Wh- Question ใน Past Simple และ Future Tense

สวัสดีน้องๆ ม. 2 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ Wh- Question ในประโยคที่เป็น Past Simple และ Future Tense จะเป็นอย่างไรลองไปดูกันเลยครับ
wh- question

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

Wh- Question มีอะไรบ้าง?

พี่เชื่อว่าน้องๆ หลายคนน่าจะเคยเรียนการตั้งคำถามโดยใช้กลุ่มคำที่ขึ้นต้นด้วย Wh- และ How มาช่วยในการสร้างประโยคกันมาบ้างแล้ว วันนี้เราจะมาทบทวนเป็นรวดเร็วกันอีกสักรอบ ซึ่ง Wh- Question ที่น้องๆ จะได้เจอบ่อยๆ มีดังนี้ครับ

wh- question

 

โครงสร้างของ Wh- Question ในอดีตและอนาคต

สำหรับวันนี้เราจะมาดูวิธีการใช้ Wh- Question ในประโยคที่เป็น Past Simple (อดีต) และ Future (อนาคต) กันนะครับ ซึ่งโครงสร้างในแต่ละ Tense มีดังนี้

wh question past simple

เช่น

Where did you travel to last weekend? (คุณไปเที่ยวที่ไหนเมื่อสัปดาห์ก่อน?

What did you do in Paris last year? (คุณทำอะไรที่ปารีสเมื่อปีที่แล้ว?)

When did you come back from India? (คุณกลับมาจากอินเดียเมื่อไหร่?)

 

wh question future

เช่น

What are you going to do this Christmas? (คุณจะทำอะไรช่วงคริสต์มาสนี้?)

When will he arrive? (เขาจะมาถึงเมื่อไหร่?)

Where will we travel to this New Year? (เราจะไปเที่ยวที่ไหนช่วงปีใหม่นี้?)

โดยใน Future Tense จะมีโครงสร้าง 2 แบบ ซึ่งทั้ง will และ be going to มีความหมายว่า “จะ” เหมือนกันครับ แตกต่างกันตรงที่ will จะมีความไม่แน่นอน ไม่ได้วางแผนมาก่อน หรือมีโอกาสที่จะเกิดในอนาคตน้อยกว่า be going to นั่นเองครับ

 

ตัวอย่างของ Past Simple

Mary went to London last month.

(มารีไปลอนดอนเมื่อเดือนที่แล้ว)

ซึ่งน้องๆ จะสามารถสร้างเป็นประโยคคำถามได้ประมาณนี้

Where did Mary go last month?

(เดือนที่แล้วมารีไปไหนมา?)

When did Mary go to London?

(มารีไปลอนดอนมาเมื่อไหร่?)

ซึ่งทั้งสองคำถามนี้สามารถตอบได้ว่า Mary(She) went to London last month.

past simple

 

ตัวอย่างของ Future Simple

I will do the video project about my trip in Japan.

(ฉันจะทำวิดีโอโปรเจคเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นของฉัน)

ซึ่งน้องๆ จะสามารถสร้างเป็นประโยคคำถามได้ดังนี้

What will you do about the video project?

(เธอจะทำวิดีโอโปรเจคเกี่ยวกับอะไร?)

will

 

My family is going to travel to Phuket next month.

(ครอบครัวของฉันจะไปเที่ยวที่ภูเก็ตเดือนหน้า)

โดยน้องๆ จะสามารถสร้างเป็นประโยคคำถามได้ดังนี้

When is your family going to travel to Phuket?

(ครอบครัวของเธอจะไปเที่ยวที่ภูเก็ตเมื่อไหร่?)

Where is your family going to travel to next month?

(ครอบครัวของเธอจะไปเที่ยวที่ไหนเดือนหน้า?)

