Contrast Words : คำที่ใช้แสดงความขัดแย้งในภาษาอังกฤษ

สวัสดีน้องๆ ม. 3 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับคำเชื่อมที่ใช้บอกสิ่งที่ตรงข้ามกัน (Contrast Words) กันครับ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

Contrast Words

คำที่แสดงความตรงกันข้าม (Contrast words) นั้นเป็นคำสันธาน หรือเรียกง่ายๆ ว่าคำเชื่อม ซึ่งเป็นคำประเภทหนึ่งที่เอาไว้ใช้แสดงให้เห็นถึงความหมายที่ขัดแย้งกันในประโยคนั่นเองครับ ซึ่งคำเชื่อมที่น้องๆ มักจะเจอบ่อยๆ ได้แก่

contrast words

 

การใช้ “but”

คำว่า ‘but’ นั้นจัดอยู่ในกลุ่ม Coordinating Conjunctions (กลุ่มเดียวกันกับ for, and, nor, or, yet, so) ซึ่งคำว่า ‘but’ นี้มีไว้เชื่อมคำหรือประโยคที่มีความหมายตรงข้ามกันเข้าด้วยกัน มีความหมายว่า ‘แต่’ เช่น

 

Pizza is delicious but unhealthy.
(พิซซ่าอร่อยแต่แพง)
‘but’ ในประโยคนี้เชื่อมคำคุณศัพท์ 2 คำเข้าด้วยกันนั่นคือ ‘delicious’ และ ‘unhealthy’

 

My mom wants to travel abroad but she doesn’t have a passport.
(แม่ของฉันต้องการไปเที่ยวต่างประเทศ แต่เธอไม่มีพาสปอร์ต)
‘but’ ในประโยคนี้เชื่อมประโยค 2 ประโยคเข้าด้วยกันคือ
My mom wants to travel abroad. และ She doesn’t have a passport.

example

 

การใช้ “although” และ “though”

คำว่า ‘although’ และ ‘though’ นั้นจัดอยู่ในกลุ่ม Subordinating Conjunctions (กลุ่มเดียวกันกับ since, because, while, whereas, after, etc.) ซึ่งคำว่า ‘although’ นี้มีไว้เชื่อมประโยคที่มีความหมายตรงข้ามกัน มีความหมายว่า ‘แม้ว่า’ เช่น

 

I don’t want to sleep although I’m tired.
(ฉันไม่ต้องการนอนแม้ว่าฉันจะเหนื่อย)

Though people say France is dangerous, I still want to visit this country.
(แม้ว่าผู้คนบอกว่าฝรั่งเศสนั้นอันตราย ฉันก็ยังอยากไปเยี่ยมประเทศนี้)

Although he is very rich, he doesn’t have a girlfriend.
(แม้ว่าเขาจะรวยมาก เขาก็ไม่มีแฟน)

 

ข้อสังเกตและข้อควรระวัง

  • ‘although’ และ ‘though’ นั้นสามารถใช้ตรงกลาง หรือขึ้นต้นประโยคก็ได้ หากขึ้นต้นประโยคจะต้องใส่คอมม่า (,) คั่นระหว่างประโยคด้วย
  • ‘although’ และ ‘though’ ใช้เชื่อมประโยคเท่านั้น ไม่สามารถใช้เชื่อมคำเหมือนกับ ‘but’ ได้
    1. She is beautiful although lazy. ประโยคนี้ต้องใช้ ‘but’ แทน
  • หากใช้ ‘although’ และ ‘though’ ขึ้นต้นประโยคแล้ว ไม่ต้องเชื่อมประโยคด้วย ‘but’ อีก
    1. Although Sara studies very hard, but she failed the English exam.

example 2

 

การใช้ “even though” และ “even if”

คำว่า ‘even though’ และ ‘even if’ นั้นจัดอยู่ในกลุ่ม Subordinating Conjunctions เช่นเดียวกับ ‘although’ และ ‘though’ และมีความหมายคล้ายกัน จึงมีหลักการใช้เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น

 

Even though I regularly exercise, I still always get sick.
(แม้ว่าฉันออกกำลังกายเป็นประจำ ฉันก็ยังป่วยอยู่บ่อยๆ)

I feel very tired even if I go to bed early.
(ฉันรู้สึกเหนื่อยมาก แม้ว่าฉันจะเข้านอนเร็ว)

 

การใช้ “however”, “nevertheless” และ “nonetheless”

คำว่า ‘however’, ‘nevertheless’ และ ‘nonetheless’ นั้นมีความหมายว่า “อย่างไรก็ตาม” จัดอยู่ในประเภทคำวิเศษณ์ (Adverb) มักใช้ในการเชื่อมใจความ ความคิด หรือไอเดีย ที่ตรงข้ามกัน เช่น

 

