มนุสสภูมิ ตอนที่ว่าด้วยกำเนิดของมนุษย์ในไตรภูมิพระร่วง

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

ไตรภูมิพระร่วงมีจุดมุ่งหมายที่จะชี้ให้เห็นคุณและโทษของโลกทั้งสามที่ไม่แน่นอน เพื่อที่จะให้มนุษย์ตระหนักถึงกรรมดีและกรรมชั่วและพบกับความสุขไม่ว่าจะอยู่ในโลกไหน โดยในตอน มนุสสภูมิ นี้ก็ได้กล่าวถึงการกำเนิดมนุษย์ที่อธิบายโดยใช้หลักความเชื่อทางพุทธศาสนามาอธิบายจึงทำให้วรรณคดีเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่มีความสนใจเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ จากที่ครั้งก่อนเราได้เรียนเรื่องนี้กันไปแล้วในส่วนของที่มาและความสำคัญและเนื้อเรื่องย่อ บทเรียนในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้เพิ่มเติมแต่เป็นเรื่องของตัวบทเพื่อถอดคำประพันธ์ รวมไปถึงศึกษาคุณค่าที่ปรากฏในเรื่องด้วยค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลย

ตัวบทเด่น ๆ ในไตรภูมิพระร่วง ตอน มนุสสภูมิ

 

มนุสสภูมิ

 

ถอดความ

เป็นการอธิบายถึงวิวัฒนาการของทารกในครรภ์ตั้งแต่เริ่มเป็นเซลล์ โดยอธิบายว่าไม่ว่าจะเกิดเป็นชายหรือหญิง ก็จะเริ่มจากการเป็นกลละ แล้วโตขึ้นทีละน้อย เมื่อถึง 7 วันเป็นดังน้ำล้างเนื้อเรียกว่า อัมพุทะ เมื่ออัมพุทะโตขึ้นจนถึง 7 วันก็จะข้นเหมือนตะกั่วที่เชื่อมอยู่ เรียกว่า เปสิ และอีก 7 วันถัดมาก็จะแข็งเหมือนไข่ไก่ เรียกว่าฆนะ

 

มนุสสภูมิ

 

ถอดความ

พูดถึงการกำเนิดมนุษย์ในครรภ์เมื่อผ่านไปแล้ว 28 วันนับจากเมื่อครั้งยังเป็นกลละ อัมพุทะ เปสิ ฆนะ ถัดมาตัวอ่อนจะมีตุ่มออกมา 5 แห่งเหมือนหูดเรียกว่า เบญจสาขาหูด หูดนั้นจะกลายเป็น มือ 2 ข้าง เท้า 2 ข้าง และศีรษะอีก 1 และค่อย ๆ ขยาย เติบโตไปเรื่อย ๆ กระทั่ง 7 วันผ่านไปก็จะกลายเป็นฝ่ามือ มีนิ้วมือ ต่อจากนั้นไปจนครบ 42 วัน จึงจะมีผม ขน เล็บมือ เล็บเท้า ครบอวัยวะเป็นมนุษย์ทุกประการ

 

มนุสสภูมิ

 

ถอดความ

รูปของสัตว์เกิดในครรภ์มี 184 รูป คือส่วนกลาง (ตั้งแต่คอถึงสะดือ) มี 50 รูป รูปส่วนบน (ตั้งคอขึ้นไปจนถึงศีรษะ) มี 84 รูป รูปส่วนเบื้องต่ำ (ตั้งแต่สะดือถึงฝ่าเท้า) มี 50 รูป ซึ่งขณะอยู่ในครรภ์จะนั่งอยู่ตรงกลางท้องมารดา

 

คุณค่าใน ไตรภูมิพระร่วง ตอน มนุสสภูมิ

 

ไตรภูมิพระร่วง เป็นงานประพันธ์ที่ถึงแม้จะแต่งเป็นร้อยแก้วในลักษณะความเรียง แต่ความงดงามของภาษาก็ไม่ได้แพ้บทประพันธ์อื่น ๆ เลย เพราะนอกจากจะโดดเด่นในด้านการใช้โวหารต่าง ๆ บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร อุปมาโวหาร วรรณคดีเรื่องนี้ก็ยังโดดเด่นอย่างมากในเรื่องของการสรรคำ

 

มนุสสภูมิ

 

ไม่เพียงแต่การสรรคำเท่านั้นที่โดดเด่นในเรื่อง แต่ยังมีเรื่องของการหลากคำที่เลือกใช้คำที่มีความหมายเหมือนกันแต่เขียนคนละแบบเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความรู้ในด้านคำศัพท์ของผู้แต่งรวมถึงการซ้ำคำที่ปรากฏในเห็นในบทประพันธ์

 

 