ซึ่งทั้งสองคำถามนี้สามารถตอบได้ว่า My family is going to travel to Phuket next month.

be going to

 

นี่ก็เป็นบทเรียนเกี่ยวกับการใช้ Wh- Question ในการตั้งคำถามแบบ Past Simple และ Future Tense แบบง่ายๆ น้องลองดูวิดีโอเพื่อทบทวนและจดจำโครงสร้างแต่ละอันให้ได้นะครับ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

หลักการของอัตราส่วนที่เท่ากัน

หลักการของอัตราส่วนที่เท่ากัน

ในบทความนี้เราจะได้เรียนรู้วิธีการในการหาค่าตัวแปรในการใช้สัดส่วน สามารถมารถนำไปประยุกต์ใช้กับการแก้โจทย์ปัญหาในชีวิตจริงได้ พิจารณาสิ่งที่ต้องการแสดงการเปรียบเทียบโดยการเขียนเป็นอัตราส่วนสองอัตราส่วนอย่างเป็นลำดับและหาค่าของตัวแปรได้

แผนภูมิแท่ง และการเปรียบเทียบข้อมูล

บทความนี้จะพูดถึงการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของแผนภูมิแท่งไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบข้อมูล 2 จำนวน และ 3 จำนวน น้องๆจะสามารถนำข้อมูลที่สำรวจมาเขียนเป็นแผนภูมิแท่งได้และจะง่ายต่อการนำเสนอมากยิ่งขึ้น

เทคนิคการใช้ Yes, No Questions M.1

เทคนิคการใช้ Yes, No Questions ในภาษาอังกฤษ

  สวัสดีค่ะนักเรียน ม.  1 ที่น่ารักทุกคนวันนี้ครูจะพาไปดูเทคนิคและวิธีการอย่างง่ายในการใช้ประโยค Yes/No questions กันค่ะไปลุยกันเลยค่า Yes, No Questions คืออะไร คือ ประโยคคำถามที่ต้องการคำตอบรับ (Yes) หรือปฏิเสธ (No) เป็นการถามที่ผู้ถามอาจจะมีข้อมูลอยู่บ้างว่า ว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือผู้ถามอาจจะถามเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นจริงตามที่เข้าใจหรือเปล่า ในที่นี้ครูจึงแยกออกเป็น 3 ชนิดค่ะ คือ ประโยคคำถามที่ขึ้นต้นด้วย

เลขยกกำลัง

เลขยกกำลัง ที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ

เลขยกกำลัง ที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ เลขยกกำลัง ที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะมีความเกี่ยวข้องกับกรณฑ์ในบทความ จำนวนจริงในรูปกรณฑ์ จากที่เรารู้ว่า จำนวนตรรกยะคือจำนวนที่สามารถเขียนอยู่ในรูปเศษส่วนของจำนวนเต็มได้ เช่น , , , 2 , 3 เป็นต้น ดังนั้นเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ ก็คือจำนวนจริงใดๆยกกำลังด้วยจำนวนที่สามารถเขียนในรูปเศษส่วนของจำนวนเต็ม เช่น , เป็นต้น โดยนิยามของเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ คือ เมื่อ k และ

การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร โดยใช้กราฟ

การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร โดยใช้กราฟ

การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร โดยใช้กราฟ บทความนี้ได้รวบรวมความรู้เรื่อง การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร โดยใช้กราฟ ทำได้โดยนำตัวเลขแทนค่าตัวแปร แล้วจะได้กราฟของสมการเชิงเส้นสองตัวแปรเป็นกราฟเส้นตรง สังเกตกราฟที่ได้ว่าตัดกัน ขนานกัน หรือทับกัน ลักษณะกราฟจะบอกคำตอบของระบบสมการ ซึ่งก่อนที่จะเรียนเรื่องนี้ น้องๆสามารถศึกษาเรื่อง กราฟของสมการเชิงเส้นสองตัวแปร สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่  ⇒⇒ กราฟของสมการเชิงเส้นสองตัวแปร ⇐⇐ สมการเชิงเส้นสองตัวแปร  คือ สมการที่มีตัวแปรสองตัว  เลขชี้กำลังของตัวแปรแต่ละตัวเป็น 1 และไม่มีการคูณกันของตัวแปร  เช่น 2x +

M1 การใช้ Verb Be

การใช้ Verb Be

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.1 ที่รักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง การใช้ Verb Be กันนะคะ พร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจ้า Let’s go! ความหมาย   Verb be ในที่นี้จะแปลว่า Verb to be นะคะ แปลว่า เป็น อยู่ คือ ซึ่งหลัง verb to

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1