Imperative for Advice: การให้คำแนะนำ

สวัสดีน้องๆ ป. 6 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนเรื่องง่ายๆ อย่าง Imperative for Advice กัน จะง่ายขนาดไหนเราลองไปดูกันเลยครับ
Share on twitter
Share on facebook
Imperative for Advice

สารบัญ

Imperative for Advice

ประโยคสำหรับให้คำแนะนำแบบ Imperative นั้น เป็นประโยคที่เราจะนำกริยารูป Infinitive หรือที่น้องๆ อาจจะรู้จักในชื่อ “กริยาที่ไม่เติมอะไรเลย” มาขึ้นต้นประโยค จากนั้นตามด้วยส่วนที่เหลือของประโยค เราลองมาดูโครงสร้างและตัวอย่างกันดีกว่าครับ

 

โครงสร้าง

Full sentence: You should take some exercise.
(คุณควรออกกำลังกายบ้าง)

ประโยคข้างบนคือรูปประโยคที่สมบูรณ์ แต่ใน Imperative Sentence เราจะตัด You should ออก โดยเราจะ Assume ว่าทุกประโยคจะมี You should แฝงอยู่แล้วด้านหน้า

Take some exercise.
(ออกกำลังกายบ้าง)

ประโยคที่เป็นการให้คำแนะนำแบบสั้นๆ นั้นจึงเป็นประโยคที่มีกริยาช่องที่ 1 มาไว้ข้างหน้า โดยที่มีสมมติในใจว่ามี You should (คุณควร…) อยู่ก่อนแล้วนั่นเอง

 

ตัวอย่าง

Stop drinking too much Cola.
(หยุดดื่มโคล่ามากเกินไป)

Go to bed earlier.
(นอนให้เร็วกว่านี้)

Take some medicine.
(กินยาบ้าง)

หรือหากต้องการพูดในเชิงการห้าม ให้น้องๆ ใช้คำว่า Do not หรือ Don’t ตามด้วยกริยาเช่น

 

Do not smoke.
(อย่าสูบหรี่)

Don’t skip the class.
(อย่าโดดเรียน)

Don’t eat too much junk food.
(อย่ากินอาหารขยะมากเกินไป)

Imperative for Advice

 

นี่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Imperative of Advice ง่ายๆ ที่น้องๆ สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน หากน้องๆ คนไหนอยากศึกษาหรือดูวิดีโอเพิ่มเติมจากช่อง Nock Academy เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็สามารถคลิกดูด้านล่างนี้ได้เลยครับ

+2
NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ วิดีโอ และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

Share on twitter
Share on facebook

การวัดพื้นที่ ม.2

ในบทความนี้เราจะได้เรียนรู้มาตราต่างๆของหน่วยในระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย รวมทั้งสูตรต่างๆที่ใช้ในการหาพื้นที่ เพื่อให้เราได้นำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง

โจทย์ปัญหาสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

โจทย์ปัญหาสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

ขั้นตอนของการแก้โจทย์ปัญหา บทความนี้จะทำให้น้องๆ มีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง โจทย์ปัญหาสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ซึ่งได้รวบรวมตัวอย่างไว้อย่างหลากหลาย แต่ก่อนที่น้องๆจะเรียนเรื่องนี้อย่าลืมทบทวน การแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว กันก่อนนะคะ ถ้าน้องๆพร้อมแล้วเรามาศึกษาขั้นตอนของการแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการ ดังนี้               ขั้นที่ 1 วิเคราะห์โจทย์ว่ากำหนดอะไรให้บ้าง และให้หาอะไร               ขั้นที่ 2 กำหนดตัวแปรแทนสิ่งที่โจทย์ให้หาหรือแทนสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่โจทย์ให้หา               ขั้นที่ 3 เขียนสมการตามเงื่อนไขของโจทย์               ขั้นที่

ม3 เน้นรูปอดีตโดยใช้ Did_ Was_Were_

Short question เน้นรูปอดีตโดยใช้ Did, Was, Were

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.3 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง “Short question เน้นรูปอดีตโดยใช้ Did, Was, Were” ไปลุยกันโลดเด้อ   ทำไมต้องเรียนเรื่อง Did, Was, Were Did, Was, Were ใช้ถามคำถามใน Past Simple Tense กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีต หรือ ถามเพื่อให้แน่ใจว่าได้ทำสิ่งนั้นๆไปแล้ว

โดเมนของความสัมพันธ์

โดเมนของความสัมพันธ์ โดเมนของความสัมพันธ์ r คือ สมาชิกตัวหน้าของคู่อันดับในความสัมพันธ์ r เขียนแทนด้วย กรณีที่ r เขียนแบบแจกแจงสมาชิก เราสามารถหาโดเมนได้เลยโดย คือสมาชิกตัวหน้า เช่น = {(2, 2), (3, 4), (8, 9)} จะได้ว่า  = {2, 3, 8}

ฟรี! ดูวิดีโอบทเรียนสั้นๆ แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้