ศึกษาตัวบทและคุณค่า คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทยศาสตร์สงเคราะห์

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

จากบทเรียนครั้งที่แล้วที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวความเป็นมาและเนื้อหาโดยสังเขปของ คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ กันไปแล้ว เราได้รู้ถึงที่มาความเป็นไปของวรรณคดีที่เป็นตำราแพทย์ในอดีตรวมถึงเนื้อหา ฉะนั้นบทเรียนในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปเจาะลึกเกี่ยวกับตัวบทเพื่อให้รู้จักกับวรรณคดีเรื่องนี้กันมากขึ้น ว่าเหตุใดจึงเป็นตำราแพทย์ที่ได้มาอยู่ในแบบเรียนภาษาไทย ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้พร้อมกันเลยค่ะ

 

ตัวบทเด่น ๆ ในคัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

 

คัมภีร์ฉันทศาสตร์

 

ถอดความ เปรียบร่างกายของหญิงและชายเป็นกายนคร จิตใจเปรียบเหมือนกษัตริย์ซึ่งเป็นผู้ครอบครองสมบัติอันยิ่งใหญ่หรือก็คือร่างกาย ข้าศึกเปรียบได้กับโรคที่ทำลายร่างกายเรา พทย์เปรียบได้กับทหาร มีความชำนาญ เวลาที่ข้าศึกมาหรือเกิดโรคภัยขึ้นก็อย่างวางใจ แผ่ลามไปทุกแห่ง

 

คัมภีร์ฉันทศาสตร์

 

ถอดความ ให้รักษากษัตริย์หรือก็คือดวงใจไว้ ให้รีบหายา และห้ามแพทย์โกรธหรือไม่พอใจ เพราะถ้าโรคเกิดขึ้นอาจทำให้คนไข้ถึงแก่ความตาย น้ำดีในตับที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารเปรียบเหมือนเสบียงเลี้ยงกองทหาร ทางทั้งสามแห่งอย่างหัวใจ น้ำดี อาหาร จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องรักษาให้ดีเพราะถ้ามีข้าศึกหรือโรคร้ายบุกมาก็อาจจะทำให้พลาดโอกาสรักษา

 

เกร็ดน่ารู้ ปิตตํ หรือน้ำดี ถึงเป็นวังหน้า?

วังหน้า สถานที่ที่ประทับของบุคคลที่มีสถานะสำคัญรองลงมาจากพระมหากษัตริย์ มีความสำคัญในแง่ของการปกป้องเมือง เช่นเดียวกัน เมื่อเรากินอาหารที่มีไขมันเข้าไป อาหารที่ประเภทไขมันที่ตกถึงกระเพาะอาหารจะทำหน้าที่กระตุ้นให้ถุงน้ำดีบีบตัวส่งน้ำดีผ่านลงไปทางท่อนำน้ำดีเพื่อย่อยไขมันเหล่านั้น น้ำดีจึงเปรียบเหมือนวังหน้าซึ่งเป็นด่านแรกที่จะต้องเจอกับข้าศึกนั่นเอง

 

คุณค่าใน คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทยศาสตร์สงเคราะห์

 

คัมภีร์ฉันทศาสตร์

 

ด้านเนื้อหาและสังคม

คัมภีร์ฉันทศาสตร์ มีรูปแบบเป็นตำราที่ใช้สอนแพทย์ เพราะเนื้อนั้นมีตั้งแต่คุณสมบัติไปจนถึงจรรยาบรรณแพทย์ ลักษณะของแพทย์ที่ไม่ดีและดี ทำให้ได้เห็นคุณธรรมของแพทย์ได้อย่างเข้าใจง่ายมากขึ้น ทั้งนี้ยังสะท้อนด้านความเชื่อที่เริ่มต้นด้วยบทไหว้ครู บูชาพระรัตนตรัย เทพ รวมไปถึงหมอชีวก ทำให้เห็นความศรัทธาในศาสนาพุทธของคนไทย

 

 

