การใช้ V. to be + ร่วมกับ Who/ What/Where…

NokAcademy_ม2 การใช้ Yes_No Questions  และ Wh-Questions

สารบัญ

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.2 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง
การใช้ Wh-questions ร่วมกับการใช้ V. to be” ไปลุยกันเลยจร้า

Sit back, relax, and enjoy the lesson!
—นั่งพิงหลังชิวๆ ทำใจสบายๆ แล้วไปสนุกกับบทเรียนกันจร้า—

Getting stared with ” Question Words + Verb to be”

 

เริ่มกันกับประโยคคำถามที่ใช้ร่วมกับ Verb to be: is, am, are, was, were

NokAcademy_ม2 การใช้ Yes_No Questions  และ Wh-Questions (2)

 

กริยาช่วยกลุ่มนี้ที่สามารถขึ้นต้นประโยคคำถามได้ ดังตัวอย่างโครงสร้างและประโยคด้านล่าง

โครงสร้างประโยคคำถามที่เราต้องรู้ คือ

Verb to be + Subject + Object/ Complement….?

 

ตัวอย่างประโยค

ประโยคบอกเล่า: Emily is going to the zoo.
แปล เอมมิลี่กำลังจะไปสวนสัตว์
ประโยคคำถาม: Is Emily going to the zoo?
แปลว่า เอมมิลี่จะไปสวนสัตว์มั้ย
อธิบายเพิ่มเติม: เอมมิลี่เป็นประธาน, is เป็น V. to be, going มาจาก go + .ing แปลว่า กำลังไป

 ทบทวน:  Helping verb หรือ Auxiliary verb กริยาช่วย หรือ ภาษาทางการเรียกว่า กริยานุเคราะห์  คือกริยาที่วางอยู่หน้ากริยาหลัก (Main verb) ในประโยค  ทำหน้าที่ช่วยกริยาอื่นให้มีความหมายตาม Tenses กาลเวลา (Present, Past, Future) เพื่อให้ประโยคมีความหมายสมบูรณ์ขึ้น

 

ทบทวน Wh-Questions 

 

NokAcademy_ม2 การใช้ Yes_No Questions  และ Wh-Questions (3)

 

 เมื่อต้องถามคำถามอะไรก็ตามที่ไม่ต้องการคำตอบ Yes หรือ No แบบตรงประเด็น เราจะเรียกคำถามประเภทนี้ว่า Question  words หรืออีกชื่อในวงการคือ Wh-Questions ซึ่งได้แก่คำถามที่มักจะขึ้นต้นด้วย Wh- เช่น What, When, Where , Why, Whose, Which, Whom, Who

***เป็นกลุ่มคำถามที่ต้องการ คำตอบ เจาะจงอธิบาย ขยายความ 

 

ประเภทของ Wh-Questions + Verb to be

 

NokAcademy_ม2 การใช้ Yes_No Questions  และ Wh-Questions (4)

ครูขอยกตัวอย่าง การใช้ Wh-Questions ร่วมกับ กริยา Verb to be เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพและความแตกต่าง ของการถามคำถามตระกูล “Wh-Questions” เมื่อจะต้องนำไปใช้ในบริบทที่แตกต่างกันนะคะ  ดังตัวอย่างด้านล่างเลยจร้า

 

When = เมื่อไร

เมื่อใช้ขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามเกี่ยวกับเวลา เช่น

  • When was your first time travelling outside of the country?
    = คุณไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกตอนไหน

 

What = อะไร

ใช้ขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามใช้ถามเกี่ยวกับสิ่งของ ชื่อ วันที่ เวลา สิ่งที่รักที่ชอบ ใช้ถามได้ทั้ง อดีต ปัจจุบัน และอนาคต จร้า
มีตัวอย่างดังนี้ค่า

  • What was your favourite travel destination in the past?
    แปล สถานที่ท่องเที่ยวที่คุณชอบไปคือที่ไหน (ถามในอดีต)
  • What is your favourite travel destination ?
    แปล สถานที่ท่องเที่ยวที่คุณชอบไปคือที่ไหน (ถามข้อมูลทั่วๆไป)

 

 

 Where = ที่ไหน

ใช้ขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามใช้ถามเกี่ยวกับสถานที่ เช่น

  • Where was he on vacation last year?
    แปล เขาไปเที่ยวพักผ่อนวันหยุดที่ไหนเมื่อปีที่แล้ว (ถามในอดีต)

 

Why = ทำไม

ใช้เมื่อขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามใช้ถามเกี่ยวกับเหตุผล เช่น

  • Why is  she so beautiful today?
    แปล วันนี้ทำไมหล่อนสวยจัง

 

Who = ใคร

ใช้เมื่อขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามใช้ถามเกี่ยวกับบุคคล (ส่วนมากจะตอบเป็นชื่อบุคคล) เช่น

  • Who is going to be the lucky guy to marry her?
    แปล ใครกันนะจะเป็นคนโชคดีคนนั้นที่ได้แต่งงานกับเธอ

