เตรียมอุดม 2570 แข่งขันสูงแค่ไหน? เจาะสถิติผู้สมัครย้อนหลัง 3 ปี ครบทั้ง 8 แผนการเรียน

Picture of admin
admin

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

เตรียมอุดม 2570 แข่งขันสูงแค่ไหน? เจาะสถิติผู้สมัครย้อนหลัง 3 ปี ครบทั้ง 8 แผนการเรียน

อัปเดตล่าสุด 12 ตุลาคม 2569 | โดยทีม NockAcademy

พี่แอดมินเชื่อว่าน้อง ๆ ที่กำลังวางแผนสอบเข้า ม.4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในปี 2570 อาจสงสัยว่า ปีนี้จะมีคนสมัครสอบเยอะแค่ไหน แผนการเรียนไหนมีการแข่งขันสูงที่สุด แล้วเราควรเตรียมตัวอย่างไรให้พร้อม

รู้ไหมว่าหากอ้างอิงจากปีล่าสุดอย่างปี 2569 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามีผู้สมัครมากถึง 13,895 คน ขณะที่มีจำนวนรับรวม 1,520 ที่นั่งเท่านั้น!

วันนี้พี่แอดมิน NockAcademy จะพาน้อง ๆ ย้อนดูสถิติผู้สมัครสอบเข้าเตรียมอุดมศึกษาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2567–2569 พร้อมดูแนวโน้มการแข่งขันปี 2570 เพื่อช่วยให้น้อง ๆ วางแผนเตรียมสอบได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมก้าวเป็นว่าที่นักเรียนเตรียมอุดม หรือ ชาว TU90 นั่นเอง

อัตราการแข่งขันเตรียมอุดมคืออะไร? ทำความเข้าใจง่าย ๆ ก่อนดูสถิติ

น้อง ๆ อาจเคยได้ยินว่า สอบเข้าเตรียมอุดมฯ แข่งขันกัน 1 ต่อ 10 หรือบางแผนมีการแข่งขันสูงถึง 10 เท่าแต่ตัวเลขเหล่านี้หมายความว่าอะไรกันแน่?
อัตราการแข่งขันที่เราพูดถึงในบทความนี้ คือ จำนวนผู้สมัครสอบเมื่อเทียบกับจำนวนที่นั่งที่โรงเรียนเปิดรับ

วิธีคำนวณง่ายมาก คือ
จำนวนผู้สมัครสอบ ÷ จำนวนที่นั่งที่รับ = อัตราสมัครต่อที่นั่ง

ลองดูตัวอย่างจากแผนภาษา-ฝรั่งเศส ปี 2569 กัน

แผนนี้มีผู้สมัครทั้งหมด 431 คน แต่โรงเรียนรับนักเรียนเพียง 80 คน

เมื่อนำ 431 ÷ 80 จะได้ประมาณ 5.4

หมายความว่า ทุก ๆ 1 ที่นั่งของแผนภาษา-ฝรั่งเศส มีนักเรียนสมัครเข้ามาแข่งขันกันประมาณ 5.4 คน

ลองนึกภาพตามพี่แอดมินนะคะ

ถ้าโรงเรียนมีเก้าอี้ว่างเพียง 1 ตัว แต่มีนักเรียนประมาณ 10 คนอยากนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกัน นั่นก็คือภาพง่าย ๆ ของการแข่งขันประมาณ 10 คนต่อ 1 ที่นั่ง

ทีนี้น้อง ๆ ก็น่าจะเริ่มเห็นภาพกันแล้วใช่ไหมว่า ทำไมการรู้จำนวนผู้สมัครอย่างเดียวจึงอาจไม่พอ เราต้องดูด้วยว่าแต่ละแผนเปิดรับนักเรียนกี่คน

ข้อควรรู้: อัตราสมัครต่อที่นั่งไม่ได้บอกโอกาสสอบติดของน้องแต่ละคนโดยตรง เพราะคะแนนสอบ ความพร้อม และความสามารถของผู้เข้าสอบก็มีผลต่อการแข่งขันด้วยเช่นกัน

ย้อนดูสถิติผู้สมัครสอบเข้าเตรียมอุดม ปี 2567–2569

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้สมัครสอบเข้าเตรียมอุดมศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากลองในสถิติ น้อง ๆ สังเกตเห็นอะไรบ้าง?

