วิธีพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดูอย่างง่ายๆ

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

การพูดสรุปความสำคัญอย่างไร ? น้อง ๆ หลายคนคงจะเคยประสบปัญหาเวลาที่ต้องออกไปนำเสนองานหน้าชั้นเรียนแล้วไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรให้เพื่อนกับครูเข้าใจ เพราะเนื้อหาที่เราจำมามันก็เยอะเสียเหลือเกิน บทเรียนภาษาไทยวันนี้จะช่วยให้น้อง ๆ รับมือกับปัญหาเหล่านั้นได้ เพียงแค่น้อง ๆ มีความเข้าใจในเรื่องการพูดสรุปความ วันนี้เรามาดูไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะว่าการพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังหรือดูจะมีวิธีใดบ้าง

 

การพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดู

 

การพูดคืออะไร

 

องค์ประกอบของการพูด

 

ผู้พูด คือผู้ที่มีจุดมุ่งหมายสำคัญที่จะนำเสนอความรู้ความคิดเห็นให้ผู้ฟังได้รับรู้และเข้าใจ

เนื้อเรื่อง คือเรื่องราวที่ผู้พูดจะนำเสนอเป็นความรู้ความคิดเห็นให้ผู้ฟังได้รับรู้อย่างเหมาะสม

ผู้ฟัง คือผู้รับฟังเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผู้พูดนำเสนอ

 

ความหมายของการพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดู

พูดสรุปความ

 

การพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดู คือ การนำเรื่องที่ได้ฟังหรือดูมาสรุปเพื่อหาใจความสำคัญ เรียบเรียงใหม่แล้วถ่ายทอดออกมาให้ผู้ฟังได้รับรู้และเข้าใจตรงกัน โดยผู้พูดจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องที่พูดและถ่ายทอดเรื่องราวที่สรุปมาได้อย่างถูกต้องโดยไม่บิดเบือนเนื้อหาใด ๆ

 

หลักการพูดสรุปความ

พูดสรุปความ

 

1. ใช้หลัก 5w1h

พูดสรุปความ

 

5W1H คือ ตัวอักษรตัวแรกของคำดังต่อไปนี้

Who = ใคร หรือบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง

What = อะไร เกิดอะไรขึ้นหรือมีเหตุการณ์ใดที่สำคัญ

Where = ที่ไหน เกิดเหตุการณ์ขึ้นที่ไหน

When = เมื่อไหร่ เกิดเหตุการณ์เมื่อไหร่

Why = ทำไม ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

How = อย่างไร เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นได้อย่างไร

วิธีการใช้หลัก 5w1h ในการสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดูสามารถทำได้อย่างง่าย ๆ โดยการหาว่าใครเป็นประธาน ทำอะไร ทำที่ไหน ทำเมื่อไหร่ ทำไม ทำอย่างไร

ตัวอย่าง

เว็บไซต์ข่าว ยูเอสเอ ทูเดย์ รายงานว่า วัยรุ่นอายุ 18 ปีจากรัฐเมน ถูกหลุมทรายที่เขากับน้องสาววัย 17 ปีช่วยกันขุดบนชายหาดรัฐนิวเจอร์ซีย์ ถล่มฝังจนเสียชีวิต เมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ 17 พ.ค. 2565 ที่ผ่านมา ส่วนผู้เป็นน้องสาวได้รับความช่วยเหลือ และรักษาตัวในที่เกิดเหตุ

ตามการเปิดเผยของตำรวจ วัยรุ่นรายนี้มาเที่ยวชายหาดที่เรียกว่า โอเชียน บีช 3 ซึ่งเป็นหาดชุมชนใกล้กับย่าน แชดวิก บีช ก่อนเจ้าหน้าที่จะได้รับแจ้งเหตุและเดินทางไปถึงในเวลาประมาณ 16.09 น. ก่อนเจ้าหน้าที่ขุดร่างชายหนุ่มขึ้นมาได้ในเวลา 18.45 น.

ด้านนาย มอริซ ฮิลล์ จูเนียร์ นายกเทศมนตรีเมืองทอมส์ ริเวอร์ เผยกับผู้สื่อข่าวว่า พี่น้องคู่นี้ช่วยกันขุดหลุมทรายด้วยจานร่อน จนหลุมมีขนาดลึกมาก

(ตัวอย่างข่าวจาก : ไทยรัฐ ออนไลน์)

 

เมื่อนำมาสรุปความโดยใช้หลัก 5w1h แล้วจะได้เนื้อหาที่สรุปดังนี้

Who = พี่น้อง 2 คน

What = ทรายถล่มใส่จนพี่ชายเสียชีวิต

Where = ชายหาดรัฐนิวเจอร์ซีย์

When = วันอังคารที่ 17 พ.ค. 2565

Why = ขุดหลุมทรายเล่น

How = หลุมมีขนาดลึกจึงถล่มลงมา

 

