Verb to be ใน Present Simple Tense

สวัสดีน้องๆ ป. 5 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่อง Simple Simple อย่าง Verb to be ใน Present Simple Tense กันครับ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย
verb to be

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

Verb to be ใน Present Simple Tense

สำหรับ Verb to be ใน Present Simple Tense นั้นมีทั้งหมด 3 ตัวด้วยกันนั่นก็คือ is, am, และ are ซึ่งการที่จะเลือกให้ตัวไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่า ประธาน (Subject) ของประโยคคืออะไรนั่นเองครับ โดยพี่ได้ทำตารางแจกแจงการใช้มาให้น้องๆ ดังนี้

 

Subject

Verb to be

I

am

You

We

They

 

 

are

ชื่อคน 2 คนหรือมากกว่า

สิ่งของ 2 สิ่งหรือมากกว่า

He

She

It

 

 

Is

ชื่อคน 1 คน

สิ่งของ 1 สิ่ง

 

ความหมายและการใช้ในประโยคบอกเล่า

โดยปกติแล้ว Verb to be จะมีความหมายว่า เป็น/อยู่/คือ ใช้ในการให้ข้อมูลต่างๆ ของประธาน เช่น บอกลักษณะ อาชีพ อายุ สุขภาพ และข้อมูลต่างๆ อีกมากมาย โดยมีโครงสร้างดังต่อไปนี้

verb to be

ตัวอย่างการใช้

I am a teacher.
ผมเป็นคุณครู

They are twins
พวกเขาเป็นฝาแฝด

Somsri is beautiful.
สมศรีสวย

example

 

การใช้ในประโยคปฏิเสธ

ในประโยคปฏิเสธเราสามารถนำ “not” เติมด้านหลัง V. to be ทันที เพื่อทำให้เป็นประโยคปฏิเสธ ตามโครงสร้างนี้

negative

ตัวอย่างการใช้

Poppy and Kelly are not friends.
ป๊อปปี้และเคลลี่ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน

 He is not famous.
เขาไม่ได้มีชื่อเสียง

We are not from USA.
พวกเราไม่ได้เป็นคนอเมริกา

example 2

 

การใช้ในประโยคคำถาม

ในประโยคคำถามให้เรานำ V. to be มาวางไว้ด้านหน้าประโยค และปิดท้ายด้วยเครื่องหมายคำถาม ตามโครงสร้างนี้

interrogative

ตัวอย่างการใช้

Is it your dog?
มันคือสุนัขของคุณหรือเปล่า?
(Yes, it is. หรือ No, it is not.)

Are you sick?
คุณป่วยหรือเปล่า?
(Yes, I am. หรือ No, I am not)

Is Susan a singer?
ซูซานเป็นนักร้องใช่ไหม?
(Yes, she is. หรือ No, she is not.)

example 3

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับน้องๆ เรื่อง Verb to be ใน Present Simple Tense นั้นง่าย มากๆ เลยใช่ไหมครับ? หรือถ้าน้องๆ ยังมีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจตรงไหนสามารถดูวิดีโอจากช่อง Nock Academy เพิ่มเติมได้ด้านล่างนี้เลยครับ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

เลขยกกำลัง

เลขยกกำลัง ที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ

เลขยกกำลัง ที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ เลขยกกำลัง ที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะมีความเกี่ยวข้องกับกรณฑ์ในบทความ จำนวนจริงในรูปกรณฑ์ จากที่เรารู้ว่า จำนวนตรรกยะคือจำนวนที่สามารถเขียนอยู่ในรูปเศษส่วนของจำนวนเต็มได้ เช่น , , , 2 , 3 เป็นต้น ดังนั้นเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ ก็คือจำนวนจริงใดๆยกกำลังด้วยจำนวนที่สามารถเขียนในรูปเศษส่วนของจำนวนเต็ม เช่น , เป็นต้น โดยนิยามของเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ คือ เมื่อ k และ

ศึกษาตัวบทในเสภาขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา

เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นวรรณคดีที่มีเค้าจากเรื่องจริงในสมัยอยุธยา จากนิทานชาวบ้านสู่วรรณคดีราชสำนักตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ในตอน ขุนข้างถวายฎีกา เป็นหนึ่งในตอนที่ได้รับการยกย่องว่าแต่งได้ดีที่สุด จากที่เราได้เรียนรู้ที่มาและเรื่องย่อกันไปแล้ว บทเรียนในนี้เราจะพาน้อง ๆ ไปศึกษาตัวบทเด่น ๆ ที่อยู่ในเรื่องนี้เพื่อถอดความกันค่ะ รวมไปถึงคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในเรื่อง ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้พร้อมกันเลยค่ะ   ตัวบทเด่น ๆ ที่น่าสนใจ   ตัวบทที่ 1     ถอดความ มาจากตอนที่จมื่นไวยบุกมาหานางวันทองผู้เป็นแม่ที่เรือนขุนช้างแล้วพยายามจะพานางกลับไปอยู่ด้วยกัน

โดเมนของความสัมพันธ์

โดเมนของความสัมพันธ์ โดเมนของความสัมพันธ์ r คือ สมาชิกตัวหน้าของคู่อันดับในความสัมพันธ์ r เขียนแทนด้วย กรณีที่ r เขียนแบบแจกแจงสมาชิก เราสามารถหาโดเมนได้เลยโดย คือสมาชิกตัวหน้า เช่น = {(2, 2), (3, 4), (8, 9)} จะได้ว่า  = {2, 3, 8}

ฟังก์ชันผกผัน

ฟังก์ชันผกผัน ฟังก์ชันผกผัน หรืออินเวอร์สฟังก์ชัน เขียนแทนด้วย เมื่อ เป็นฟังก์ชัน จากที่เรารู้กันว่า ฟังก์ชันนั้นเป็นความสัมพันธ์ ดังนั้นฟังก์ชันก็สามารถหาตัวผกผันได้เช่นกัน แต่ตัวผกผันนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นฟังก์ชันเสมอไป เพราะอะไรถึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นฟังก์ชัน เราลองมาดูตัวอย่างกันค่ะ ให้ f = {(1, 2), (3, 2), (4, 5),(6, 5)}  จะเห็นว่า f เป็นฟังก์ชัน

conjunctions

เรียนรู้การใช้คำสันธาน (Conjunctions) ในภาษาอังกฤษ

สวัสดีน้องๆ ม. 3 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Conjuctions หรือคำสันธานในภาษาอังกฤษ พร้อมวิธีการใช้คำสันธานในประโยคแบบเข้าใจง่ายๆ กันครับ

จำนวนอตรรกยะ

จำนวนอตรรกยะ

ในบทความนี้เราจะได้รู้จักความหมายของจำนวนอตรรกยะ และหลักการของจำนวนอตรรกยะกับการนำไปประยุกต์

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1