให้กลายเป็นดี

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

ขัตติยพันธกรณี เป็นเรื่องราวการโต้ตอบด้วยบทประพันธ์ระหว่างรัชกาลที่ 5 ที่กำลังอยู่ในท้อแท้และประชวรอย่างหนักและกรมพระยาดำรงราชานุภาพที่เขียนจดหมายตอบกลับมาเพื่อให้กำลังใจ จากบทเรียนคราวที่แล้ว น้อง ๆ ก็คงจะรู้ถึงสาเหตุแล้วว่าความทุกข์ใจของรัชกาลที่ 5 นั้นมาจากข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับฝรั่งเศส บทเรียนในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้เกี่ยวกับตัวบทกันบ้าง เพื่อถอดคำประพันธ์และศึกษาคุณค่าของวรรณคดีเรื่องนี้กันค่ะ

 

ตัวบทเด่น ๆ ในขัตติยพันธกรณี

 

ขัตติยพันธกรณี

 

ถอดความ

เพราะเกิดปัญหาเป็นข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับฝรั่งเศสทำให้รัชกาลที่ 5 ทรงประชวรมาเป็นเวลานาน เพราะความไม่สบายกายและไม่สบายใจนี้เองที่ทำให้พระองค์มีความคิดจะเสด็จสวรรคต เพื่อให้พ้นจากความเหน็ดเหนื่อย ไปสู่โลกหน้าที่มีแต่ความสบายกายสบายใจ มีความสุขมากยิ่งกว่า ทรงอธิบายความรู้สึกเป็นการเปรียบเทียบว่ารู้สึกเหมือนมี “ตะปูดอกใหญ่” ตรึงเท้าทั้ง 2 ข้างเอาไว้ ทำให้เดินไม่ได้ หากมีใครที่สามารถดึงตะปูนี้ออกได้ พระองค์ก็จะทรงยินดีให้ดึงออก

 

ขัตติยพันธกรณี

 

 

ถอดความ

กรมหมื่นดำรงราชานุภาพเปรียบเทียบว่าบ้านเมืองเป็นรัฐนาวา เมื่อเรือที่กำลังแล่นไปในมหาสมุทรก็มีบางครั้งที่ต้องเจอกับพายุหนักบ้างเบาบ้าง ถ้าเรือดี ยังพอมีกำลังอยู่ก็ทำให้แล่นต่อไปได้ แต่หากเจอพายุพัดก็อาจจะทำให้เรือล่มได้ ชาวเรือหรือก็คือประชาชนทุกคนย่อมรู้ ดังนั้นตรบใดที่เรือยังแล่นได้อยู่ก็ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อฟันฝ่าอุปสรรค

 

ขัตติยพันธกรณี

 

ถอดความ

จากที่กรมหมื่นดำรงราชานุภาพได้เปรียบเทียบวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นเป็นเหมือนพายุร้าย เมื่อเราพยายามแก้จนสุดความสามารถแล้วไม่สามารถแก้ได้ ก็ต้องยอมรับสภาพและปล่อยให้มันเป็นไป ทรงยกตัวอย่างให้รัชกาลที่ 5 เห็นถึงผลลัพธ์ของการกระทำที่ต่างกันว่าถ้าหากพระองค์ยังทรงนิ่งเฉย ไม่หาทางแก้ไข ปัญหาก็เพิ่มมากขึ้นจนแก้ไม่ไหว สุดท้ายรัฐนาวาหรือก็คือประเทศของเราก็จะไปไม่รอด แต่ถ้าพระองค์พยายามหาทางแก้ไขจนเต็มกำลังพระปรีชาแล้ว ถึงจะแก้ไขไม่ได้ ก็จะไม่มีใครมาว่าพระองค์ไม่เก่ง ไม่เอาใจใส่บ้านเมือง ถึงจะพลาดพลั้งแต่ก็ยังได้รับการยกย่องและความเห็นใจว่าปัญหานี้มันใหญ่เกินกว่าจะแก้และตัวพระองค์เองก็ทำเต็มที่แล้ว

 

คุณค่าในเรื่อง ขัตติยพันธกรณี

 

 

