แยกให้ออก บอกให้ถูกสำนวน สุภาษิต คำพังเพยแตกต่างกันอย่างไร?

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

บทนำ

สวัสดีน้อง ๆ ที่น่ารักทุกคนกลับมาเข้าสู่เนื้อหาการเรียนภาษาไทยกันอีกเช่นเคย สำหรับวันนี้จะเป็นบทเรียนที่ทั้งสนุก มีสาระ และเป็นเนื้อหาที่เราต้องได้เจอบ่อย ๆ ในการเรียนภาษาไทยอย่างเรื่องสำนวน สุภาษิต และคำพังเพย น้อง ๆ อาจจะเคยได้ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างเพราะเป็นบทเรียนที่ได้เริ่มเรียนตั้งแต่ช่วงประถมศึกษาแล้ว แต่วันนี้เราจะมาเรียนรู้ในเชิงลึกขึ้นไปอีกเกี่ยวกับวิธีการสังเกตระหว่างสำนวน สุภาษิต และคำพังเพยนั้นมีความเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร มีตัวอย่างประกอบให้ทุกคนได้ดูด้วย ถ้าน้อง ๆ คนไหนพร้อมแล้วก็ไปลุยกับเนื้อหาของวันนี้ได้เลย

 

สำนวน สุภาษิต

สำนวน

สำนวน คือ คําพูด หรือถ้อยคําที่ค่อนข้างกระชับ  ฟังแล้วไพเราะ คมคาย มักจะให้ความหมายแฝงที่ค่อนข้างลึกซึ้ง ไม่ได้แปลความหมายตรงตามตัวอักษร อาจต้องใช้การวิเคราะห์ตีความจึงจะเข้าใจ

 

สุภาษิต

สุภาษิต คือ คติสอนใจที่ให้ลักษณะคล้ายกับสำนวน แต่จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อการสั่งสอน หรือให้ข้อคิด เน้นการแสดงหลักความจริงของคน และสังคมอย่างเป็นเหตุเป็นผล ส่วนใหญ่เรามักจะเข้าใจความหมายไปในทางสัจธรรม หรือความจริงที่อ้างอิงเรื่องศาสนาด้วย

 

คำพังเพย

คำพังเพย คือ สำนวน หรือถ้อยคําที่มีการเปรียบเทียบเรื่องราว หรือเหตุการณ์ โดยอ้างอิงจากวิถีชีวิต การดํารงชีวิตของคนรุ่นก่อน ส่วนใหญ่จะให้ความหมายที่เป็นไปในทางเสียดสีสังคม ให้ความรู้สึกประชดประชัน เพื่อสะท้อนความคิด เป็นข้อเตือน และสะกิดใจให้เราได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติตัวตามทำนองคลองธรรม

 

 

ข้อสังเกต

จากการที่น้อง ๆ ได้เรียนรู้ความหมายของทั้ง 3 คำนี้แล้วน้อง ๆ จะสังเกตว่าวิธีจำแนกนั้นหลัก ๆ แล้วเราต้องดูความหมาย และการเปรียบเปรยของคำเหล่านี้ เช่น

 

สำนวน สุภาษิต

 

ตัวอย่างสำนวน

  • ขวานผ่าซาก 

เป็นสำนวนที่ใช้เปรียบเทียบกับคนพูดจาโผงผาง พูดตรงไปตรงมาจนเกินเหตุ โดยไม่ได้ดูกาลเทศะ หรือพูดทำร้ายจิตใจผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่ดี เปรียบเหมือนขวานที่ผ่าลงไปกลางซากไม้ที่ผุพังมีแต่จะทำให้เนื้อไม้แตกออกจากกันนำไปใช้ประโยชน์อันใดไม่ได้ 

         ตัวอย่างสถานการณ์: มะลิเป็นคนหน้าตาน่ารัก และเรียนเก่งมาก แต่เพราะเธอมักจะพูดจาแบบขวานผ่าซากจึงทำให้เพื่อนไม่กล้าเล่นกับเธอ

