Past Tense ที่มี Time Expressions

สวัสดีน้องๆ ม. 2 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับ Past Tense และ Time Expressions ในประโยคดังกล่าว ถ้าพร้อมแล้วเราไปเริ่มกันเลยครับ
past tense

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

Time Expressions

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำที่ใช้บอกเวลาในอดีต หรือ Time Expressions ใน Past Tense กันก่อนนะครับ คำเหล่านี้ได้แก่

Time Expressions in the Past

Meaning

yesterday

เมื่อวานนี้

last …

Ex: last week, last month, last Friday, etc.

เมื่อ … ที่แล้ว

เช่น สัปดาห์ที่แล้ว เดือนที่แล้ว วันศุกร์ที่แล้ว ฯลฯ

… ago

Ex: two days ago, three weeks ago, etc.

เมื่อ … ก่อน

เช่น สองวันก่อน สามสัปดาห์ก่อน ฯลฯ

โดยคำเหล่านี้จะมีหรือไม่มีในประโยคก็ได้ แต่หากเราต้องการเน้นและบ่งบอกเวลาที่ชัดเจนเราจึงจะนำคำเหล่านี้มาใช้ในประโยคนั่นเองครับ

 

Past Tense ในประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ

ในภาษาอังกฤษเราจะใช้ Past Tense ในการพูดถึงเรื่องในอดีต หรือเหตุการณ์ที่จบลงไปแล้วอย่างสมบูรณ์ หรือเวลาที่น้องๆ เล่าเรื่อง หรือเล่านิทานก็สามารถใช้ Tense นี้ในการเล่าได้เช่นกัน และจากหัวข้อเรื่อง Time Expressions ด้านบนนั้นโดยส่วนมากเราจะใช้คำเหล่านี้ วางไว้ข้างหลังประโยคครับ เราลองมาดูรูปแบบประโยคแบบต่างๆ กันดีกว่าครับ

 

ประโยคบอกเล่า

กริยาที่ใช้ในประโยคที่พูดถึงอดีต นั้นจะเป็นกริยาช่องที่ 2 ซึ่งส่วนใหญ่จะเติม -ed และถ้าเป็น Verb to be ก็จะใช้ was และ were นั่นเองครับ (อย่าลืมทบทวนกริยา 3 ช่องกันด้วยนะครับ)

ตัวอย่าง

I went to Phuket last week.

(ฉันไปภูเก็ตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

John played football yesterday.

(จอห์นเล่นฟุตบอลเมื่อวานนี้)

He visited his grandparents last month.

(เขาไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าของเขาเมื่อเดือนที่แล้ว)

past tense

 

ประโยคปฏิเสธ

ในประโยคปฏิเสธแบบอดีตนั้นเราจะใช้ did not หรือ didn’t เขามาช่วยตามหลังประธานและตามด้วยกริยาไม่ผัน (Infinitive) ครับ

ตัวอย่าง

I didn’t go to school last Monday.

(ฉันไม่ได้ไปโรงเรียนเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว)

Maria didn’t pass the exam last semester.

(มาเรียสอบไม่ผ่านเมื่อเทอมที่แล้ว)

Jake didn’t want to play basketball two weeks ago.

(เจคไม่อยากเล่นฟุตบอลเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว)

past negative

 

นี่ก็เป็นพื้นฐานเกี่ยวกับ Past Tense ที่มี Time Expressions แบบเข้าใจง่ายๆ ที่น้องสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วยครับ และน้องๆ สามารถดูวิดีโอเพิ่มเติมจากช่อง NockAcademy ได้ด้านล่างนี้เลยครับ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

เมื่อฉันโดนงูรัด!: เรียนรู้การใช้ Passive Voice แบบผ่อน ‘คลายย’

น้องๆ ทราบกันมั้ยว่าในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษจะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘Voice’ ถ้ายังไม่ทราบหรือเคยได้ยินแต่ยังไม่แน่ใจว่าคืออะไรวันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่อง Voice ในภาษาอังกฤษแบบเข้าใจง่ายๆ กันครับ