 

Whose = ของใคร

ใช้ขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามใช้ถามเกี่ยวกับการแสดงความเป็นเจ้าของ  เช่น

  • Whose house is to host the party tonight?
    แปล บ้านใครกันนะจะเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงคืนนี้

 

Whom = ใคร (ใช้เป็นกรรม)

ใช้ขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามใช้ถามเกี่ยวกับบุคคล  เช่น

  • Whom is your adoptive father ?
    แปล ใครกันนะคือพ่อเลี้ยงของเธอ

 

Which = อันไหน/สิ่งไหน

ใช้ขึ้นต้นคำถามที่ต้องการถามเพื่อให้เลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือ ทำว่าสิ่งไหน อันไหน ดังประโยคด้านล่างนะคะ

  • Which summer is your best experience?
    แปล ซัมเมอร์ไหนที่คุณรู้สึกมีความสุขที่สุด (ประสบการณ์ที่ดีมาก)

 

How = อย่างไร/เท่าไร

ตัวอย่างเช่น

  • How long are we going to drive to Florida?
    แปลว่า เราจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่เพื่อขับรถไปฟลอริดา

*****เพิ่มเติม: How ไม่ใช่ Wh-questions แต่ว่า มักเจอบ่อยในบทสนทนา  

 

สรุปโครงสร้างของ Wh-Questions ของ V. to be ในอดีต

 

 การใช้ Question word ในการถามและตอบคำถามเมื่อกริยาในประโยคเป็น be ( verb to be ) ทำได้ตามโครงสร้างดังนี้ค่ะ

NokAcademy_ม2 การใช้ Yes_No Questions  และ Wh-Questions (5)

” Wh+ was+ subject (singular)+ ……………. ? ——กรณีประธานเอกพจน์
” Wh+ were+ subject (plural)+ ……………. ?” ——กรณีประธานพหูพจน์

 

ตัวอย่าง (Examples) ดังในตารางแสดงการถามเหตุการณ์ในอดีต

 

ประโยคคำถาม

Liza:
Where (ที่ไหน)

was he
she
it
I
last week?
(สัปดาห์ที่แล้ว)
were you
we
they
ประโยคคำตอบ

Jenny:
He (เขาผู้ชาย)
She (เขาผู้หญิง)
It (มัน)
I (ฉัน)

was at the concert
(ที่คอนเสิร์ต)
yesterday.
(เมื่อวานนี้)
You (เขา)
We (พวกเรา)
They (พวกเขา)
were

 

 ถามมา-ตอบไป

กับโครงสร้าง: “Wh-Questions + is, am, are,was, were…? “

NokAcademy_ม2 การใช้ Yes_No Questions  และ Wh-Questions (6)

ประโยคคำถาม ประโยคคำตอบ
Where were they three years ago?
เมื่อสามปีที่แล้วพวกเขาอยู่ที่ไหน
They were in the USA.
พวกเขาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
What is your elementary school?
ตอนประถมคุณเรียนที่ไหน
My elementary school is NokAcademy school.
ตอนประถมผมเรียนที่ โรงเรียนนกอะคาเดมี
When was he a student at NokAcademy school?
เขาเป็นนักเรียนที่โรงเรียนนกอะคาเดมีเมื่อไหร่
He was a student at NokAcademy school two
years ago.
เขาเป็นนักเรียนที่โรงเรียนนกอะคาเดมีเมื่อสองปีที่แล้ว
Why am I the only student here?
ทำไมฉันเป็นนักเรียนคนเดียวที่นี่
Because you are smart and diligent.
เพราะว่าเธอฉลาดและขยันน่ะสิ
Why are we going to the school again?
ทำไมเราถึงต้องไปโรงเรียนอีกรอบกันนะ
Because we are going to study there all day.
เพราะว่าเราต้องไปเรียนที่นั่นอีกทั้งวัน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ อย่าลืมทบทวนบทเรียนปังๆ ได้ที่ด้านล่างนี้นะคะ Click “play” and enjoy the lesson guys! Take care! ไปเรียนให้สนุกและได้ความรู้กันจร้า คลิกที่ปุ่มเพลย์เลยน๊า ดูแลสุขภาพด้วยเด้อ เลิฟๆ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย
เรียนพิเศษออนไลน์ ดูได้ทั้ง 4 รายวิชา - NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ วิดีโอ และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

M3 Past Passive

Past Passive คืออะไร

Hi guys! สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.3 ทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง Past Passive กันค่ะ ก่อนอื่นจะต้องไปรู้ความหมายกันก่อนน๊าว่ามันคืออะไร พร้อมแล้วก็ไปลุยกันโลด   Past Passive คืออะไร   Past หมายถึง อดีต ส่วน Passive มาจากโครงสร้างของ Passive voice (ประโยคที่ประธานถูกกระทำ เน้นกรรม) เมื่อนำมารวมกันแล้วPast