และที่สำคัญ วรรณคดีเรื่องนี้มีรสวรรณคดีอย่างพิโรธวาทัง ที่ใช้อธิบายถึงทารกขณะที่อยู่ในครรภ์ซึ่งเป็นที่คับแคบ ขยับไม่ได้ เหยียดมือหรือเท้าก็ไม่ได้ ทำให้ผู้อ่านเกิดจินตภาพและรับรู้ความยากลำบากภายในครรภ์ผ่านงานประพันธ์

 

คุณค่าด้านสังคม

มนุสสภูมิเป็นตอนที่พูดถึงการเกิดของมนุษย์ดังนั้นจึงมีความเชื่อเรื่องบุญกรรมไว้มากมาย สะท้อนถึงความเชื่อของคนไทยในยุคสมัยนั้น

ตัวอย่าง

สิ่งอาหารอันแม่กินเข้าไปนท้องนั้นไหม้และย่อยลง ด้วยอำนาจแห่งไฟธาตุอันร้อนนั้น ส่วนตัวกุมารนั้นบมิไหม้ เพราะว่าเป็นธรรมดาด้วยบุญกรรมนั้นจะเป็นคนแล จึงให้บมิไหม้บมิตาย

จากข้อความที่ยกมา คนไทยมีความเชื่อว่าเด็กที่อยู่ในท้องแม่ ต้องอยู่รวมกันอาหาร แต่ไม่ถูกย่อยไปด้วยเพราะมีบุญคอยหุ้มตัวเด็กไว้ นอกจากเรื่องบุญกรรมแล้วก็ยังมีเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับสวรรค์และนรกเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังที่เชื่อว่าในท้องของแม่มีลมแห่งกรรม พัดตัวเด็กให้กลับหัวให้อยู่ข้างล่างและให้เท้าชี้ขึ้นด้านบน เหมือนยมบาลจับข้อเท้าจะหย่อนลงไปในนรก หรือความเชื่อที่ว่าเด็กที่เกิดมาแล้วร้องไห้ เพราะมาจากนรก ส่วนเด็กที่ไม่ร้องไห้ เพราะมาจากสวรรค์

 

โดยความเชื่อเรื่องบุญ กรรม นรก สวรรค์หรือการเวียนว่ายการเกิดของคนไทยนั้นมาจากการนับถือศาสนาพุทธนั่นเอง

 

เป็นอย่างไรบ้างคะน้อง ๆ หลังจากที่ได้ศึกษาตัวบทเด่น ๆ กันไปแล้ว ถึงแม้ว่าเนื้อหาจะได้เรียนกันไปแล้วในบทเรียนครั้งก่อน แต่การศึกษาตัวบทเด่น ๆ ก็ทำให้เราได้เห็นตัวบทประพันธ์และคำศัพท์รวมไปถึงสำนวนโบราณที่ไม่ค่อยได้เห็นกันอีกแล้วในปัจจุบัน นอกจากนี้เรายังได้เรียนรู้ถึงคุณค่าทั้งสองด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านวรรณศิลป์หรือด้านสังคมที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดและความเชื่อของคนไทยอีกด้วย สุดท้ายนี้ก่อนจากกัน น้อง ๆ อย่าลืมหมั่นทบทวนบทเรียนและทำแบบฝึกหัดไปพร้อม ๆ กันชมคลิปสรุปความรู้ของครูอุ้มเพื่อทบทวนความเข้าใจของตัวเองกันด้วยนะคะ

 

 

อย่าพลาดการติดตามบทความภาษาไทยจาก nockacademy

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

ศึกษา นิทานเวตาล เรื่องที่10 และคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในเรื่อง

​ นิทานเวตาล เป็นนิทานเรื่องเล่าที่แฝงไปด้วยคุณค่าและคติธรรมมากมาย หากแต่เต็มไปด้วยคุณค่า สำหรับฉบับแปลไทยของกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์มีด้วยกัน 10 เรื่อง เรื่องที่อยู่ในแบบเรียนภาษาไทย คือเรื่องสุดท้าย ดังนั้นบทเรียนในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปทำความรู้จักกับตัวบทเด่น ๆ ที่น่าสนใจในนิทานเรื่องนี้เพื่อถอดความหมายและศึกษาคุณค่าทั้งด้านวรรณศิลป์ ด้านเนื้อหา และข้อคิดที่ได้จากเรื่อง ถ้าพร้อมแล้วไปเรียนรู้เรื่องนี้ด้วยเลยค่ะ   ตัวบทเด่นใน นิทานเวตาล เรื่องที่10   บทที่ 1  

