การหารทศนิยมในระดับชั้นป.5

บทความนี้จะกล่าวถึงหลักการหารทศนิยม 2 รูปแบบก็คือ การหารทศนิยมด้วยจำนวนเต็ม และการหารทศนิยมด้วยทศนิยม หลังจากที่น้องๆ ได้อ่านบทความนี้แล้ว รับรองว่าจะทำให้เข้าใจการหารทศนิยมได้มากขึ้นและสามารถนำวิธีคิดไปแก้โจทย์การหารทศนิยมได้

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

จากบทความที่แล้วได้พูดถึงเรื่องการคูณทศนิยมไปแล้ว เนื้อหาต่อมาของทศนิยมก็จะเป็นเรื่องการหารทศนิยม สามารถจำแนกรูปแบบารหารออกเป็น 2 รูปแบบ สิ่งสำคัญของทั้ง 2 รูปแบบคือ ต้องทำตัวหารที่เป็นทศนิยมให้เป็นจำนวนเต็มก่อนเสมอ จึงจะสามารถนำไปหาร

ความหมายของการหารทศนิยม

สรุปความหมายของการหารออกมาแบบง่ายๆ ก็คือ การแบ่งจำนวนหนึ่งออกมาที่ละเท่า ๆกัน เช่น 9 หาร 3 คือ นำเลข 9 แบ่งออกทีละ 3 จนกว่าจะไม่สามารถแบ่งได้ ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็น 3 ครั้ง ดังนั้นคำตอบของ 9 หาร 3 คือ 3 การหารทศนิยมมีหลักการเดียวกันกับการหารจำนวนเต็ม เพียงแต่เป็นการแบ่งทศนิยมออกทีละเท่า ๆกัน ยกตัวอย่างตามภาพข้างล่าง

หารเศษส่วนด้วยจำนวนเต็ม

รูปแบบของการหารทศนิยม  

1.การหารทศนิยมด้วยจำนวนเต็ม

รูปแบบการหารทศนิยมที่ตัวหารเป็นจำนวนเต็ม สามารถทำการหารได้เลยเหมือนกันการหารจำนวนเต็ม โดยสามารถใช้วิธีหารยาว หรือหารสั้น ก็ได้ แต่สิ่งสำคัญคือผลลัพธ์ที่ได้ต้องวางจุดทศนิยมให้ตรงกับของตัวตั้ง

หารทศนิยม

2.การหารทศนิยมด้วยทศนิยม

กรณีที่ตัวหารยังเป็นทศนิยม ต้องทำตัวหารให้เป็นจำนวนเต็ม โดยใช้หลักการคูณด้วย 10, 100 หรือ 1,000 ขึ้นอยู่กับจำนวนตำแหน่งของทศนิยมที่เป็นตัวหาร สิ่งสำคัญคือต้องคูณทั้งตัวหารและตัวตั้ง

ทศนิยม

 

หรืออีกวิธีที่สามารถทำตัวหารที่เป็นทศนิยมให้เป็นจำนวนเต็ม คือการเลื่อนจุดทศนิยมให้ตัวหารให้เป็นจำนวนเต็ม สิ่งสำคัญคือต้องเลื่อนตำแหน่งจุดทศนิยมของตัวตั้งให้เท่ากับจำนวนครั้งที่เลื่อนของตัวหารด้วย

เลื่อนจุดทศนิยม

เมื่อทำตัวหารให้เป็นจำนวนเต็มเรียบร้อยแล้วก็สามารถหารด้วยวิธีตั้งหารยาวหรือหารสั้นก็ได้ตาม รูปแบบที่ 1

การหาร

 

คลิปตัวอย่างการหารทศนิยม

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

causatives

Causatives: Have and Get Something Done

สวัสดีน้องๆ ม. 6 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้ไวยากรณ์เรื่อง Causatives หรือการใช้ Have/Get Something Done ที่น้องๆ บางคนอาจจะสงสัยว่าคืออะไร ลองไปดูกันเลยครับ

การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์

การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์

การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ บทความนี้ได้รวมรวมเนื้อหาและตัวอย่างเกี่ยวกับ การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ ไว้อย่างหลากหลายและแสดงวิธีทำอย่างละเอียด  แต่ก่อนที่น้องๆจะได้เรียนรู้เรื่องนี้น้องสามารถทบทวน การเขียนเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มบวก และ การคูณเลขยกกำลัง เมื่อเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มบวก (กดลิ้งค์ที่ข้อความได้เลยค่ะ)  ซึ่งจะทำให้น้องๆ ได้เรียนรู้เรื่องต่างๆอย่างง่ายดาย ซึ่งได้นำเสนออกมาในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ทำให้น้องๆสนุกกับการเรียนคณิตศาสตร์ ฝึกการเขียนจำนวนในรูปเลขยกกำลังที่มีฐานเป็น 10 ดังนี้ 10 = 10 = 10¹ 100 = 10

should have

I Should Have Done It! โครงสร้างประโยค “รู้งี้”

สวัสดีน้องๆ ม. 6 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับหลักไวยากรณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ใช้ประโยชน์มากๆ นั่นคือเรื่องการใช้ should have + past participle นั่นเองครับ จะเป็นอย่างไรลองไปดูกันเลยครับ

ประโยคความเดียวและประโยคความรวมในภาษาอังกฤษ

  สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.1 ที่น่ารักทุกคน เจอกันอีกแล้วจร้ากับไวยากรณ์การเขียนภาษาอังกฤษและวันนี้ครูจะพาไปดูเทคนิคการการใช้ประโยคความเดียว และประโยคความรวมในภาษาอังกฤษกันค่ะ ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมามากกับคนที่ไม่ชอบเขียน  ครูเอาใจช่วยทุกคนค่า ไปลุยกันเลย 3 โครงสร้างประโยคในภาษาอังกฤษ การจะเป็นประโยคสมบูรณ์ได้นั้น ประโยคจะต้องประกอบไปด้วย 3 ส่วนสำคัญดังนี้ กริยา หรือ verb (ภาคขยาย) ภาคขยาย จะมีหรือไม่มีก็ได้ การใส่ภาคขยายเข้ามาเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ประธาน subject  + กริยา หรือ

Profile Linking Verbs

มาทำความรู้จักกับ Linking Verbs ให้มากขึ้น

สวัสดีค่ะนักเรียนม.1 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปรู้จักกับ Linking Verbs ให้มากขึ้น แต่ก่อนอื่นไปดูความหมายของ Linking Verbs กันก่อนนะคะ ไปลุยกันเลย มาทำความรู้จักกับ Linking Verbs     Linking verbs คืออะไรกันนะ Linking แปลว่า การเชื่อม มาจากรากศัพท์ link ที่เป็นกริยาเติมด้วย

can could

การตั้งคำถามโดยใช้ Can และ Could

สวัสดีน้องๆ ป. 6 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีการใช้กริยาช่วยคือ Can และ Could กันครับ ถ้าพร้อมแล้วเราลองไปดูกันเลย

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1