การวัดและความเป็นมาของการวัด

ในบทความนี้เราจะได้เรียนรู้ความเป็นมาของการวัดในหลายๆมิติ จนกระทั่งวิวัฒนาการที่ทำให้ได้ความแม่นยำในการวัดอย่างเป็นมาตรฐานมากขึ้นเรื่อยๆ
การวัด

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

เนื่องจากในสมัยโบราณยังไม่มีเครื่องมือที่เป็นมาตรฐานในการวัดจึงได้มีการสื่อสารกันโดยอาศัยสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติการสื่อความหมายต่างๆ และได้มีวิวัฒนาการเครื่องมือและหลักการของการวัดอย่างเป็นมาตรฐานมาเรื่อยๆ

ความหมายของการวัด

เนื่องจากในสมัยโบราณยังไม่มีเครื่องมือที่เป็นมาตรฐานในการวัดไม่ว่าจะเป็นระยะทาง เวลาพื้นที่ หรือปริมาตร จึงได้มีการสื่อสารกันโดยอาศัยสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติการสื่อความหมายต่างๆ หลังจากนั้นได้มีวิวัฒนาการมาเรื่อย ๆ ตามยุคสมัย สำหรับการวัดความยาวมีวิวัฒนาการดังนี้ การวัดระยะทางจะใช้การบอกทางใกล้-ไกลโดยเปรียบเทียบกับธรรมชาติเช่น ไปอีกประมาณคุ้งน้ำ ต่อมาก็พัฒนามาเรื่อยๆเพื่อให้เกิดความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้นโดยใช้ส่วนของร่างกายเป็นเกณฑ์ เช่น นิ้ว ศอก คืบ วา แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนเพราะคืบ วา ศอก ของแต่ละคน แต่ละชุมชนนั้นมีความยาวไม่เท่ากัน

ความเป็นมาของการวัด

วิวัฒนาการการวัดและเครื่องมือวัดเป็นมาตรฐานสากล

 

2.1 ระบบอังกฤษ กำหนดหน่วยความยาวเป็น นิ้ว ฟุต หลา และไมล์

2.2 ระบบเมตริก กำเนิดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศสกำหนดความยาวเป็นเซนติเมตร เมตร กิโลเมตรเป็นต้น

ประเทศไทยก็ได้ประกาศพระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด ขึ้นในปี พ.ศ. 2466 โดยใช้ระบบเมตริกร่วมกับการวัดของไทยโดยเทียบเข้าหาระบบเมตริกดังนี้

 2 ศอก = 1 เมตร

1วา      =  2 เมตร

ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO) ได้กำหนดระบบวัดขึ้นมาใหม่เรียกว่าระบบหน่วยระหว่างประเทศหรือเรียกย่อ ๆ ว่าหน่วย SI เพื่อใช้ในการวัดทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหน่วย SI ได้กำหนดหน่วยรากฐานที่ใช้วัดปริมาณมูลฐาน 7 หน่วยคือ

เมตร (m) เป็นหน่วยที่ใช้วัดความยาว

กิโลกรัม (kg) เป็นหน่วยที่ใช้วัดมวล

วินาที (s) เป็นหน่วยที่ใช้วัดเวลา

แอมแปร์ (A) เป็นหน่วยที่ใช้วัดกระแสไฟฟ้า

เคลวิน (K) เป็นหน่วยที่ใช้วัดอุณหภูมิ

แคนเดลา (d) เป็นหน่วยที่ใช้วัดความเข้มของการส่องสว่าง

โมล (mol) เป็นหน่วยที่ใช้วัดปริมาตรของสาร

สำหรับหน่วยวัดความยาวจากหน่วยรากฐานคือ เมตร จะสามารถเพิ่มหน่วยการวัดได้โดยการนำคำมาเพิ่มข้างหน้าเพื่อเพิ่มหน่วยวัดให้มากขึ้นเช่น เซนติเมตร (cm) กิโลเมตร (km) เท่ากับ 1,000 เมตรเป็นต้น นอกจากการมีหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานแล้วในการวัดยังมีสิ่งสำคัญอีก 2 อย่างคือเครื่องมือที่ใช้วัดและคนวัด กล่าวคือถ้าเครื่องมือวัดได้มาตรฐานและคนวัดมีความแม่นยำ ค่าที่วัดได้ทุกครั้งก็มีความเที่ยงตรง

อย่างไรก็ตามในชีวิตประจำวันของเราไม่อาจนำเครื่องมือวัดติดตามไปได้ทุกที่เมื่อมีความจำเป็นต้องการทราบความยาวหรือปริมาณของสิ่งต่างๆก็ต้องใช้การคาดคะเน การคาดคะเน คือการบอกประมาณของปริมาณของสิ่งต่างๆโดยไม่ได้วัดจริงค่าที่ได้จากการคาดคะเนจะใกล้เคียงความเป็นจริมมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และทักษะของผู้คาดคะเน