คุณค่าด้านวรรณศิลป์

ขัตติยพันธกรณีเป็นวรรณคดีที่โดดเด่นในเรื่องการใช้โวหารภาพพจน์เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นบทประพันธ์ที่ถูกแต่งขึ้นมาจากความรู้สึกของคนจริง ๆ จึงมีการเปรียบเทียบความรู้สึกออกมาในแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบ ตะปู เป็นหน้าที่ ที่ตอกร่างไว้ไม่ให้ไปไหน ที่รัชกาลที่ 5 ทรงเปรียบเทียบให้เห็นถึงภาระอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ไม่อาจละทิ้งไปได้ง่าย ๆ และอีกหนึ่งการเปรียบเทียบที่สำคัญ คือในตอนที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพเขียนจดหมายตอบโต้ไปให้กำลังใจและเปรียบเทียบบ้านเมืองเป็นเรือ รัชกาลที่ 5 เป็นกัปตัน และวิกฤตการณ์ในครั้งนั้นคือพายุร้ายที่จะต้องผ่านไปให้ได้

 

ขัตติยพันธกรณี

 

จากบทประพันธ์ข้างต้น มีการเปรียบเทียบว่าการที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงประชวรหนักทำให้ประชาชนไม่สบายใจ เมื่อเจอหน้ากันก็ปรับทุกข์ และรู้สึกว่าตัวเองเหมือนลูกเรือและนายท้ายที่กำลังสับสนเพราะขาดกัปตันเรืออย่างพระมหากษัตริย์มาควบควบคุมทำให้ไม่รู้จะแล่นเรือไปทางใดดี นับว่าเป็นการใช้โวหารภาพพจน์ได้อย่างงดงามและลึกซึ้ง ทำให้ผู้อ่านเข้าใจความรู้สึกของผู้คนในยุคสมัยนั้น

คุณค่าด้านคุณธรรม

แม้ว่าบทประพันธ์นี้จะเป็นการระบายความทุกข์โทมนัสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่มีต่อวิกฤติการณ์บ้านเมืองและอาการประชวรที่เป็นมาอย่างยาวนานจนนึกอยากจะจากโลกนี้ไปเพื่อตัดปัญหา แต่พระองค์ก็ไม่ทรงทำเช่นนั้น เพราะตระหนักถึงหน้าที่ของตัวเองที่จะต้องปกป้องชาติบ้านเมืองให้คงอยู่ เพื่อให้ไม่ต้องคนไทยต้องเสียเลือด เสียเนื้อ และเสียดินแดนไป จึงสะท้อนให้เห็นคุณธรรมที่เปี่ยมล้นของพระองค์

คุณค่าด้านสังคม

ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่ เพราะวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดพัฒนาประเทศจนนำไปสู่ยอมรับในระดับนานาชาติจนช่วยให้ประเทศรอดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของตะวันตก บทประพันธ์จึงเหมือนเป็นบันทึกเรื่องราวในช่วงเวลาสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกลับมามีกำลังใจและออกเสด็จว่าราชการอีกครั้ง อีกทั้งยังสามารถรักษาประเทศไทยให้เราได้อยู่จนถึงทุกวันนี้โดยไม่เคยต้องเสียเอกราชให้ใคร

 

ขัตติยพันกรณีไม่เพียงแต่เป็นวรรณคดีทั่วไปที่ให้คุณค่าในแง่ของการประพันธ์ การใช้ภาษาที่สวยงาม แต่ยังบันทึกเรื่องของอดีตทั้งเหตุการณ์และความรู้สึกของผู้คนในยุคสมัยนั้นไว้ในตัวอักษร เป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลังให้ได้ศึกษาและตระหนักถึงคุณค่าของแผ่นดินไทยที่บรรพบุรุษได้พยายามรักษาไว้อีกด้วยค่ะ สุดท้ายนี้น้อง ๆ อย่าลืมทำแบบฝึกหัดทบทวนบทเรียน และดูคลิปการสอนของครูอุ้มเพื่อเรียนรู้การถอดความบทประพันธ์และสรุปความรู้ของบทเรียนทั้งหมด จะได้ไม่พลาดในการทำข้อสอบนะคะ

 

 

 

อย่าพลาดการติดตามบทความภาษาไทยจาก nockacademy

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

ความสัมพันธ์ที่ “รู้จักฉัน รู้จักเธอ” ของเศษส่วนและทศนิยม

เศษส่วนและทศนิยมมีความสัมพันธ์กันคือสามารถเขียนเศษส่วนให้อยู่ในรูปของทศนิยมหรือเขียนทศนิยมให้อยู่ในรูปของเศษส่วนได้โดยค่าของเศษส่วน และทศนิยมนั้นจะมีค่าเท่ากัน บทความนี้จะอธิบายหลักการความสัมพันธ์ของเศษส่วนและทศนิยมพร้อมวิธีคิดที่เห็นภาพ ดังนั้นสิ่งที่น้อง ๆจะได้รับจากบทความนี้ คือการเปลี่ยนเศษส่วนให้เป็นทศนิยมและการเปลี่ยนทศนิยมให้เป็นเศษส่วนแล้วยังมีเทคนิคการสังเกตง่ายๆที่จะสามารถทำให้เราทำได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องยิ่งขึ้น