ในปี 2567 มีผู้สมัครสอบทั้งหมด 11,607 คน ก่อนจะเพิ่มเป็น 13,361 คนในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1,700 คนภายในปีเดียว!

ส่วนปี 2569 จำนวนผู้สมัครเพิ่มขึ้นอีก 534 คน ทำให้มีผู้สมัครรวมถึง 13,895 คน

ที่น่าสนใจคือ ตลอดทั้ง 3 ปี โรงเรียนมีจำนวนรับรวมจำนวนเดิมที่ 1,520 ที่นั่ง

นั่นหมายความว่า เมื่อผู้สมัครเพิ่มขึ้น แต่จำนวนที่นั่งยังเท่าเดิม การแข่งขันก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ข้อมูลนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่น้อง ๆ ควรเริ่มเตรียมตัวสอบตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทบทวนบทเรียน ฝึกทำโจทย์ หรือวางแผนอ่านหนังสือให้เหมาะกับตัวเอง

เตรียมอุดม แผนไหนแข่งขันสูงที่สุด? เปรียบเทียบครบ 8 แผนการเรียน

รู้หรือไม่ว่า โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามีทั้งหมด 8 แผนการเรียน และแต่ละแผนมีจำนวนรับไม่เท่ากัน

น้อง ๆ อาจคิดว่าแผนวิทย์-คณิตที่มีผู้สมัครมากที่สุด จะต้องมีการแข่งขันสูงที่สุดด้วยใช่ไหม?

แต่เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้สมัครกับจำนวนที่นั่งแล้ว ผลลัพธ์อาจไม่ใช่อย่างที่คิด!

หมายเหตุ: จำนวนรับเป็นข้อมูลตามสถิติปี 2567–2569 ไม่ใช่จำนวนรับที่ได้รับการยืนยันสำหรับปี 2570

1. วิทย์-คณิต: แผนการเรียนยอดฮิตที่มีผู้สมัครมากที่สุด

ถ้าพูดถึงแผนการเรียนที่มีผู้สมัครมากที่สุด คงหนีไม่พ้น แผนวิทย์-คณิต

ในปี 2569 แผนนี้มีผู้สมัครถึง 10,220 คน จากจำนวนรับ 1,000 ที่นั่ง คิดเป็นอัตราการแข่งขันประมาณ 10.22 เท่า

เมื่อย้อนกลับไปดูปี 2567 ซึ่งมีผู้สมัคร 8,275 คน จะเห็นว่าภายในเวลาเพียง 2 ปี จำนวนผู้สมัครเพิ่มขึ้นเกือบ 2,000 คนเลยทีเดียว!

หนึ่งในเหตุผลที่อาจทำให้แผนวิทย์-คณิตได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง คือการเปิดโอกาสให้นักเรียนต่อยอดไปยังคณะในกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง

แผนนี้จึงอาจตอบโจทย์ทั้งน้อง ๆ ที่มีเป้าหมายการเรียนต่อชัดเจน และคนที่สนใจวิทยาศาสตร์แต่ยังอยู่ระหว่างค้นหาอาชีพในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การมีจำนวนรับมากถึง 1,000 คน ไม่ได้หมายความว่าการสอบจะง่ายขึ้น เพราะแผนนี้มีผู้สมัครมากกว่าหนึ่งหมื่นคน

นอกจากนี้ การสอบคัดเลือกทั่วไปปี 2569 ยังครอบคลุมถึง 5 วิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา

น้อง ๆ จึงต้องเตรียมตัวให้ครอบคลุมหลายวิชา โดยเฉพาะการฝึกทำโจทย์และบริหารเวลาในห้องสอบ

2. ภาษา-คณิต: ผู้สมัครน้อยกว่า แต่การแข่งขันสูงไม่แพ้กัน!

