ประโยคความเดียวและประโยคความรวมในภาษาอังกฤษ

สารบัญ

 

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.1 ที่น่ารักทุกคน เจอกันอีกแล้วจร้ากับไวยากรณ์การเขียนภาษาอังกฤษและวันนี้ครูจะพาไปดูเทคนิคการการใช้ประโยคความเดียว และประโยคความรวมในภาษาอังกฤษกันค่ะ ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมามากกับคนที่ไม่ชอบเขียน  ครูเอาใจช่วยทุกคนค่า ไปลุยกันเลย

TopicSimple and Compound sentences

3 โครงสร้างประโยคในภาษาอังกฤษ

การจะเป็นประโยคสมบูรณ์ได้นั้น ประโยคจะต้องประกอบไปด้วย 3 ส่วนสำคัญดังนี้

  1. กริยา หรือ verb (ภาคขยาย) ภาคขยาย จะมีหรือไม่มีก็ได้ การใส่ภาคขยายเข้ามาเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
  2. ประธาน subject  + กริยา หรือ verb (ภาคขยาย)
  3. ประธาน (subject) + กริยา (verb) + กรรม หรือ object (ภาคขยาย)

ความหมายประโยคความเดียว (Simple Sentence)

 

Simple sentences

 

ประโยคความเดียว ภาษาอังกฤษคือ Simple Sentence อ่านว่า ซิ้มเปิ่ล เซนเท่นสฺ เป็นประโยคที่เจอบ่อยมากในภาษาอังกฤษประกอบด้วยภาคประธานและภาคกริยา หรืออาจจะมีส่วนเติมเต็มประกอบอยู่ในประโยคด้วย

ดังตัวอย่างในตาราง

โครงสร้างประโยคความเดียว: ประธาน + กริยา + ส่วนเติมเต็ม หรือ ประธาน + กริยา + กรรม

หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปเราจะเรียกว่าประโยคไม่สมบูรณ์ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์ค่ะ นักเรียนอาจจะยังไม่เข้าใจ ไปดูตัวอย่างในตารางกันค่ะ

ตัวอย่างของประโยคความเดียว

simple sentence example

ประโยค โครงสร้าง คำแปล
Jenny and Lucy are happy. ประธาน + กริยา + ส่วนเติมเต็ม เจนนี่กับลูซี่มีความสุข
Rainy eats banana. ประธาน + กริยา + กรรม เรนนี่กินกล้วย
They are reading. ประธาน + กริยา + ส่วนเติมเต็ม พวกเขากำลังอ่านหนังสือ
May is lazy. ประธาน + กริยา + ส่วนเติมเต็ม เมย์ขี้เกียจ
I like his school bag. ภาคประธาน + กริยา + กรรมตรง ฉันชอบกระเป๋าโรงเรียนของเขา
Black Pink brand is very famous.  ภาคประธาน + กริยา +
ส่วนเติมเต็มขยายประธาน
วงแบล็คพิงค์โด่งดังมาก
The last announcement amazed the students. ภาคประธาน + กริยา + กรรม +
ส่วนเติมเต็มขยายกรรม
คำประกาศล่าสุดทำให้นักเรียนรู้สึกประหลาดใจ

 

เมื่อนักเรียนต้องการแต่งประโยคอย่างน้อยที่สุดใน 1 ประโยคที่สมบูรณ์จะต้องมีประธาน กริยาและกรรม หรือ ส่วนขยายนะคะ อย่าลืมน๊าที่รัก

 วิธีการสังเกต

ประโยคความเดียวจะต้องประกอบด้วย ประธานตัวเดียวและกริยาตัวเดียวเท่านั้น
แต่ในส่วนของกรรม และส่วนเติมเต็ม แม้กระทั่งส่วนขยายอื่นๆนั้นนักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ตามความเหมาะสมซึ่งขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการใช้

ประโยคความรวม (Compound Sentence)

Compound sentence

ประโยคความรวม ภาษาอังกฤษคือ Compound Sentence อ่านว่า เคิมพาวดฺ เซนเท่นสฺ เป็นประโยคที่ประกอบด้วยประโยคความเดียวอย่างน้อย 2 ประโยคโดยมีคำเชื่อมระหว่างประโยค เช่น for, and, nor, but, or, yet, so ให้ท่องว่า FANBOYS นักเรียนจะได้จำได้ง่ายขึ้นและนานขึ้นค่ะ และทั้งสองประโยคจะคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ก็เพื่อให้ทั้งสองประโยคกลายเป็นประโยคเดียวกันสังเกตว่าจบประโยคจะมีเครื่องหมาย full stop (.) เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ในส่วนของคำเชื่อมที่ใช้ในการเชื่อมประโยคความรวมนั้น ก็มีอยู่หลากหลายคำด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น คำว่า  not only….but also, and, in addition, in the same way จะใช้ในประโยคที่คล้อยไปในทางเดียวกัน คำว่า but, nor, in contrast จะใช้ในการเชื่อมประโยคที่มีความหมายตรงข้ามกันกัน
คำว่า because, for, since, as, seeing that, now that  ใช้ในการเชื่อมประโยคเพื่อบอกเหตุผลหรือยกตัวอย่างเพิ่มเติม  นอกจากนี้แล้ว ยังมีคำเชื่อมอื่นๆ อีก เช่น Although, even though, even if, therefore, consequently, thereby, hence, thus และอีกนับไม่ถ้วนจร้า