ฟังก์ชันตรีโกณมิติของมุม

ฟังก์ชันตรีโกณมิติของมุม

 ฟังก์ชันตรีโกณมิติของมุม ฟังก์ชันตรีโกณมิติของมุม จะเกี่ยวข้องกับมุมที่มีหน่วยเป็นองศา (degree) และมุมที่มัหน่วยเป็นเรเดียน (radian) ในบทความนี้จะกล่าวถึงมุมทั้งหน่วยองศาและเรเดียน มุมฉาก การเปลี่ยนหน่วยของมุม สมบัติของฟังก์ชันตรีโกณมิติ และสามเหลี่ยมมุมฉาก ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่เนื้อหา พี่อยากให้น้องๆได้รู้พื้นฐานเกี่ยวกับฟังก์ชันตรีโกณมิติเพื่อที่จะได้เข้าใจเนื้อหาในบทความนี้มากขึ้น การวัดความยาวส่วนโค้ง ค่าของฟังก์ชันไซน์และโคไซน์ ฟังก์ชันตรีโกณมิติอื่นๆ หลังจากที่ไปทบทวนความรู้มาแล้วเรามาเริ่มเนื้อหาใหม่กันเลยค่ะ หน่วยของมุม 1.) องศา (degree) คือหน่วยของมุมในระนาบ 2 มิติ โดยที่

ที่มาและเรื่องย่อของ มหาชาติชาดก กัณฑ์มัทรี

มหาชาติชาดก หรือมหาเวสสันดรชาดก เป็นชาดกที่ได้ชื่อว่าเป็น มหาชาติ เพราะเป็นชาติสุดท้ายก่อนจะมาจุติเป็นพระพุทธเจ้า จากบทเรียนที่เคยเรียนรู้กันตอน ม.4 น้อง ๆ คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่ามหาชาตินี้มีด้วยกันทั้งหมด 13 กัณฑ์ โดยเรื่องที่เราจะได้เรียนกันเจาะลึกกันไปอีกในวันนี้ คือ กัณฑ์มัทรี นั่นเองค่ะ ถ้าน้อง ๆ อยากรู้แล้วว่าเป็นอย่างไร ก็ไปเรียนรู้พร้อมกันเลยค่ะ   ความเป็นมา     มหาชาติชาดกเป็นเรื่องราวในอดีตกาลของพระพุทธเจ้าที่เล่าให้กับเหล่าประยูรญาติฟังเมื่อครั้งเสด็จกลับเมืองและได้แสดงอภินิหาร

อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง

อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง เรียนรู้ตัวบทและคุณค่าในเรื่อง

จากที่ได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาและเรื่องย่อของอิเหนากันไปแล้ว บทเรียนภาษาไทยในวันนี้เราจะยังอยู่กับอิเหนากันนะคะ เพราะนอกจากที่มาและเรื่องย่อแล้ว วรรณคดีเรื่องนี้ก็ยังมีเรื่องอื่นให้น่าสนใจและน่าศึกษาเช่นกัน ถ้าพร้อมแล้วเราไปศึกษาตัวบทและคุณค่าที่แฝงอยู่ในเรื่อง อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง กันเลยค่ะ   ตัวบทเด่น ๆ ในอิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง   บทที่ 1    ถอดความ เป็นตอนที่ท้าวกะหมังกุหนิงให้ราชทูตนำสาส์นไปมอบให้ท้าวดาหาเพื่อสู่ขอบุษบาให้วิหยาสะกำ โดยบทนี้เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งที่ท้าวกะหมังกุหนิงเขียนถึงท้าวดาหา โดยเปรียบว่าตนเป็นเหมือนรองเท้าที่จะอยู่เคียงกับท้าวดาหา ดังนั้นจึงจะขอสู่ขอพระธิดาให้กับวิหยาสะกำ  

เห็นแก่ลูก ศึกษาความเป็นมาบทละครพูดเรื่องแรกของไทย

  บทละครพูด เห็นแก่ลูก เป็นวรรณคดีเรื่องแรกที่น้อง ๆ ม.3 ทุกคนจะได้เรียน ความพิเศษของวรรณคดีไทยเรื่องนี้คือเป็นบทละครพูดเรื่องแรกของไทยอีกทั้งยังได้รับการแปลไปยันต่างประเทศอีก 13 ภาษา วรรณคดีเรื่องนี้มีความสำคัญและมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ถึงโด่งดัง เป็นที่รู้จัก และได้มาอยู่ในแบบเรียนภาษาไทย ถ้าพร้อมแล้วเราไปศึกษาประวัติความเป็นมาของวรรณคดีเรื่องนี้กันเลยค่ะ   ความเป็นมา บทละครพูด เห็นแก่ลูก     บทละครพูด เห็นแก่ลูก เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระนามแฝงว่าพระขรรค์เพชร

like love enjoy ving

การแนะนำตัวเองและให้ข้อมูลโดยใช้ “Like”, “Love”, และ “Enjoy”

สวัสดีน้องๆ ม. 1 ทุกคนนะครับ คราวที่แล้วเราได้อ่านเรื่องการใช้ประโยคคำสั่ง ขอร้อง และคำแนะนำกันไปแล้ว วันนี้เราจะมาดูวิธีการแนะนำตัวเอง และให้ข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับตัวเราแบบง่ายๆ กันครับ

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1