การใช้ Future Simple กับการตั้งคำถามด้วย Wh-Questions

NokAcademy_ม2 การใช้ Future Simple กับการตั้งคำถามด้วย Wh-Questions

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.2 ทุกคน วันนี้ครูจะพาไปตะลุย “การใช้  Future Simple กับการตั้งคำถามด้วย Wh-Questions”
หากพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจร้า

Future Simple Tense

 

NokAcademy_ม2การใช้สำนวนภาษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวWh+Present+Future (9)

 

Future Simple Tense หรือ ประโยคอนาคตกาล เอาไว้พูดถึงเรื่องราวในอนาคต เช่น สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น สิ่งที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่จะทำ เป็นต้น

  • โครงสร้างประโยคบอกเล่า: Subject + will + V. infinitive +…

I will take you to the street market.
แปล ฉันจะพาคุณไปตลาดถนนคนเดิน


Jacky and his son will pick you up soon.
แปล แจ็กกี้กับลูกชายของเขาจะมารับคุณในเร็วๆนี้

***จากตัวอย่างข้างต้น พวกเราจะสังเกตเห็นว่า Verb หรือ กริยาใน Future Simple จะมีคำว่า will และ verb infinitive ตามหลัง

 

  •  โครงสร้างประโยคปฏิเสธ:  Subject + will + not +… เราสามารถเติมคำว่า not หลัง will ได้เลย
    ตัวอย่างประโยค:


The Covid-19 will not be gone.
แปล เชื้อโควิด 19 จะไม่ไปไหน

 

 

คำบอกเวลาใน Future Simple Tense:

Soon เร็วๆนี้ , tomorrow พรุ่งนี้ , next week สัปดาห์หน้า, next month เดือนหน้า,
next year ปีหน้า, in 2029 ในปี ค.ศ. 2029, next life ชาติหน้า

  • โครงสร้างประโยคคำถามของ Future Simple Tense: Will Subject+ Verb infinitive…?

ในการทำประโยคคำถาม พวกเราจะต้องสลับตำแหน่งของประธานกับกริยาช่วย will เช่น

Will you come to school next week?
แปล คุณจะมาโรงเรียนมั้ยอาทิตย์หน้า
*** เราจะได้เรียนรู้การใช้  Wh-Questions กับโครงสร้าง Future Simple Tense ด้านล่างนะคะ

Wh-Questions คืออะไร

 

NokAcademy_ม2 การใช้ Future Simple กับการตั้งคำถามด้วย Wh-Questions (2)

 

 เมื่อต้องถามคำถามอะไรก็ตามที่ไม่ต้องการคำตอบ Yes หรือ No แบบตรงประเด็น เราจะเรียกคำถามประเภทนี้ว่า Question  word หรืออีกชื่อในวงการคือ Wh-Questions ซึ่งได้แก่คำถามที่มักจะขึ้นต้นด้วย Wh- เช่น What, When, Where , Why, Whose, Which, Whom, Who

เป็นกลุ่มคำถามที่ต้องการ คำตอบ เจาะจงอธิบาย ขยายความ 

 

ประเภทของ Wh-Questions 

 

NokAcademy_ม2 การใช้ Future Simple กับการตั้งคำถามด้วย Wh-Questions (3)

ครูขอยกตัวอย่าง การใช้ Wh-Questions กับคำถามใน Future Simple Tense เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพการนำประโยคเหล่านี้ไปใช้ได้ชัดเจนมากขึ้น เมื่อจะต้องนำไปใช้ในสถานการณ์จริงกันนะคะ ดังตัวอย่างประโยคด้านล่าง

 

When = เมื่อไร

เมื่อใช้ขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามเกี่ยวกับเวลา เช่น

 

  • When will you travel again?
    = คุณจะไปเที่ยวอีกครั้งเมื่อไหร่
    ตอบ: I will travel again after Covid-19 pandemic.
    แปล ฉันจะไปเที่ยวอีกครั้งหลังการระบาดของเชื้อ โควิด19

 

What = อะไร

ใช้ขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามใช้ถามเกี่ยวกับสิ่งของ ชื่อ วันที่ เวลา สิ่งที่รักที่ชอบ ใช้ถามได้ทั้ง อดีต ปัจจุบัน และอนาคตจร้า
มีตัวอย่างดังนี้ค่า

 

  • What season will you be likely to travel to the most?
    = คุณชอบไปเที่ยวในฤดูไหนมากที่สุด
    ตอบ: I will be likely to travel during Summer the most.
    แปล: ฉันน่าจะชอบไปเที่ยวช่วงซัมเมอร์ที่สุดแล้ว (เป็นการณ์คาดการณ์)

 

 

 Where = ที่ไหน

ใช้ขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามใช้ถามเกี่ยวกับสถานที่ เช่น

 