แม้แผนภาษา-คณิตจะมีจำนวนผู้สมัครน้อยกว่าวิทย์-คณิตหลายเท่า แต่เมื่อดูจำนวนรับแล้ว กลับพบว่าแผนนี้มีการแข่งขันสูงมากเช่นกัน

ในปี 2569 ภาษา-คณิตมีผู้สมัคร 1,245 คน แต่เปิดรับเพียง 120 ที่นั่ง

ทำให้อัตราการแข่งขันอยู่ที่ประมาณ 10.38 เท่า ซึ่งสูงกว่าวิทย์-คณิตเล็กน้อย

ที่น่าสนใจคือ แผนภาษา-คณิตมีอัตราการแข่งขันสูงกว่าวิทย์-คณิตติดต่อกันทั้ง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2567–2569

แต่ช่องว่างระหว่างสองแผนก็ค่อย ๆ ลดลง จนในปีล่าสุดมีอัตราการแข่งขันใกล้เคียงกันมาก

แผนภาษา-คณิตเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนทั้งด้านภาษาและคณิตศาสตร์ โดยไม่เน้นวิทยาศาสตร์มากเท่าแผนวิทย์-คณิต

การเรียนลักษณะนี้อาจตอบโจทย์นักเรียนที่สนใจศึกษาต่อด้านเศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ บัญชี หรือสาขาอื่น ๆ ที่ใช้ทั้งทักษะการคิดวิเคราะห์และภาษา ทั้งนี้ต้องตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าศึกษาของแต่ละคณะเพิ่มเติมด้วย

แต่สิ่งที่ทำให้แผนนี้แข่งขันสูงอย่างเห็นได้ชัดคือ จำนวนรับที่ค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับยอดผู้สมัคร

สำหรับปี 2569 แม้จะเปิดรับรวม 120 คน แต่จำนวนรับรอบสอบคัดเลือกทั่วไปมีเพียง 70 คนเท่านั้น

ด้านวิชาสอบ ผู้สมัครแผนภาษา-คณิตต้องเตรียมตัว 4 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา

ดังนั้น หากน้อง ๆ รู้สึกว่าตัวเองถนัดคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ แต่ไม่ต้องการเรียนวิทยาศาสตร์เป็นหลัก แผนนี้ก็อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสม

3. แผนภาษาต่างประเทศ: แข่งขันน้อยกว่าวิทย์-คณิตจริงไหม?

สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจเรียนภาษาต่างประเทศ เตรียมอุดมศึกษาก็มีแผนการเรียนภาษาให้เลือกถึง 6 ภาษา ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน สเปน และเกาหลี

เมื่อดูข้อมูลปี 2569 พบว่าแต่ละภาษามีอัตราการแข่งขันแตกต่างกัน ดังนี้

จะเห็นว่า ภาษา-จีนเป็นแผนภาษาต่างประเทศที่มีอัตราการแข่งขันสูงที่สุดในปี 2569 รองลงมาคือภาษา-เกาหลีและภาษา-ญี่ปุ่น

หนึ่งในปัจจัยที่อาจทำให้แผนภาษา-จีนได้รับความสนใจจากนักเรียนอย่างต่อเนื่อง คือ บทบาทของประเทศจีนที่กำลังขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจ การค้า และเทคโนโลยีในเวทีโลก โดยจีนถือเป็นหนึ่งในมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก อีกทั้งยังเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอีกด้วย Reuters

นอกจากนี้ ภาษาจีนกลางยังเป็นภาษาที่มีผู้พูดมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากภาษาอังกฤษ โดยมีผู้ใช้ภาษาประมาณ 1,180 ล้านคนทั่วโลก เมื่อรวมผู้ใช้เป็นภาษาแม่และภาษาที่สอง ตามข้อมูลของเว็บไซต์ Berlitz 

ด้วยบทบาทของจีนในเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้น ทักษะภาษาจีนจึงอาจเป็นข้อได้เปรียบสำหรับการเรียนต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว การค้าขาย หรือการทำงานร่วมกับบริษัทจีนและองค์กรระดับนานาชาติ โอกาสเหล่านี้จึงอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้น้อง ๆ สนใจเลือกเรียนแผนภาษา-จีนมากขึ้น แม้จะยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของจำนวนผู้สมัครก็ตาม

ส่วนภาษา-เยอรมันมีอัตราการแข่งขันต่ำที่สุดในกลุ่มแผนภาษาต่างประเทศ

แต่ต้องจำไว้นะว่า การแข่งขันต่ำกว่าไม่ได้แปลว่าสอบติดง่ายกว่าเสมอไป เพราะแต่ละแผนมีวิชาที่ใช้สอบและเงื่อนไขการคัดเลือกที่น้อง ๆ ต้องศึกษาเพิ่มเติม

คาดการณ์การแข่งขันเตรียมอุดม 2570 จะสูงขึ้นอีกไหม?