Relative Clause

อนุประโยค Relative Clause ใช้อย่างไรในภาษาอังกฤษ

Relative Clause คืออะไร?   สวัสดีค่ะนักเรียนม. 3 ที่รักทุกคน วันนี้เราจะไปดู Relative clause หรือ อนุประโยคในภาษาอังกฤษ ที่ทำหน้าที่เหมือนกันกับคำคุณศัพท์ (Adjective) ซึ่งมีหน้าที่ขยายคำนามที่อยู่ข้างหน้า  และจะใช้ตามหลัง Relative Pronoun เช่น  who, whom, which, that, และ whose

ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม เช่นเดียวกับการลบเศษส่วนและจำนวนคละ!

บทความที่แล้วเราได้กล่าวถึงการบวกเศษส่วนและจำนวนคละไปแล้ว บทต่อมาก็จะเป็นเรื่องของการลบเศษส่วนและจำนวนคละ ทั้งสองเรื่องนี้มีหลักการคล้ายกันต่างกันที่เครื่องหมายที่บ่งบอกว่าโจทย์ต้องการทราบอะไร ดังนั้นบทความนี้จะอธิบายถึงหลักการลบเศษส่วนและจำนวนคละอย่างละเอียดและยกตัวอย่างให้น้อง ๆเข้าใจอย่างเห็นภาพและสามารถนำไปปรับใช้กับแบบฝึกหัดเรื่องการลบเศษส่วนและจำนวนคละได้

เรียนรู้เรื่องกาพย์ยานี 11 พร้อมเคล็ดลับการแต่งกาพย์แบบง่ายดาย

บทนำ สวัสดีน้อง ๆ ทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทเรียนภาษาไทยที่ได้ทั้งสาระความรู้ และความสนุกไปพร้อม ๆ กัน เชื่อว่า น้อง ๆ หลายคนคงเคยได้อ่านหรือได้เรียนเกี่ยวกับการแต่งกาพย์กลอนกันมาบ้างแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ‘กาพย์ยานี 11’ และต้องบอกว่ากาพย์ชนิดนี้มีวรรณคดีหลาย ๆ เรื่องที่ใช้ในการแต่งบทประพันธ์ หรือเราเองก็มักจะได้เริ่มการแต่งกาพย์ชนิดนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ๆ ด้วยรูปแบบของฉันทลักษณ์ที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ไม่ได้กำหนดสระหรือคำเป็นคำตายแต่อย่างใด เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการทบทวน และเพิ่มเติมความรู้ให้กับน้อง

การอ่านบทร้อยกรอง

การอ่านบทร้อยกรอง กาพย์และโคลงอ่านอย่างไรให้ไพเราะ

น้อง ๆ คงจะรู้การคำประพันธ์อย่างกาพย์และโคลงกันอยู่แล้วใช่ไหมคะ เพราะวรรณคดีไทยหลาย ๆ เรื่องที่เราเรียนกันมา ก็ใช้กาพย์และโคลงแต่งกันเสียส่วนใหญ่ และหลังจากที่ได้เรียนลักษณะการแต่งกาพย์กับโคลงสี่สุภาพ ให้ไพเราะกันไปแล้ว จะแต่งอย่างเดียวโดยไม่อ่านให้ถูกต้องก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ ดังนั้นบทเรียนวันนี้จะพาร้อง ๆ ไปเรียนรู้เรื่อง การอ่านบทร้อยกรอง กันบ้าง ว่ามีวิธีอ่านอย่างไรให้ถูกต้องและไพเราะ ไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ   การอ่านบทร้อยกรอง     การอ่านบทร้องกรอง ประเภทกาพย์

คำเชื่อม Conjunction

การใช้คำสันธาน (Conjunctions) เช่น and/ but/ or/ before/ after and etc.

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.2 ที่รักทุกคนวันนี้เราจะไปเรียนรู้กันเรื่อง “การใช้คำสันธาน (Conjunctions) เช่น and/ but/ or/ before/ after and etc.” กันนะคะ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันโลด คำสันธาน(Conjunctions)คืออะไร   คำสันธาน (Conjunctions) คือ คำที่ใช้เชื่อมระหว่างประโยคต่อประโยค คำต่อคำ หรือระหว่างกริยาต่อกริยา และอื่นๆ เช่น and/

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1