 

  • ถ่านไฟเก่า

เป็นการเปรียบเทียบคนสองคนที่เคยรัก หรือผูกพันกันมาก ๆ ถึงมีเหตุให้ต้องเลิกรากันไปแต่เมื่อได้มาพบเจอกันก็ยังคงเกิดความรู้สึกผูกพัน เป็นห่วงเป็นใยกันอยู่ จนอาจถึงขั้นกลับมาคบหากันได้เหมือนเดิม เปรียบเหมือนกับถ่านไฟที่เคยใช้งานถึงมอดดับลงแล้วแต่ถ้าหากได้รับเชื้อไฟอีกครั้งก็จะติดไฟได้ง่าย

          สถานการณ์ตัวอย่าง: ถึงเขาทั้งสองคนจะเลิกกันไปได้เกือบปีแล้ว แต่ฉันก็หวังว่าพวกเขาจะกลับมาคบกันอีกครั้ง เพราะถึงยังไงถ่านไฟเก่ามันก็ยังร้อนรอวันรื้อฟื้นได้

 

  • ม้าดีดกะโหลก

เปรียบกับคนที่มีกิริยาท่าทางไม่เรียบร้อย สง่างาม ดูกระโดกกระเดก มักจะใช้กับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งจะเปรียบท่าทางของผู้หญิงที่ไม่เรียบร้อยว่าเหมือนม้าเวลาที่มันพยศ หรือเกรี้ยวกราดก็จะทำท่าทาง โขยกเขยก ไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ 

         สถานการณ์ตัวอย่าง: ลูกสาวของฉันคนนี้นอกจากจะพูดจาไม่รู้จักกาลเทศะแล้ว ก็ยังชอบทำตัวเป็นม้าดีดกะโหลก ทำให้ฉันเหนื่อยใจอยู่เรื่อยเลย

 

สำนวน สุภาษิต

 

ตัวอย่างสุภาษิต

  • ตัดไฟแต่ต้นลม

หมายถึง การที่เรารู้ว่าสาเหตุของปัญหาคืออะไรแล้วรีบจัดการแก้ไขมันก่อนที่จะบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่ในวันข้างหน้า เปรียบเหมือนกับการที่เรารีบดับไฟบริเวณต้นทางของลม ก่อนที่ลมนั้นจะพัดพาไฟไปลุกลามที่อื่นอย่างรวดเร็ว จะได้ไม่เกิดความเสียหายที่ร้ายแรงขึ้น

  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

หมายถึง กระทำสิ่งที่ไม่ดี ย่อมได้สิ่งไม่ดีนั้นตอบสนอง ในทางตรงกันข้าม หากทำแต่สิ่งที่ดี สิ่งดีนั้นย่อมตอบสนองเช่นกัน

  • จงเอาเยี่ยงกา แต่อย่าเอาอย่างกา

หมายถึง ควรเอาแบบอย่างในสิ่งที่ดีเท่านั้น สิ่งที่ไม่ดีก็ไม่ควรทำตาม เหมือนกามีความขยันตื่นแต่เช้าเพื่อไปหาอาหาร เป็นคุณลักษณะที่มนุษย์ควรถือเป็นแบบอย่าง แต่ในทางที่ไม่ควรเอาแบบอย่างก็คือ กามีนิสัยขี้ขโมย 

 

สำนวน สุภาษิต

 

ตัวอย่างคำพังเพย

  • วัวหายล้อมคอก

หมายถึง การที่เราปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง หรือเกิดเรื่องขึ้นก่อน แล้วจึงค่อยหาหนทางแก้ไข  ไม่ต่างอะไรจากการที่เราปล่อยให้วัวหายไปก่อน แล้วจึงค่อยมาทำคอกล้อมไว้ทีหลัง ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เกิดประโยชน์อะไรเลย

  • ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

หมายถึง การที่เราลงทุนทำอะไรที่ไม่ได้เกิดผลกับตัวเองเลย อย่างเช่นการใช้จ่ายเงินในทางที่ไม่เกิดประโยชน์ ลงทุนมากแต่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย เปรียบเหมือนกับการที่เราตำน้ำพริกแล้วนำไปละลายในแม่น้ำที่กว้างใหญ่ก็ไม่เกิดรสชาติใด มีแต่จะเจือจางหายไปตามสายน้ำโดยเปล่าประโยชน์

  • งมเข็มในมหาสมุทร

หมายถึง การทำบางสิ่งที่ยากเกินกว่ากำลัง หรือความสามารถของเราจะทำได้ การมองหาสิ่งเล็ก ๆ ที่อยู่ท่ามกลางพื้นที่อันกว้างใหญ่เกินกว่าจะค้นพบ เปรียบเหมือนการงมหาเข็มเล็ก ๆ ในมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ ซึ่งมันยากที่เราจะหาเจอ

 

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากที่ทุกคนได้เรียนเนื้อหาของวันนี้กันแล้วช่วยให้น้อง ๆ สามารถจำแนกแยกแยะสำนวน สุภาษิต และคำพังเพยได้ง่ายขึ้นหรือเปล่า ถือได้ว่ากลุ่มคำเหล่านี้เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของภาษาไทยเลยก็ว่าได้ เพราะจะเห็นได้ว่ามีการใช้ภาษาเปรียบเปรยที่ไพเราะ และคมคายมาก ๆ ต้องใช้การตีความเพื่อให้เข้าใจความหมายที่ลึกซึ้ง เป็นการเสียดสีติชมที่ไม่ได้ใช้ถ้อยคำรุนแรงแต่ก็รู้สึกสะกิดใจ ได้ข้อคิดที่ดีในการปฏิบัติตัวทั้งต่อตนเอง และต่อผู้อื่นด้วย หวังว่าน้อง ๆ จะชื่นชอบเนื้อหาที่เรานำมาฝากในวันนี้ ส่วนใครที่อยากจะเรียนเรื่องนี้เพิ่มเติมอีกสามารถเข้าไปดูคลิปการสอนของครูอุ้มด้านล่างนี้ได้เลย รับรองว่าทั้งสนุก และมีสาระมาก ๆ

 

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

การใช้สำนวนภาษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ร่วมกับ Wh-questions ที่ใช้ใน Past Simple Tense + Future Simple Tense

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.2 ทุกคน วันนี้ครูจะพาไปตะลุยการใช้สำนวนภาษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ร่วมกับ Wh-questions ที่ใช้ใน Past Simple tense + Future Simple tense  หากพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจร้า   Wh-Questions คืออะไร      เมื่อต้องถามคำถามอะไรก็ตามที่ไม่ต้องการคำตอบ Yes หรือ No แบบตรงประเด็น เราจะเรียกคำถามประเภทนี้ว่า

บวกเศษส่วนและจำนวนคละให้ถูกต้องตามหลักการ

การบวกคือพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ต้องเจอมาตั้งแต่ระดับอนุบาล แต่นั่นคือการบวกจำนวนเต็มโดยหลักการคือการนับรวมกัน แต่การบวกเศษส่วนและจำนวนคละนั้นเราไม่สามารถนับได้เพราะเศษส่วนไม่ใช่จำนวนนับ บทความนี้จึงจะพาน้อง ๆมาทำความเข้าใจกับหลักการบวกเศษส่วนและจำนวนคละ อ่านบทความนี้จบรับรองว่าน้อง ๆจะเข้าใจและสามารถบวกเศษส่วนจำนวนคละได้เหมือนกับที่เราสามารถหาคำตอบของ 1+1 ได้เลยทีเดียว

ความน่าเชื่อถือของสื่อที่ฟัง

ฟังอย่างไรให้ได้สาระประโยชน์ดี ๆ ด้วยวิธีวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อที่ฟัง