ด้านวรรณศิลป์

มีการใช้อุปมาโวหารในการเปรียบเทียบร่างกายกับบ้านเมือง เรียกว่ากายนคร นอกจากนนี้กวียังเลือกคำมาใช้ได้อย่างชัดเจน อ่านแล้วเข้าใจง่าย มีการใช้ถ้อยคำอธิบายโดยการใช้คำสั้น ๆ กระชับ เพราะจุดประสงค์หลักของการแต่งวรรณคดีเรื่องนี้ขึ้นก็เพื่อให้ประชาชนคนทั่วไปอ่านได้เหมือนกัน ไม่ใช่แค่แพทย์ ทำให้คำศัพท์ในเรื่องนั้นจะไม่เป็นคำที่ยากจนเกินไป

 

 

ตำราแพทย์โบราณนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวรรณคดีที่ทรงคุณค่า เพราะนอกจากจะมีความงดงามทางภาษาที่ถูกแต่งให้อยู่ในฉันทลักษณ์ไพเราะในแบบฉบับของไทย ก็ยังมีคุณค่าด้านวิชาการความรู้ที่สำคัญอย่างมาก สะท้อนให้วิทยาการทางการแพทย์ในสมัยนั้นรวมไปถึงจรรยาบรรณแพทย์ที่ต้องบอกว่าแม้เวลาจะผ่านเป็นร้อยปี แต่ลักษณะที่ดีของแพทย์อย่างที่ควรจะเป็นก็ไม่ได้เชยหรือล้าหลัง ที่สำคัญคือเป็นตำราแพทย์ที่มีขึ้นเพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงการรักษา มีความรู้ทางการแพทย์พื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน สุดท้ายนี้น้อง ๆ สามารถตามไปชมคลิปการสอนของครูอุ้มเพื่อจะได้เข้าใจถึงตัวบทและสรุปความรู้โดยรวมได้ง่ายมากขึ้น ไปชมกันเลยค่ะ

 

 

อย่าพลาดการติดตามบทความภาษาไทยจาก nockacademy

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

NokAcademy_ม5 Relative Clause

การเรียนเรื่อง Relative Clause

สวัสดีค่ะนักเรียนม. 5 ที่รักทุกคน วันนี้เราจะไปดู Relative clause หรือ อนุประโยคในภาษาอังกฤษ ที่ทำหน้าที่เหมือนกันกับคำคุณศัพท์ (Adjective) ซึ่งมีหน้าที่ขยายคำนามที่อยู่ข้างหน้า  และจะใช้ตามหลัง Relative Pronoun เช่น  who, whom, which, that, และ whose แต่สงสัยมั้ยคะว่าทำไมต้องเรียนเรื่องนี้ ลองดูตัวอย่างประโยคด้านล่างแล้วจะร้องอ๋อมากขึ้น พร้อมข้อสอบ Error

ภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นใต้ มรดกทางวัฒณธรรมที่ควรค่าแก่การศึกษา

ภาษาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม โดยสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมผ่านภาษามากที่สุด ก็คือ การมีอยู่ของภาษาถิ่น ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้พูดติดต่อสื่อสารตามท้องถิ่นต่าง ๆ เพื่อให้คนในพื้นที่เข้าใจกัน ประเทศไทยมีทั้งหมด 6 ภาค ภาษาถิ่นที่เด่นชัดที่สุดจะแบ่งออกเป็นภาษาถิ่นภาคกลางซึ่งครอบคลุมไปถึงภาคตะวันตะวันตก อาจมีแตกต่างบ้างในเรื่องของคำศัพท์บางคำและสำเนียง ภาษาถิ่นเหนือและภาษาถิ่นอีสาน ที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบ้าน และด้วยภูมิภาคที่อยู่ใกล้กันทำให้บางคำก็ใช้ด้วยกัน และสุดท้าย ภาษาถิ่นใต้ ที่ค่อนข้างจะแตกต่างกับภาษาถิ่นอื่น ๆ แต่จะมีลักษณะ และมีคำศัพท์น่ารู้อะไรบ้างนั้น เราไปเรียนรู้เรื่องนี้พร้อมกันเลยค่ะ   ภาษาถิ่นใต้  