ตัวอย่างของประโยคความรวม

โครงสร้าง: ประโยคความเดียว+ คำเชื่อม +ประโยคความเดียว

Compound sentence example

ประโยค คำเชื่อม คำแปล
The exams are hard, and the students are smart. and ข้อสอบยากและนักเรียนก็เก่งด้วย
People here are lazy, but they are nice. but ถึงเขาจะขี้เกียจแต่เขาเป็นคนดี
He studied hard, so he passed the exam. so เขาขยันเรียนมากดังนั้นจึงสอบผ่าน
Will you go out or will you stay at home? or เธอจะออกไปข้างนอกมั้ยหรือเธอจะอยู่บ้าน
They are well organized,
as well as,
they are well mannered.
as well as= and พวกเขาเป็นระเบียบและกริยาดี
Bella is a good wife, but
she is a bad friend.
but เบลล่าเป็นภรรยาที่ดีแต่เธอเป็นเพื่อนที่แย่
Should Jenny go to school or should she work in the farm? or เจนนี่ควรจะไปเรียนหรือไปทุ่งนาดี
Would you like a tea, or would you prefer a coffee sir? or ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายจะรับชาหรือกาแฟดีครับ/ค่ะ
I love you, yet I dislike your personality. yet ฉันรักเธอนะแต่ฉันไม่ชอบบุคลิกของเธอ

 

ข้อควรจำ: ในกรณีของโครงสร้างคู่ขนานที่เชื่อมด้วย and (และ) หน้าและหลังประโยคจะต้องสอดคล้องกัน ส่วนโครงสร้างที่ขัดแย้งมักเชื่อมด้วย but, yet

FANBOYS-Simple and Compound Sentence

เทคนิคการจำคำเชื่อมตระกูลประโยคความรวมว่า “FANBOYS”  (แฟนบอย) ครูก็ท่องมาตั้งแต่สมัยเรียนว่าอยากมีแฟนเป็นบอย จำได้ไม่ลืมแน่ จำแล้วนำไปใช้ด้วยนะคะ

F = for  แปล เพราะว่า
A = And
แปล และ
N = Nor  
แปล ไม่ทั้งสอง
B = But 
แปล แต่ว่า
O = Or
แปล หรือ
Y = Yet
แปล แต่
S = So
แปล ดังนั้น

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคนสำหรับหัวข้อ การเขียนประโยคความเดียวและประโยคความรวมอย่างง่าย แต่ยังเหลือประโยคความซ้อนที่เราจะได้เรียนในระดับที่สูงขึ้นไปอีกนะคะ โอ้วว้าว ยังไงก็ตามขอให้ทุกคนสนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษให้มากๆนะคะ และครูขอให้บทความนี้เป็นประโยชน์กับทุกคนมากๆ
อย่าลืมดูวีดีโอด้านล่างเพื่อไปทบทวนบทเรียนให้เข้าใจและเห็นภาพยิ่งขึ้นนะคะ แล้วเจอกันครั้งหน้ากับบทเรียนครั้งต่อไป  เลิฟๆ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย
เรียนพิเศษออนไลน์ ดูได้ทั้ง 4 รายวิชา - NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ วิดีโอ และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

วงกลม

วงกลม

วงกลม วงกลม ประกอบด้วยจุดศูนย์กลาง (center) เส้นผ่านศูนย์กลาง และรัศมี (radius) สมการรูปแบบมาตรฐานของวงกลม สมการรูปแบบมาตรฐานของวงกลมที่มีจุดศูนย์กลางที่ (h, k) คือ (x-h)² + (y-k)² = r² จากสมการ จะได้ว่า มีจุดศูนย์กลางที่ (h, k) และรัศมี r จะเห็นว่าถ้าเรารู้สมการมาตรฐานเราจะรู้รัศมี