2.เรียบเรียงเนื้อหาตามลำดับเหตุการณ์

การเรียบเรียงเนื้อหาตามลำดับการณ์มีความสำคัญ เนื่องจากว่าในบางเรื่องมีความซับซ้อน การลำดับเหตุการณ์ก่อนที่จะพูด จะช่วยให้ผู้พูดไม่สับสนและยังทำให้ผู้ฟังเข้าใจเรื่องราวได้โดยง่าย

จากตัวอย่างข่าวในข้อที่ 1 หลังจากได้ใจความสำคัญของเรื่องโดยใช้หลัก 5w1h แล้วเมื่อนำมาเรียบเรียงใหม่ตามลำดับเหตุการณ์จะสามารถพูดสรุปความจะได้ดังนี้

เมื่อวันอังคารที่ 17 พ.ค. 2565 ที่ชายหาดรัฐนิวเจอร์ซีย์ พี่น้อง 2 คน ช่วยกันขุดหลุมทรายเล่นจนหลุมมีขนาดลึกก่อนจะถูกทรายที่ขุดไว้ถล่มลงมาฝังร่างพี่ชายเสียชีวิต

 

3. ฝึกพูด ซ้อมพูดให้จดจำได้

การฝึกพูดกับตัวเองหรือให้คนอื่นฟังซ้ำ ๆ จะช่วยให้เมื่อถึงเวลาที่ต้องพูด ผู้พูดจะรู้สึกผ่อนคลายลงและไม่พูดติดขัดระหว่างการนำเสนอ ดังนั้นก่อนที่จะพูดเรื่องใดก็ตามควรฝึกพูดหรืออ่านเนื้อหาที่เราเตรียมมาให้คล่องเสียก่อนนะคะ

 

4. อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล

ในบางครั้งการพูดที่มีเนื้อหายาวหรือมีหลายหัวข้อ ผู้พูดไม่จำเป็นต้องจำหัวข้อให้ได้ครบทั้งหมด ขณะพูดสามารถพกกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่จดชื่อหัวข้อตามลำดับการพูดแล้วสามารถยกขึ้นมาดูได้ เพราะให้ตัวผู้พูดเข้าใจได้เองว่าตอนนี้กำลังพูดถึงหัวข้อไหน และจะพูดหัวข้อใดเป็นเรื่องถัดไป

 

5.รักษามารยาทในการพูด

ข้อนี้แม้ว่าจะไม่ได้เป็นวิธีพูดโดยตรง แต่มารยาทก็เป็นสิ่งที่ผู้พูดทุกคนควรมี และควรคำนึงถึงไว้เสมอเพราะต่อให้เราจะพูดเนื้อหาที่เตรียมมาดีแค่ไหน แต่หากเราพูดจทำร้ายความรู้สึกผู้ฟัง หรือหยอกล้อจนเกินพอดีก็จะทำให้การพูดไม่น่าฟังอีกต่อไป

 

ประโยชน์ของการพูดสรุปความ

 

พูดสรุปความ

 

การพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดูสามารถนำไปใช้สำหรับการพูดอภิปรายทั่ว ๆ ไปที่เราทุกคนต่างต้องเจอตั้งแต่วัยเรียนไปจนถึงวัยทำงาน หรือจะช่วยให้เราสามารถสรุปความจากการฟังบรรยายไปพูดให้คนอื่นฟังได้อีกที แต่ทั้งนี้ การพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดูไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ในห้องเรียนเท่านั้น เพราะสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำได้ด้วย อย่างเช่นการดูข่าว ทุกครั้งที่นักข่าวพูดรายงานข่าวยาว ๆ ถ้าน้อง ๆ มีทักษะในการพูดสรุปความ ก็จะสามารถนำข่าวที่ได้ยินมาไปพูดสรุปให้คนเฒ่าคนแก่หรือผู้ปกครองที่ทำงานยุ่งจนอาจไม่มีเวลาติดตามข่าวได้

 

เห็นไหมคะว่าการพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟังและดูมีความสำคัญแค่ไหน ถ้าน้อง ๆ หมั่นฝึกฝนทั้งในเรื่องการพูด และการสรุปความ การพูดสรุปความก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ และถ้าน้อง ๆ คนไหนอยากจะฟังคำอธิบายเพิ่มเติมจากครูอุ้ม ก็สามารถตามไปชมคลิปการสอนย้อนหลังได้ที่ด้านล่างนี้เลยค่ะ

 

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

เทคนิคอ่านจับใจความ Skim and Scan

เทคนิคอ่านเร็วจับใจความในภาษาอังกฤษ (Skimming and Scanning)