บทพากย์เอราวัณ

บทพากย์เอราวัณ ที่มาของวรรณคดีพากย์โขนอันทรงคุณค่า

บทนำ สวัสดีน้อง ๆ ทุกคนยินดีต้องรับเข้าสู่เนื้อหาวิชาภาษาไทยที่จะมาให้สาระความรู้ดี ๆ ซึ่งวันนี้เราจะมาเรียนรู้ความเป็นมาของวรรณคดีเรื่องหนึ่งที่มักจะใช้ในการแสดงโขน นั่นก็คือบทพากย์เอราวัณแน่นอนว่าน้อง ๆ ในระดับมัธยมต้นจะต้องได้เรียนเรื่องนี้ เพราะเป็นวรรณคดีอีกเรื่องที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถของรัชกาลที่ 2 ในด้านกวีนิพนธ์จากการที่เลือกใช้ถ้อยคำภาษาที่สวยงามเพื่อมาบรรยายถึงลักษณะของช้างเอราวัณได้อย่างดี ดังนั้น ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันว่าวันนี้เรามีเนื้อหาที่น่าสนใจอะไรมาฝากน้อง ๆ กันบ้างดีกว่า ประวัติความเป็นมา สำหรับวรรณคดี บทพากย์เอราวัณ เป็นอีกหนึ่งผลงานการพระราชนิพนธ์ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ซึ่งถือเป็นบทที่นิยมนำไปใช้ในการแสดงโขน โดยได้เค้าโครงเรื่องมาจาก “รามายณะ”

ม.3 สำนวนการเสนอ การขออนุญาต และขอความช่วยเหลือ

สำนวนการเสนอ การขออนุญาต และขอความช่วยเหลือ

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม. 3 ที่น่ารักทุกคน วันนี้ครูจะพาไปตะลุย “สำนวนการเสนอ การขออนุญาต และขอความช่วยเหลือ พร้อมทั้งเทคนิคการพูดตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจร้า สำนวนการเสนอ   ในชีวิตประจำวันของเรานั้น ล้วนจะต้องเจอกลุ่มประโยคคำถามในเชิงชักชวน และการเสนอแนะที่ใช้เป็นรูปแบบคำถามนั้นถือเป็นการเสนอแนะชักชวนทางอ้อม ถ้าเทียบกับนิสัยคนไทยแล้ว ก็เพื่อแสดงถึงความเกรงใจ ไม่พูดมาตรงๆ เพื่อจุดประสงคืบางอย่าง ซึ่งเป็นนิสัยที่คนไทยส่วนใหญ่มีอยู่แล้ว ในภาษาอังกฤษการใช้ภาษาเหล่านี้จะทำให้การสนทนาดูเป็นธรรมชาติและคล่องมากขึ้น โดยที่บางครั้งผู้ถามนั้นหว่านล้อมผู้ฟังด้วยการ ชวนให้ทำ หรือแนะนำให้ทำนั่นเอง ประโยคคำถามที่ใช้มีดังนี้  

should have

I Should Have Done It! โครงสร้างประโยค “รู้งี้”

สวัสดีน้องๆ ม. 6 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับหลักไวยากรณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ใช้ประโยชน์มากๆ นั่นคือเรื่องการใช้ should have + past participle นั่นเองครับ จะเป็นอย่างไรลองไปดูกันเลยครับ

สำนวนนี้มีที่มา เรียนรู้ความหมายและที่มาของ สำนวนไทย

สำนวนไทย เป็นสิ่งที่คนรุ่นก่อนใช้ความคิดและประสบการณ์สั่งสอนลูกหลาน เกิดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมด้านคติธรรมที่แสดงถึงความรุ่งเรืองทางภาษาของประเทศไทย บทเรียนในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้สำนวนไทยที่เห็นกันบ่อย ๆ แต่หลายคนอาจจะใช้ไม่ถูกต้อง ไม่รู้ความหมายที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเรียนรู้ที่มาของสำนวนด้วย ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้กันเลยค่ะ   สำนวนไทย   สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำที่คมคายซึ่งเป็นถ้อยคำที่ใช้พูดสื่อสารกันโดยมีความหมายที่กว้างและลึกซึ้ง เป็นความหมายโดยนัย ไม่ได้แปลตรงตัวเพื่อใช้เป็นคำพูดในเชิงสั่งสอน เตือนสติ มุ่งสอนใจหรือชี้แนะให้ประพฤติปฏิบัติตาม   ที่มาของสำนวนไทย   สำนวนไทยมีมูลเหตุและที่มาของการเกิดหลายประการ

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1