ป6การใช้ love, like, enjoy, hate ในการเเต่งประโยค

การใช้ love, like, enjoy, hate ในการเเต่งประโยค

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นป.6 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง การใช้  love, like, enjoy, hate ในการเเต่งประโยค หากพร้อมแล้วก็ไปลุยกันโลดเด้อ Let’s go!   โครงสร้าง: In my free time/ In my spare time,…     In my

การหารเศษส่วนและจำนวนคละ

เทคนิคการหารเศษส่วนและจำนวนคละ

บทความที่แล้วเราได้พูดถึงหลักการคูณเศษส่วนและจำนวนคละไปแล้ว บทความนี้จะเป็นเรื่องต่อยอดจากการคูณก็คือเรื่องการหารเศษส่วนและจำนวนคละ ถ้าใครอ่านบทความการคูณเศษส่วนและจำนวนคละเข้าใจแล้วรับรองว่าเรื่องนี้จะยิ่งง่ายมากกว่าเดิมแน่นอน เพราะต้องใช้เรื่องการคูณเศษส่วนและจำนวนคละในการคำนวณหาคำตอบเช่นกัน สิ่งที่บทความนี้จะมอบให้กับน้อง ๆก็คือขั้นตอนการแสดงวิธีทำที่เห็นภาพและเข้าใจง่ายเหมือนกันบทความที่แล้วมา

การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร

การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร

การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร บทความนี้ได้รวบรวมความรู้เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร น้องๆจะต้องวิเคราะห์โจทย์ปัญหา แปลงโจทย์ปัญหาให้เป็นสมการ 2 สมการขึ้นไป และแก้สมการเพื่อหาคำตอบ ซึ่งก่อนที่จะเรียนเรื่องนี้ น้องๆสามารถศึกษาเรื่อง การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร เพิ่มเติมได้ที่  ⇒⇒ การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร ⇐⇐ ตัวอย่างที่ 1 ในเข่งหนึ่งมีจำนวนมะม่วงและจำนวนมังคุดรวมกันอยู่ 68 ผล ถ้าจำนวนมะม่วงน้อยกว่าจำนวนมังคุดอยู่ 18 ผล    เข่งใบนี้มีมะม่วงและมังคุดอย่างละกี่ผล โจทย์กำหนดข้อมูลหรือความสัมพันธ์ใดมาให้บ้าง (โจทย์กำหนดข้อมูลมาให้ 2

กาพย์พระไชยสุริยา ศึกษาตัวบทที่น่าสนใจและคุณค่าที่อยู่ในเรื่อง

กาพย์พระไชยสุริยา   กาพย์พระไชยสุริยาเป็นวรรณคดีที่ทรงคุณค่า เป็นแบบเรียนภาษาไทยที่มีมาแต่โบราณ นอกจากนี้ยังสอนเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมาก หลังจากที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ลักษณะคำประพันธ์และเนื้อเรื่องกันไปแล้ว เรื่องต่อไปที่น้อง ๆ จะได้เรียนรู้ก็คือตัวบทเด่น ๆ ที่น่าสนใจในเรื่องกาพย์พระไชยสุริยาค่ะ เรามาดูกันดีกว่านะคะว่าในกาพย์พระไชยสุริยาจะมีตัวบทไหนเด่น ๆ และมีคุณค่าอย่างไรบ้าง   ตัวบทที่น่าสนใจในกาพย์พระไชยสุริยา   ลักษณะคำประพันธ์ : กาพย์สุรางคนางค์ 28  

ระบบสมการเชิงเส้น

ระบบสมการเชิงเส้น

ระบบสมการเชิงเส้น ระบบสมการเชิงเส้น คือระบบสมการที่มีดีกรีเป็นหนึ่ง ซึ่งก็คือเลขชี้กำลังของตัวแปรเป็นหนึ่งนั่นเอง ซึ่งในตอนมัธยมต้นน้องๆได้เรียนระบบสมการเชิงเส้น 2 ตัวแปรไปแล้ว ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร เช่น แล้วเราก็แก้สมการหาค่า x, y  (ซึ่งอาจจะมีคำตอบหรือไม่มีก็ได้) แต่ในบทความนี้น้องๆจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบสมการเชิงเส้น n ตัวแปร นั่นก็คือน้องๆจะต้องหาคำตอบของตัวแปร n ตัวตัว ซึ่งการหาคำตอบนั้นมีหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการใช้เมทริกซ์ (ซึ่งน้องๆจะได้เรียนในบทความถัดๆไป) หรือการแก้สมการธรรมดาและในข้อสอบส่วนใหญ่จะเน้นให้น้องๆหาคำตอบในระบบสมการเชิงเส้นที่ไม่เกิน 3 ตัวแปร เพราะถ้าเกินกว่านั้นอาจจะใช้เวลาในการหาคำตอบมาก