  • Where will you go on travelling next year?
    ปีหน้าจะไปเที่ยวที่ไหน
    ตอบ: I will travel to Korea next year.
    แปล ฉันจะไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีในปีหน้า

 

Why = ทำไม

ใช้เมื่อขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามใช้ถามเกี่ยวกับเหตุผล เช่น

 

  • Why will he visit England soon?
    = ทำไมเขา (ผู้ชาย)จะไปประเทศอังกฤษในเร็วๆนี้
    ตอบ: It is because he misses his mother who stays in England so much.
    แปล มันเป็นเพราะว่าเขาคิดถึงแม่ที่อาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษมาก

 

Who = ใคร

ใช้เมื่อขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามใช้ถามเกี่ยวกับบุคคล (ส่วนมากจะตอบเป็นชื่อบุคคล) เช่น

 

  • Who will you go on vacation with tomorrow?
    แปลว่า คุณจะไปเที่ยวพักผ่อนกับใครในวันพรุ่งนี้
    ตอบ: Jenny will go on vacation with me tomorrow.
    แปลว่า เจนนี่จะไปพักผ่อนวันหยุดกับฉันในวันพรุ่งนี้

 

Whose = ของใคร

ใช้ขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามใช้ถามเกี่ยวกับการแสดงความเป็นเจ้าของ  เช่น

 

  • Whose car will you get into while travelling?
    แปลว่า คุณจะขึ้นรถใครเมื่อไปเที่ยว
    ตอบ: I will get into Michel’s car for sure!
    แปลว่า ฉันจะขึ้นรถของไมเคิลแน่นอน

 

Whom = ใคร (ใช้เป็นกรรม)

ใช้ขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามใช้ถามเกี่ยวกับบุคคล  เช่น

 

  • Whom will Lisa travel with?
    แปลว่า ใครกันนะจะได้ไปเที่ยวกับลิซ่า (ใครจะเป็นผู้โชคดีคนนั้นกันน๊า)
    ตอบ: Danniel will travel with Lisa.
    แปล แดเนียลจะไปเที่ยวกับลิซ่า

 

Which = อันไหน/สิ่งไหน

ใช้ขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามเพื่อให้เลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือ ทำว่าสิ่งไหน อันไหน ดังประโยคด้านล่างนะคะ

 

  • Which vehicle will you choose for a transportation?
    แปล คุณจะเลือกยานพาหนะชนิดไหนสำหรับการเดินทาง
    ตอบ: I will choose  an electric car because it’s good for the environment.
    แปล ฉันเลือกรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพราะว่ามันดีต่อสิ่งแวดล้อม

 

How = อย่างไร/เท่าไร

ตัวอย่างเช่น

 

  • How will you fly to the USA?
    แปลว่า คุณจะบินไปอเมริกายังไง
    ตอบ: I will fly to the USA with Qatar Airways.
    แปล ฉันจะบินไปอเมริกากับสายการบินกาตาร์

*****เพิ่มเติม: How ไม่ใช่ Wh-questions แต่ว่า มักเจอบ่อยในบทสนทนา 

 

การใช้ Will ในประโยคคำถาม

 

NokAcademy_ม2การใช้สำนวนภาษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวWh+Present+Future (6)

 

ตามโครงสร้าง:

Wh-questions + will + subject+ verb 1+ …?

 

ประโยคคำถาม

Pinky:

Where

will

(จะ)

I
you
we
they
he
she
it
go (ไป) ?
ประโยคคำตอบ

Danny:
I (ฉัน)
We (พวกเรา)
You (คุณ)
They (พวกเขา)
He (เขาผู้ชาย)
She (หล่อน)
It (มัน)

will
(จะ)
 go to Japan next year.
ไป ญี่ปุ่น ปีหน้าคำอื่นๆที่ใช้บอกอนาคต เช่น
next hour  ชั่วโมงถัดไป
next month  เดือนถัดไปin the future ในอนาคต
coming days วันที่จะมาถึง
in 2029 ปี ค.ศ. 2029

 

สรุปหลักการใช้ Wh-Questions บอกอนาคต

 

  • Future Simple Tense จะใช้เพื่อถามถึงสถานการณ์ หรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อการคาดเดา หรือ การให้คำมั่นสัญญา และการให้ข้อเสนอแนะต่างๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะขอให้สนุกกับการอ่านบทเรียนนี้กันนะคะ นักเรียนที่รักทุกคน
****อย่าลืมทบทวนบทเรียนนี้ได้ที่วีดีโอด้านล่างเพิ่มเติมนะคะ เพื่อจะได้เข้าใจภาษาอังกฤษ ฝึกออกเสียงตามครูกรีซแบบปังๆ จร้า  เลิฟๆ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