ความน่าเชื่อถือของสื่อที่ฟัง

ฟังอย่างไรให้ได้สาระประโยชน์ดี ๆ ด้วยวิธีวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อที่ฟัง

บทนำ สวัสดีน้อง ๆ ทุกคนยินดีต้อนรับเข้าสู่เนื้อหาในบทเรียนภาษาไทยกันอีกครั้ง สำหรับบทเรียนในวันนี้ต้องบอกว่ามีประโยชน์มาก ๆ และเราควรจะต้องศึกษาไว้เพื่อนำไปใช้ในการฟัง หรือคัดกรองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่เรารับฟังมาให้มากขึ้น ซึ่งเราจะพาน้อง ๆ มาฝึกฝนการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อที่ฟังกัน เพราะในปัจจุบันเราสามารถรับสารได้หลากหลายรูปแบบมีทั้งประโยชน์ และโทษ ดังนั้น เราจึงต้องมีทักษะนี้ติดตัวไว้แยกแยะว่าสื่อนั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ถ้าน้อง ๆ พร้อมแล้วเรามาเริ่มเรียนกันเลย   ความหมายของความน่าเชื่อถือ และสื่อ ความน่าเชื่อถือ หมายถึง

การถามทางในภาษาอังกฤษ Asking for Direction in English

สวัสดีค่ะนักเรียนป.6 ที่น่ารักทุกคน เคยมั้ยที่เราเจอฝรั่งถามทางแล้วตอบไม่ได้ ทำได้แค่ชี้ๆ แล้วก็บ๊ายบาย หากทุกคนเคยเจอปัญหานี้ ต้องท่องศัพท์และรู้โครงสร้างประโยคที่สำคัญในการถามทางแล้วล่ะ ไปลุยกันเลย   การถามทางในภาษาอังกฤษ Asking for Direction in English   การถามทิศทางจะต้องมีประโยคเกริ่นก่อนเพื่อให้คนที่เราถาม ตั้งตัวได้ว่า กำลังจะโดนถามอะไร ยังไง ซึ่งเราสามารถถามได้ทั้ง คำถามแบบสุภาพเมื่อพูดกับคนที่เราไม่คุ้นเคย หรือ คำถามทั่วไปเมื่อพูดกับคนใกล้ตัว  

การใช้ Quantity words

การใช้ Quantity words

Hi guys! สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.1 ทุกคนวันนี้เราจะไปเรียนรู้ “การใช้ Quantity words ” ในภาษาอังกฤษกันค่ะ Let’s go! ไปลุยกันโลด Quantity words คืออะไร “Quantity words” คือคำบอกปริมาณนั่นเอง เช่น much, many, few, a few, lots

ฟังก์ชันจากเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่ง

ฟังก์ชันจากเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่ง ฟังก์ชันจากเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่ง เป็นการส่งสมาชิกจากของเซตหนึ่งเรียกเซตนั้นว่าโดเมน ส่งไปให้สมาชิกอีกเซตหนึ่งเซตนั้นเรียกว่าเรนจ์ จากบทความก่อนหน้าเราได้พูดถึงฟังก์ชันและการส่งสมาชิกในเซตไปแล้วบางส่วน ในบทความนี้เราจะได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับฟังก์ชันจากเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่งมากขึ้น จากที่เรารู้ว่าเซตของคู่อันดับเซตหนึ่งจะเป็นฟังก์ชันได้นั้น สมาชิกตัวหน้าต้องไปเหมือนกัน แต่ฟังก์ชันจากเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่งเป็นการกำหนดขอบเขตให้ฟังก์ชันนั้นแคปลงกว่าเดิม เช่น {(1, a), (2, b), (3, a), (4, c)}  จากเซตของคู่อันดับเราสมารถตอบได้เลยว่าเป็นฟังก์ชัน เพราะสมาชิกตัวหน้าไม่เหมือนกัน แต่ฟังก์ชันจากเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่ง คือการที่เรามีเซต 2 เซต แล้วเราส่งสมาชิกในเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่ง

มารยาทในการพูด

มารยาทในการพูดที่ดีมีอะไรบ้างที่เราควรรู้

บทนำ   สวัสดีน้อง ๆ ทุกคน กลับเข้ามาสู่เนื้อหาสาระดี ๆ อีกครั้ง โดยวันนี้จะเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับมารยาทในการพูด และจะต่อจากเนื้อหาเมื่อครั้งที่แล้วอย่างเรื่องมารยาทในการฟัง ซึ่งถือเป็นบทเรียนที่มีประโยชน์มาก ๆ เมื่อเราต้องไปพูดต่อหน้าที่สาธารณะ หรือพูดคุยสนทนากับเพื่อน ๆ คุณครู พ่อแม่ของเรา เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพ เราก็ควรเรียนรู้มารยาทที่ดีในการพูดไปด้วย ถ้าน้อง ๆ ทุกคนพร้อมแล้วมาดูกันว่าวันนี้จะมีเนื้อหาอะไรมาฝากกันบ้าง     การพูด