แผนภูมิแท่ง และการเปรียบเทียบข้อมูล

บทความนี้จะพูดถึงการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของแผนภูมิแท่งไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบข้อมูล 2 จำนวน และ 3 จำนวน น้องๆจะสามารถนำข้อมูลที่สำรวจมาเขียนเป็นแผนภูมิแท่งได้และจะง่ายต่อการนำเสนอมากยิ่งขึ้น
แผนภูมิแท่ง

สารบัญ

พิเศษสำหรับน้องๆชั้น ม.1
ติวคณิตศาสตร์ เทอม1 ติวพิเศษกับ “ครูพี่ดาว” เริ่มวันที่ 14 มิถุนายน

เนื้อหาเรื่องแผนภูมิแท่งสามารถนำไปให้ในชีวิตประจำวันได้ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนองานในห้องเรียน หรือแม้กระทั่งในวัยทำงาน เพราะแผนภูมิแท่งมีข้อมูลที่ครบถ้วนแล้วมองข้อมูลแบบภาพรวมทั้งหมด ทำให้ง่ายต่อการนำเสนอและผู้รับสารก็จะมองภาพได้ชัดเจนขึ้น

แผนภูมิแท่งคืออะไร ?

แผนภูมิแท่งคือแผนภูมิที่ประกอบไปด้วยแกนแนวตั้งและแกนแนวนอน และรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีความสูงแตกต่างกันขึ้นอยู่กับขนาดของข้อมูล แต่จุดเริ่มต้นจะต้องเริ่มจากระดับเดียวกันเสมอ นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบอื่นเช่น ชื่อแผนภูมิ ชุดข้อมูล และป้ายชื่อข้อมูลในแต่ละแกนและสุดท้ายหากแผนภูมิที่มีข้อมูลตั้งแต่ 2 ข้อมูลขึ้นไปจะต้องมีคำอธิบายแผนภูมิด้วย

ส่วนประกอบแผนภูมิแท่ง

แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบ

แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบคือการนำข้อมูลที่มีลักษณะเหมือนกันตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไปนำมาแสดงการเปรียบเทียบโดยเขียนเป็นแผ่นภูมิแท่งขึ้นมา โดยใช้เส้นแนวตั้งและแนวนอนร่วมกัน

แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบตัวอย่างแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบข้อมูล 2 ชุด

แผนภูมิแท่ง

แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบข้อมูล 4 ชุด

การอ่านแผนภูมิแท่ง

การอ่านแผนภูมิสามารถอ่านได้จากเส้นแสดงจำนวน โดยสามารถกำหนดว่าให้อยู่แกนแนวนอน หรือแกนแนวตั้งก็ได้

การอ่านแผนภูมิแท่ง

จากตารางจงตอบคำถามต่อไปนี้

1.ร้อยละของกลุ่มอายุใดที่สวมหมวกกันน็อคเป็นบางครั้งขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์สูงสุด 

เฉลย ช่วงอายุ 15 – 24 ปี

2.เมื่อเปรียบเทียบประชากรกลุ่มอายุ 15 – 24 ปี กับกลุ่มอายุ 60ปีขึ้นไปร้อยละของกลุ่มอายุใดที่ไม่เคยสวมหมวกกันน็อคมากกว่าและมากกว่ากันเท่าไหร่

เฉลย ช่วงอายุ 15 – 24 ปีไม่เคยสวมหมวกกันมากกว่าอยู่ร้อยละ 38.7

คลิปตัวอย่างเรื่องแผนภูมิแท่ง

 

+4
NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย
พิเศษสำหรับน้องๆชั้น ม.1
ติวคณิตศาสตร์ เทอม1 ติวพิเศษกับ “ครูพี่ดาว” เริ่มวันที่ 14 มิถุนายน

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ วิดีโอ และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

Share on twitter
Share on facebook

การใช้ตัวเชื่อม (Connective words): First,… Second,… Third,… Fourth,… Finally,…

 การใช้ตัวเชื่อม (Connective words) สวัสดีค่ะนักเรียน ม.2 ทุกคน วันนี้ครูมีเทคนิคที่จะทำให้ทุกคนนำไปปรับใช้กับงานเขียนด้วย  การใช้ตัวเชื่อม (connective words) ในภาษาอังกฤษกันค่ะ โดยปรกติแล้วงานเขียนแบ่งออกออกเป็นสองรูปแบบหลักๆคือ เรียงความ (Essay Writing) กับ พารากราฟ (Paragraph Writing) ขอสรุปสั้นๆง่ายๆ ให้ทุกคนเข้าใจว่า Essay คือเรียงความเพราะฉะนั้นจะยาวกว่า Paragraph ที่เป็นเพียงย่อหน้าหนึ่งเท่านั้นนั่นเองค่ะ 

Imperative Sentence

Imperative Sentence: การใช้ประโยคคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำง่ายๆ

สวัสดีครับน้องๆ 🙂 วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องประโยคคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำในภาษาอังกฤษ หรือที่เรียกว่า “Imperative Sentence” กันครับ

NokAcademy_Articles E5

Articles: a/an/the

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้น ป. 6 ที่น่ารักทุกคนวันนี้ครูได้สรุปเรื่อง  Articles: a/an/the พร้อมเทคนิคการนำไปใช้ มาฝากกันค่ะ หากพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย   Articles คืออะไร   Articles เป็นคำคุณศัพท์อย่างหนึ่ง การเรียน เรื่อง Articles นี้ที่มีหน้าที่หลักคือ ใช้นำหน้าคำนาม เราต้องทำความเข้าใจควบคู่ไปกับเรื่องนามนับได้ ( Countable Nouns )

ความน่าเชื่อถือของสื่อที่ฟัง

ฟังอย่างไรให้ได้สาระประโยชน์ดี ๆ ด้วยวิธีวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อที่ฟัง

บทนำ สวัสดีน้อง ๆ ทุกคนยินดีต้อนรับเข้าสู่เนื้อหาในบทเรียนภาษาไทยกันอีกครั้ง สำหรับบทเรียนในวันนี้ต้องบอกว่ามีประโยชน์มาก ๆ และเราควรจะต้องศึกษาไว้เพื่อนำไปใช้ในการฟัง หรือคัดกรองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่เรารับฟังมาให้มากขึ้น ซึ่งเราจะพาน้อง ๆ มาฝึกฝนการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อที่ฟังกัน เพราะในปัจจุบันเราสามารถรับสารได้หลากหลายรูปแบบมีทั้งประโยชน์ และโทษ ดังนั้น เราจึงต้องมีทักษะนี้ติดตัวไว้แยกแยะว่าสื่อนั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ถ้าน้อง ๆ พร้อมแล้วเรามาเริ่มเรียนกันเลย   ความหมายของความน่าเชื่อถือ และสื่อ ความน่าเชื่อถือ หมายถึง

ฟรี! ดูวิดีโอบทเรียนสั้นๆ แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้