บทนำ สวัสดีน้อง ๆ ทุกคนยินดีต้อนรับเข้าสู่เนื้อหาในบทเรียนภาษาไทยกันอีกครั้ง สำหรับบทเรียนในวันนี้ต้องบอกว่ามีประโยชน์มาก ๆ และเราควรจะต้องศึกษาไว้เพื่อนำไปใช้ในการฟัง หรือคัดกรองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่เรารับฟังมาให้มากขึ้น ซึ่งเราจะพาน้อง ๆ มาฝึกฝนการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อที่ฟังกัน เพราะในปัจจุบันเราสามารถรับสารได้หลากหลายรูปแบบมีทั้งประโยชน์ และโทษ ดังนั้น เราจึงต้องมีทักษะนี้ติดตัวไว้แยกแยะว่าสื่อนั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ถ้าน้อง ๆ พร้อมแล้วเรามาเริ่มเรียนกันเลย   ความหมายของความน่าเชื่อถือ และสื่อ ความน่าเชื่อถือ หมายถึง

ลิลิตตะเลงพ่าย

ลิลิตตะเลงพ่าย ความเป็นมาของลิลิตชั้นยอดของเมืองไทย

ลิลิตตะเลงพ่าย ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดของลิลิต ที่แต่งดีที่สุด โดยบุคคลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลดีเด่นทางด้านวัฒนTรรมของโลก เกริ่นมาเพียงเท่านี้น้อง ๆ ก็คงจะอยากรู้ที่มาและเรื่องของลิลิตตะเลงพ่ายมากขึ้นกว่าเดิมใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปเรียนรู้วรรณคดีเรื่องสำคัญของไทยเรื่องนี้กันเลยค่ะ   ลิลิตตะเลงพ่าย ความเป็นมา   ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส รัตนกวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระนามเดิมของพระองค์คือ พระองค์เจ้าวาสุกรี เป็นพระเจ้าลูกยาเธอองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช     สมเด็จพระมหาสมณเจ้า

เรียนรู้เรื่องกาพย์ยานี 11 พร้อมเคล็ดลับการแต่งกาพย์แบบง่ายดาย

บทนำ สวัสดีน้อง ๆ ทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทเรียนภาษาไทยที่ได้ทั้งสาระความรู้ และความสนุกไปพร้อม ๆ กัน เชื่อว่า น้อง ๆ หลายคนคงเคยได้อ่านหรือได้เรียนเกี่ยวกับการแต่งกาพย์กลอนกันมาบ้างแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ‘กาพย์ยานี 11’ และต้องบอกว่ากาพย์ชนิดนี้มีวรรณคดีหลาย ๆ เรื่องที่ใช้ในการแต่งบทประพันธ์ หรือเราเองก็มักจะได้เริ่มการแต่งกาพย์ชนิดนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ๆ ด้วยรูปแบบของฉันทลักษณ์ที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ไม่ได้กำหนดสระหรือคำเป็นคำตายแต่อย่างใด เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการทบทวน และเพิ่มเติมความรู้ให้กับน้อง

การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร

การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร

การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร บทความนี้ได้รวบรวมความรู้เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร น้องๆจะต้องวิเคราะห์โจทย์ปัญหา แปลงโจทย์ปัญหาให้เป็นสมการ 2 สมการขึ้นไป และแก้สมการเพื่อหาคำตอบ ซึ่งก่อนที่จะเรียนเรื่องนี้ น้องๆสามารถศึกษาเรื่อง การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร เพิ่มเติมได้ที่  ⇒⇒ การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร ⇐⇐ ตัวอย่างที่ 1 ในเข่งหนึ่งมีจำนวนมะม่วงและจำนวนมังคุดรวมกันอยู่ 68 ผล ถ้าจำนวนมะม่วงน้อยกว่าจำนวนมังคุดอยู่ 18 ผล    เข่งใบนี้มีมะม่วงและมังคุดอย่างละกี่ผล โจทย์กำหนดข้อมูลหรือความสัมพันธ์ใดมาให้บ้าง (โจทย์กำหนดข้อมูลมาให้ 2

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1