เคยเป็นมั้ยว่าเจอบทความภาษาอังกฤษทีไร ปวดหัวทุกที ทั้งเยอะและยาว เมื่อไหร่จะอ่านจบกว่าจะตอบได้หมดเวลากันพอดี สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.1 ทุกคน วันนี้ครูจะพาไปดูเทคนิคการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ โดยใช้วิธีการที่เรียกว่า อ่านแบบเร็ว (จ๊วด …) หรือ Speed Reading (ภาษาอีสาน จ๊วด แปลว่า เร็วเหมือนเสียงปล่อยจรวด) ถ้าเราสามารถอ่านได้เร็วเหมือนจรวดคงเป็นสิ่งที่ดีมาก ไปจ๊วดกันเลยกับเทคนิคอ่านเร็วทุกคน ก่อนอื่นจะต้องรู้จักกับประเภทของ Speed Reading กันก่อนค่ะ การอ่านแบบจับใจความสำคัญส่วนใหญ่แล้วเราจะเจอ

auxiliary verbs

Auxiliary Verbs คืออะไร?

สวัสดีน้องๆ ม.5 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า Auxiliary Verbs ในภาษาอังกฤษกันครับ

3 ขั้นตอนการเขียนโครงงานอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครก็ทำได้

ในเมื่อมีการเขียนรายงานแล้วทำไมถึงยังต้องมีการเขียนโครงงาน? น้อง ๆ เคยสงสัยไหมคะว่า การเขียนโครงงาน นั้นไม่เหมือนกับรายงานทั่วไปอย่างไร มีองค์ประกอบและขั้นตอนการเขียนอย่างไร ถ้าอยากรู้แล้วเราไปเรียนรู้เรื่องนี้พร้อมกันเลยนะคะ   โครงงานคืออะไร   โครงงานเป็นกิจกรรมที่เน้นกระบวนการโดยผู้เรียนจะเป็นผู้คิดค้น วางแผน ลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ อาศัยเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติ เพื่อให้โครงงานสำเร็จภายใต้คำแนะนำ การกระตุ้นความคิด กระตุ้นการทำงานของครูผู้สอนหรือผู้เชี่ยวชาญ ตั้งแต่คิดสร้างโครงงาน ลงมือปฏิบัติ ไปจนถึงประเมินผล   ความสำคัญของโครงงาน    

ศึกษาที่มาของ ขัตติยพันธกรณี บทประพันธ์ที่มาจากเรื่องจริงในอดีต

ขัตติยพันธกรณี เป็นพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 5 มีที่มาจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ น้อง ๆ สงสัยกันไหมคะว่าเกี่ยวกับเรื่องไหน เหตุใดพระองค์จึงต้องพระราชนิพนธ์วรรณคดีเรื่องนี้ขึ้นมา เราไปหาคำตอบถึงที่มา ความสำคัญ และเนื้อเรื่องกันเลยค่ะ รับรองว่านอกจากจะได้ความรู้เกี่ยวกับบทประพันธ์แล้ว บทเรียนในวันนี้ยังมีเกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์ให้น้อง ๆ อีกด้วยค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้เรื่องนี้พร้อมกันเลยค่ะ   ที่มาของ ขัตติยพันธกรณี     ขัตติยพันธกรณีมีความหมายถึงเหตุอันเป็นข้อผูกพันของกษัตริย์ เป็นพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและตอบกลับโดยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีที่มาจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ ช่วง

การใช้พจนานุกรม เรียนรู้วิธีหาคำให้เจอได้อย่างทันใจ

​พจนานุกรม มาจากคำภาษาบาลีว่า วจน (อ่านว่า วะ-จะ-นะ) ภาษาไทยแผลงเป็น พจน์ แปลว่า คำ คำพูด ถ้อยคำ กับคำว่า อนุกรม แปลว่า ลำดับ เมื่อรวมกันแล้วพจนานุกรมจึงหมายถึงหนังสือที่รวบรวมคำโดยจัดเรียงคำตามลำดับตัวอักษร แต่ด้วยความที่คำในภาษาไทยของเรานั้นมีมากมาย ทำให้น้อง ๆ หลายคนอาจจะมีท้อใจบ้างเมื่อเห็นความหนาของเล่มพจนานุกรม ไม่รู้จะหาคำที่ต้องการได้อย่างไร บทเรียนในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้ถึงวิธี การใช้พจนานุกรม

Relative Clause

อนุประโยค Relative Clause ใช้อย่างไรในภาษาอังกฤษ

Relative Clause คืออะไร?   สวัสดีค่ะนักเรียนม. 3 ที่รักทุกคน วันนี้เราจะไปดู Relative clause หรือ อนุประโยคในภาษาอังกฤษ ที่ทำหน้าที่เหมือนกันกับคำคุณศัพท์ (Adjective) ซึ่งมีหน้าที่ขยายคำนามที่อยู่ข้างหน้า  และจะใช้ตามหลัง Relative Pronoun เช่น  who, whom, which, that, และ whose

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1