หลังจากดูสถิติย้อนหลัง 3 ปีแล้ว คำถามต่อมาก็คือ การสอบเข้าเตรียมอุดมปี 2570 จะมีการแข่งขันสูงขึ้นอีกหรือเปล่า?

จากแนวโน้มที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ว่าปี 2570 จะยังคงมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะแผนวิทย์-คณิตและภาษา-คณิต

หากจำนวนผู้สมัครยังเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อาจมีผู้สมัครรวมประมาณ 14,200 คน

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้สมัครจริงอาจมากหรือน้อยกว่านี้ได้ โดยการประเมินจากข้อมูลเดิมให้ช่วงที่เป็นไปได้ประมาณ 13,100–15,200 คน

หากโรงเรียนยังคงเปิดรับรวม 1,520 ที่นั่งเท่าเดิม อัตราการแข่งขันเฉลี่ยอาจอยู่ที่ประมาณ 9–10 เท่า

สำหรับแผนวิทย์-คณิตและภาษา-คณิต มีแนวโน้มว่าอัตราการแข่งขันจะยังใกล้เคียงกันที่ประมาณ 10 เท่า

แต่ขอย้ำก่อนนะน้อง ๆ !!!!!

ในขณะนี้ทางโรงเรียนยังไม่ได้ประกาศจำนวนรับและรายละเอียดการสมัครสอบปี 2570 อย่างเป็นทางการ

ดังนั้น น้อง ๆ ควรหมั่นติดตามข้อมูลล่าสุดจาก เว็บไซต์รับสมัครโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา อีกครั้งก่อนสมัครสอบ

อยากสอบติดเตรียมอุดม 2570 ควรเตรียมตัวอย่างไร?

เมื่อเห็นจำนวนผู้สมัครหลักหมื่นแล้ว น้อง ๆ บางคนอาจเริ่มกังวลว่าจะสอบติดได้หรือเปล่า

แต่อยากให้น้อง ๆ มองตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลสำหรับวางแผน มากกว่าจะใช้ตัดสินว่าตัวเองมีโอกาสสอบติดมากน้อยแค่ไหน

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกแผนการเรียนให้เหมาะกับตัวเอง และเริ่มเตรียมตัวอย่างมีเป้าหมาย

ก่อนตัดสินใจเลือกแผนการเรียน ลองถามตัวเองด้วย 3 คำถามนี้

  1. เราถนัดวิชาอะไร? ลองดูว่าวิชาไหนเป็นจุดแข็งของเรา และวิชาไหนที่ยังต้องฝึกฝนเพิ่มเติม
  2. เราชอบเรียนอะไร? เพราะเมื่อสอบติดแล้ว น้อง ๆ ยังต้องใช้เวลาเรียนในแผนนั้นอีก 3 ปี
  3. เราอยากเรียนอะไรต่อในอนาคต? ลองเลือกแผนการเรียนที่ช่วยต่อยอดความสนใจและเป้าหมายในระดับมหาวิทยาลัย

เมื่อรู้แล้วว่าอยากเข้าแผนไหน ขั้นต่อไปก็คือการศึกษาวิชาที่ใช้สอบ วางตารางอ่านหนังสือ และฝึกทำโจทย์อย่างสม่ำเสมอ

สำหรับน้อง ๆ ที่อยากมีคุณครูช่วยเตรียมสอบ NockAcademy มีคอร์สติวสดออนไลน์เพื่อเตรียมสอบเข้าเตรียมอุดมศึกษาโดยเฉพาะ ที่จะพาน้อง ๆ ทบทวนเนื้อหาสำคั ตะลุยโจทย์ และฝึกเทคนิคการทำข้อสอบกับคุณครูผู้เชี่ยวชาญ

อย่ารอให้ใกล้วันสอบแล้วค่อยเริ่ม เพราะการเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ อาจทำให้น้อง ๆ พร้อมกว่าที่คิด!