เพลงชาติไทย สัญลักษณ์ของความรักชาติที่ถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลง

‘ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย’ เชื่อว่าพอขึ้นต้นด้วยประโยคนี้ จะต้องมีน้อง ๆ หลายคนอ่านเป็นทำนองแล้วร้องต่อในใจแน่นอนว่า ‘เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน’ เพราะนี่คือ เพลงชาติไทย ที่เราได้ยินตอนแปดโมงเช้ากับหกโมงเย็นของทุกวันนั่นเองค่ะ บทเรียนในวันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความเป็นมา และความหมายของเพลงชาติไทยกันค่ะ มาดูพร้อมกันเลย   ประวัติความเป็นมาของ เพลงชาติไทย     ก่อนที่จะมีเพลงชาติไทย ประเทศไทยใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีที่เป็นเพลงประจำองค์พระมหากษัตริย์ เป็นเพลงประจำชาติ จนถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.

วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า 3 วิธีที่จะช่วยพัฒนาความคิดให้เป็นระบบ

การคิด คือ กระบวนการทำงานของสมองที่ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม โดยอาศัยประสบการณ์ความรู้และสภาพแวดล้อมมาพัฒนาการคิดและแสดงออกมาอย่างมีระบบ บทเรียนในวันนี้เราจะพาน้อง ๆ ไปเจาะลึกถึงวิธีการคิดทั้ง 3 แบบคือ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และ ประเมินค่า ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้พร้อมกันเลยค่ะ   การพัฒนาและแสดงความคิด   มนุษย์สามารถแสดงความคิดออกมาได้โดยการใช้ภาษา ซึ่งการใช้ภาษานั้นก็คือวิธีการถ่ายทอดความคิดที่อยู่ในหัวของเราออกมาให้คนอื่นเข้าใจและรู้ว่าเรามีความคิดต่อสิ่งนั้น ๆ อย่างไรบ้างไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือการเขียน ดังนั้นการพัฒนาความคิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยวิธีการคิดสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทดังนี้

E6 This, That, These, Those

This, That, These, Those

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นป.6 ที่น่ารักทุกคนวันนี้เราจะไปเรียนเรื่อง This, That, These, Those กันค่ะ พร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจ้า   เข้าสู่บทเรียน   ก่อนที่นักเรียนจะไปเรียนเรื่อง การใช้  This, That, These, Those ครูอยากจะให้ลองดูตัวอย่างของการใช้ This, That, These, Those (Determiners) และ This,

สมการเอกซ์โพเนนเชียล

สมการเอกซ์โพเนนเชียล

สมการเอกซ์โพเนนเชียล สมการเอกซ์โพเนนเชียล เป็นสมการที่จะมีเลขชี้กำลังเป็นตัวแปร เช่น ,   จากบทความที่ผ่านมาเราได้พูดถึงฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลไปแล้ว ในบทความนี้น้องๆจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการแก้สมการเอกซ์โพเนนเชียลซึ่งมีหลายวิธี  ซึ่งเรื่องสมการเอกซ์โพเนนเชียลนี้มักจะออกสอบบ่อยเรียกได้ว่าทุกปีเลย ดังนั้นวันนี้เราเลยยจะมาสอนน้องๆแก้สมการ และให้เทคนิคการแก้สมการเอกซ์โพเนนเชียล สำหรับใครที่ยังไม่ได้ทำความรู้จักกับฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลสามารถเข้าไปดูตามลิงค์นี้เลยค่ะ !!!ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล!!! การแก้สมการเอกซ์โพเนนเชียล วิธีที่ 1 : ทำฐานให้เหมือนกัน เมื่อฐานเท่ากันแล้ว เราก็จะได้ว่าเลขชี้กำลังก็จะเท่ากันด้วย ตัวอย่าง    วิธีที่ 2 : ทำเลขชี้กำลังให้เหมือนกัน

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1