คลิปตัวอย่างการวัดและความเป็นมาของการวัด

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

ลำดับเรขาคณิต

ลำดับเรขาคณิต

ลำดับเรขาคณิต ลำดับเรขาคณิต คือ ลำดับที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างคงที่เป็นจำนวนเท่า ซึ่งจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้นเรียกว่า อัตราส่วนร่วม เขียนแทนด้วย r โดยที่ r = พจน์ขวาหารด้วยพจน์ซ้าย การเขียนลำดับเราจะเขียนแทนด้วย    โดยที่ คือพจน์ทั่วไปหรือเรียกอีกอย่างว่า พจน์สุดท้ายนั่นเอง ตัวอย่างของลำดับเรขาคณิต 2, 4, 8, 16, 32, … จะได้ว่า 

vowel sounds

การออกเสียงสระในภาษาอังกฤษ: English Vowel Sounds

สวัสดีน้องๆ ป. 6 ทุกคนนะครับ อาทิตย์ที่แล้วพี่ได้อธิบายเรื่องการออกเสียงพยัญชนะในภาษาอังกฤษกันไปแล้ว คราวนี้เราจะมาลองดูเสียงสระในภาษาอังกฤษกันครับว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!

wh- question

Wh- Question ใน Past Simple และ Future Tense

สวัสดีน้องๆ ม. 2 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ Wh- Question ในประโยคที่เป็น Past Simple และ Future Tense จะเป็นอย่างไรลองไปดูกันเลยครับ

พื้นที่ผิวทรงกรวยและลูกบาศก์

พื้นที่ผิวทรงกรวยและลูกบาศก์ การหาพื้นที่ผิวทรงกรวยเเละลูกบาศก์นั้นมักเป็นสิ่งที่เราอาจได้ใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องการออกเเบบทางวิศวกรรม หรือสถาปัตยกรรม ที่ต้องนำพื้นที่ผิวมาประเมินค่าใช้จ่ายในการทาสี, การปูกระเบื้อง, หรือเเม้กระทั่งปริมาณการใช้วัสดุในการสร้างชิ้นงานต่าง ๆ รูปร่างทรงกรวยเเละลูกบาศก์สามารถเห็นได้บ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน เช่น โคนไอติม, กรวยจราจร, หมวกปาร์ตี้ ที่มีลักษณะเป็นทรงกรวย เเละลูกเต๋า, ก้อนน้ำเเข็ง ที่มีลักษณะเป็นลูกบาศก์ ซึ่งการหาพื้นที่ผิวทั้งหมดของทรงกรวยเเละลูกบาศก์นั้น มีวิธีง่ายๆ คือ ให้เรามองรูปสามมิติกลายเป็นรูปประกอบของเรขาสองมิติ พื้นที่ผิวทรงกรวย ทรงกรวย คือ รูปทรงเรขาคณิต

เส้นตรง

เส้นตรง

เส้นตรง เส้นตรง มีสมการรูปแบบทั่วไปคือ Ax + By + C = 0 และสมการรูปแบบมาตรฐานของเส้นตรงจะเขียนอยู่ในรูป y = mx + C ซึ่งจะอยู่ในหัวข้อ “สมการเส้นตรง” เส้นตรงหนึ่งเส้นประกอบไปด้วยจุดหลายจุด ซึ่งจุดเหล่านี้จะทำให้เราสามารถหาความชันได้ และเมื่อเราทราบความชันก็จะสามารถหาสมการเส้นตรงได้นั่นเอง ความชันของเส้นตรง ความชันของเส้นตรง ส่วนใหญ่นิยมใช้ m

กัณฑ์มัทรี

กัณฑ์มัทรี ศึกษาตัวบทและข้อคิดของกัณฑ์ที่ 9 ในมหาชาติชาดก

กัณฑ์ หมายถึง คำเทศน์ หรือตอนหนึ่ง ๆ ของเทศน์เรื่องยาว นับเป็นลักษณนามของเทศน์ ในมหาชาติชาดก เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นมากันไปแล้วว่ามีทั้งหมด 13 กัณฑ์ รวมถึงเรื่องย่อของกัณฑ์มัทรี ซึ่งเป็นกัณฑ์ที่ 9 มีความเชื่อว่าถ้าใครได้ฟังเทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์ของมหาชาติชาดก ก็จะทำให้ขึ้นสวรรค์ นอกจากนี้หากบูชากัณฑ์ต่าง ๆ ก็จะได้ผลที่ดีแก่ตัวเอง ผู้ที่บูชากัณฑ์มัทรี จะทำให้เป็นผู้มั่งคั่ง สมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สมบัติ เป็นผู้มีอายุยืนยาว

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1