I understand that you really need financial support. However, I cannot lend you my money.
(ผมเข้าใจว่าคุณต้องการความช่วยเหลือด้านการเงินจริงๆ อย่างไรก็ตามผมไม่สามารถให้คุณยืมเงินได้)

Patrick has lived in Thailand for ten years. Nevertheless, he cannot speak Thai at all.
(แพทริกอาศัยอยู่ที่ประเทศไทยมาเป็นเวลาสิบปีแล้ว อย่างไรก็ตามเขาพูดภาษาไทยไม่ได้เลย)

Our company is facing a big economic crisis. I, however, insist on opening our new branches nationwide.
(บริษัทของเรากำลังประสบวิกฤตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามผมก็ยังยืนยันการเปิดสาขาใหม่ทั่วประเทศ)

example 3

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับน้องๆ สำหรับการใช้ Contrast Words เพื่อแสดงถึงเหตุผลที่ขัดแย้งกัน เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากๆ ทั้งในการพูดและการเขียนภาษาอังกฤษ ฉะนั้นอย่าลืมทบทวนกันด้วยนะครับ และหากน้องๆ ต้องการศึกษาเพิ่มเติมก็สามารถรับชมวิดีโอจากช่อง Nock Academy ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

เมื่อฉันโดนงูรัด!: เรียนรู้การใช้ Passive Voice แบบผ่อน ‘คลายย’

น้องๆ ทราบกันมั้ยว่าในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษจะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘Voice’ ถ้ายังไม่ทราบหรือเคยได้ยินแต่ยังไม่แน่ใจว่าคืออะไรวันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่อง Voice ในภาษาอังกฤษแบบเข้าใจง่ายๆ กันครับ

การดำเนินการของเซต

การดำเนินการของเซตประกอบไปด้วย ยูเนียน อินเตอร์เซกชัน คอมพลีเมนต์ของเซต และผลต่าง เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราจะได้ใช้ในบทต่อๆไป เรื่องนี้จึงค่อนข้างมีประโยชน์ในเรื่องของการเรียนเนื้อหาบทต่อไปง่ายขึ้น

วงกลม

วงกลม

วงกลม วงกลม ประกอบด้วยจุดศูนย์กลาง (center) เส้นผ่านศูนย์กลาง และรัศมี (radius) สมการรูปแบบมาตรฐานของวงกลม สมการรูปแบบมาตรฐานของวงกลมที่มีจุดศูนย์กลางที่ (h, k) คือ (x-h)² + (y-k)² = r² จากสมการ จะได้ว่า มีจุดศูนย์กลางที่ (h, k) และรัศมี r จะเห็นว่าถ้าเรารู้สมการมาตรฐานเราจะรู้รัศมี

เรียนออนไลน์ คณิตศาสตร์

การตรวจสอบคู่อันดับที่เป็นความสัมพันธ์

การตรวจสอบคู่อันดับที่เป็นความสัมพันธ์ การตรวจสอบคู่อันดับที่เป็นความสัมพันธ์ คือการตรวจสอบคู่อันดับว่าคู่ไหนเป็นความสัมพันธ์ที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด จากที่เรารู้กันในบทความเรื่อง ความสัมพันธ์ว่า r จะเป็นความสัมพันธ์จาก A ไป B ก็ต่อเมื่อ r เป็นสับเซตของ A × B แต่ถ้าเราใส่เงื่อนไขบางอย่างเข้าไป ความสัมพันธ์ r ที่ได้ก็อาจจะจะเปลี่ยนไปด้วย แต่ยังคงเป็นสับเซตของ A × B เหมือนเดิม

รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก ศึกษาตัวบทและคุณค่า

หลังได้เรียนรู้ความเป็นมาและเรื่องย่อของบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก กันไปแล้ว ในบทนี้ น้อง ๆ จะได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวบทเด่น ๆ ที่น่าสนใจในเรื่อง พร้อมทั้งจะได้ตามไปดูคุณค่าของเรื่องว่ามีอะไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว ไปศึกษาเรื่องนี้พร้อมกันเลยค่ะ   ศึกษาตัวบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก     เหลือบเห็นสตรีวิไลลักษณ์       พิศพักตร์ผ่องเพียงแขไข

ตัวผกผันของความสัมพันธ์

ตัวผกผันของความสัมพันธ์

ตัวผกผันของความสัมพันธ์ ตัวผกผันของความสัมพันธ์ r คือความสัมพันธ์ใหม่ที่เกิดจากการสลับตำแหน่งของสมาชิกตัวหน้ากับสมาชิกตัวหลังของคู่อันดับทุกคู่ในความสัมพันธ์ r เขียนแทนด้วย   ซึ่ง = {(y, x) : (x, y ) ∈ r} เช่น r = {(1, 2), (3, 4), (5,

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1