ที่มาและเรื่องย่อของ มหาชาติชาดก กัณฑ์มัทรี

มหาชาติชาดก หรือมหาเวสสันดรชาดก เป็นชาดกที่ได้ชื่อว่าเป็น มหาชาติ เพราะเป็นชาติสุดท้ายก่อนจะมาจุติเป็นพระพุทธเจ้า จากบทเรียนที่เคยเรียนรู้กันตอน ม.4 น้อง ๆ คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่ามหาชาตินี้มีด้วยกันทั้งหมด 13 กัณฑ์ โดยเรื่องที่เราจะได้เรียนกันเจาะลึกกันไปอีกในวันนี้ คือ กัณฑ์มัทรี นั่นเองค่ะ ถ้าน้อง ๆ อยากรู้แล้วว่าเป็นอย่างไร ก็ไปเรียนรู้พร้อมกันเลยค่ะ   ความเป็นมา     มหาชาติชาดกเป็นเรื่องราวในอดีตกาลของพระพุทธเจ้าที่เล่าให้กับเหล่าประยูรญาติฟังเมื่อครั้งเสด็จกลับเมืองและได้แสดงอภินิหาร

บวก ลบ ทศนิยมอย่างไรให้ตรงหลัก

การบวกและการลบทศนิยมมีหลักการเดียวกันกับการบวกและการลบจำนวนนับคือ ต้องบวกและลบให้ตรงหลัก ดังนั้นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือต้องเขียนตำแหน่งของตัวเลขให้ตรงหลักไม่ว่าจะเป็นหน้าจุดทศนิยมและหลัดจุดทศนิยม บทความมนี้จะมาบอกหลักการตั้งบวกและตั้งลบให้ถูกวิธี และยกตัวอย่างการบวกการลบทศนิยมที่ทำให้น้อง ๆเห็นภาพและเข้าใจได้อย่างดี

ม.1 There is_There are ทั้งประโยคบอกเล่า_ คำถาม_ปฏิเสธ

การใช้ There is/There are ทั้งประโยคบอกเล่า/คำถาม/ปฏิเสธ

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้น ม.1 ที่รักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้ “การใช้ There is/There are ทั้งประโยคบอกเล่า/คำถาม/ปฏิเสธ” กันจ้า ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยเด้อ ตารางแสดงความแตกต่างของ  There is/There are และ  Have/Has นักเรียนลองสังเกตดูความแตกต่างของการใช้ There is/There are กับ Have/has จากตารางด้านล่าง ดูนะคะ

บวกเศษส่วนและจำนวนคละให้ถูกต้องตามหลักการ

การบวกคือพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ต้องเจอมาตั้งแต่ระดับอนุบาล แต่นั่นคือการบวกจำนวนเต็มโดยหลักการคือการนับรวมกัน แต่การบวกเศษส่วนและจำนวนคละนั้นเราไม่สามารถนับได้เพราะเศษส่วนไม่ใช่จำนวนนับ บทความนี้จึงจะพาน้อง ๆมาทำความเข้าใจกับหลักการบวกเศษส่วนและจำนวนคละ อ่านบทความนี้จบรับรองว่าน้อง ๆจะเข้าใจและสามารถบวกเศษส่วนจำนวนคละได้เหมือนกับที่เราสามารถหาคำตอบของ 1+1 ได้เลยทีเดียว

วิธีพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดูอย่างง่ายๆ

การพูดสรุปความสำคัญอย่างไร ? น้อง ๆ หลายคนคงจะเคยประสบปัญหาเวลาที่ต้องออกไปนำเสนองานหน้าชั้นเรียนแล้วไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรให้เพื่อนกับครูเข้าใจ เพราะเนื้อหาที่เราจำมามันก็เยอะเสียเหลือเกิน บทเรียนภาษาไทยวันนี้จะช่วยให้น้อง ๆ รับมือกับปัญหาเหล่านั้นได้ เพียงแค่น้อง ๆ มีความเข้าใจในเรื่องการพูดสรุปความ วันนี้เรามาดูไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะว่าการพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังหรือดูจะมีวิธีใดบ้าง   การพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดู   การพูดคืออะไร   องค์ประกอบของการพูด   ผู้พูด คือผู้ที่มีจุดมุ่งหมายสำคัญที่จะนำเสนอความรู้ความคิดเห็นให้ผู้ฟังได้รับรู้และเข้าใจ เนื้อเรื่อง

หลักการของอัตราส่วนที่เท่ากัน

หลักการของอัตราส่วนที่เท่ากัน

ในบทความนี้เราจะได้เรียนรู้วิธีการในการหาค่าตัวแปรในการใช้สัดส่วน สามารถมารถนำไปประยุกต์ใช้กับการแก้โจทย์ปัญหาในชีวิตจริงได้ พิจารณาสิ่งที่ต้องการแสดงการเปรียบเทียบโดยการเขียนเป็นอัตราส่วนสองอัตราส่วนอย่างเป็นลำดับและหาค่าของตัวแปรได้

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1