👉สนใจติดต่อคอร์สเรียน หรือปรึกษาทีมพี่ ๆ NockAcademy ฟรี ผ่าน LINE: @487aamiv ทักมาได้เลยแล้วพร้อมลุยไปด้วยกัน


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

เลขยกกำลัง

เลขยกกำลัง ที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ

เลขยกกำลัง ที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ เลขยกกำลัง ที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะมีความเกี่ยวข้องกับกรณฑ์ในบทความ จำนวนจริงในรูปกรณฑ์ จากที่เรารู้ว่า จำนวนตรรกยะคือจำนวนที่สามารถเขียนอยู่ในรูปเศษส่วนของจำนวนเต็มได้ เช่น , , , 2 , 3 เป็นต้น ดังนั้นเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ ก็คือจำนวนจริงใดๆยกกำลังด้วยจำนวนที่สามารถเขียนในรูปเศษส่วนของจำนวนเต็ม เช่น , เป็นต้น โดยนิยามของเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ คือ เมื่อ k และ

โจทย์ปัญหาการหารทศนิยม

บทความนี้เป็นเรื่องการวิเคราห์โจทย์ปัญหาการหารทศนิยม ซึ่งโจทย์ที่นำมาเป็นตัวอย่างจะประกอบด้วยการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา การเขียนประโยคสัญลักษณ์ รวมไปถึงการสดงวิธีทำ หวังว่าน้องๆจะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ได้จริงกับโจทย์ปัญหาในห้องเรียน

เสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทยมีความสำคัญอย่างไร

  เสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทยมีความสำคัญไม่แพ้เสียงพยัญชนะและเสียงวรรณยุกต์เลยค่ะ น้อง ๆ ทราบไหมคะว่าเสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทยเรานั้นเป็นเหมือนตัวกำหนดความหมายของคำเลยก็ว่าได้ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น วันนี้เรามีคำตอบให้แล้วค่ะ เราไปเรียนรู้เกี่ยวเสียงวรรณยุกต์พร้อมๆ กันเลยค่ะว่าทำไมถึงมีความสำคัญ   เสียงวรรณยุกต์คืออะไร   เสียงวรรณยุกต์ หมายถึง เสียงที่ใช้บอกระดับสูงต่ำของคำ มี 4 รูป 5 เสียง   รูปวรรณยุกต์   รูปวรรณยุกต์มี 4

M1 การใช้ Verb Be

การใช้ Verb Be

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.1 ที่รักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง การใช้ Verb Be กันนะคะ พร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจ้า Let’s go! ความหมาย   Verb be ในที่นี้จะแปลว่า Verb to be นะคะ แปลว่า เป็น อยู่ คือ ซึ่งหลัง verb to

วิธีพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดูอย่างง่ายๆ

การพูดสรุปความสำคัญอย่างไร ? น้อง ๆ หลายคนคงจะเคยประสบปัญหาเวลาที่ต้องออกไปนำเสนองานหน้าชั้นเรียนแล้วไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรให้เพื่อนกับครูเข้าใจ เพราะเนื้อหาที่เราจำมามันก็เยอะเสียเหลือเกิน บทเรียนภาษาไทยวันนี้จะช่วยให้น้อง ๆ รับมือกับปัญหาเหล่านั้นได้ เพียงแค่น้อง ๆ มีความเข้าใจในเรื่องการพูดสรุปความ วันนี้เรามาดูไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะว่าการพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังหรือดูจะมีวิธีใดบ้าง   การพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดู   การพูดคืออะไร   องค์ประกอบของการพูด   ผู้พูด คือผู้ที่มีจุดมุ่งหมายสำคัญที่จะนำเสนอความรู้ความคิดเห็นให้ผู้ฟังได้รับรู้และเข้าใจ เนื้อเรื่อง

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1