Wh- Questions with do, does, did

สวัสดีน้องๆ ม. 3 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้การถามคำถามโดยใช้ Wh- Questions ในภาษาอังกฤษกันครับ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย
wh- questions

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

Wh- Questions

ในประโยคคำถามภาษาอังกฤษนั้นเรามักจะพบเห็นการใช้ Wh- questions ในการขึ้นต้นประโยคอยู่บ่อยๆ ซึ่งคำเหล่านี้จะใช้ถามข้อมูลต่างๆ (Asking for Information) ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ เวลา และอื่นๆ อีกมากมาย โดยคำเหล่านี้ได้แก่

 

Wh- Questions

ความหมาย

What

อะไร

Where

ที่ไหน

When

เมื่อไหร่

Why

ทำไม

Which

อันไหน

Who

ใคร

How

อย่างไร

 

ซึ่งวันนี้เราจะมาดูโครงสร้างประโยคที่ใช้ Wh- questionss พร้อมกับ Verb to do (do, does, did) กันครับ ซึ่งจะมีโครงสร้างดังนี้

wh- questions

โดยเราจะใช้ do เมื่อประธานเป็น I, You, We, They หรือเป็นพหูพจน์ และ

เราจะใช้ does เมื่อประธานเป็น He, She, It หรือเป็นเอกพจน์

และหากเราถามถึงสิ่งที่เป็นอดีต เราจะใช้ did กับประธานทุกตัวครับ

 

ตัวอย่างประโยค

Where do you live?
(คุณอาศัยอยู่ที่ไหน?)
ตัวอย่างคำตอบ: I live in Bangkok.

What languages does she speak?
(หล่อนพูดภาษาอะไรบ้าง?)
ตัวอย่างคำตอบ: She speaks Thai, English, and Japanese.

When do you go to school?
(คุณไปโรงเรียนเมื่อไหร่?)
ตัวอย่างคำตอบ: I go to school at 7.15 am.

How does Tom go to work?
(ทอมไปโรงเรียนอย่างไร?)
ตัวอย่างคำตอบ: He goes to work by bus.

Why did you call me last night?
(คุณโทรหาฉันทำไมเมื่อคืนนี้?)
ตัวอย่างคำตอบ: Because I was sent to the hospital.

Which jacket do you like?
(คุณชอบเสื้อแจ็คเก๊ตตัวไหน?)
ตัวอย่างคำตอบ: I like the blue one.

Who do you go with this evening?
(คุณไปกับใครเย็นนี้?)
ตัวอย่างคำตอบ: I go with my mom this evening.

example

example 2

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับการใช้ Wh- questions พร้อมกับ Verb to do ในการตั้งคำถาม หวังว่าน้องๆ คงจะได้ความรู้กันไม่มากก็น้อยนะครับ หากน้องๆ ยังต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม ก็สามารถรับชมวิดีโอจากช่อง Nock Academy ด้านล่างได้เลยครับ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

Imperative for Advice

Imperative for Advice: การให้คำแนะนำ

สวัสดีน้องๆ ป. 6 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนเรื่องง่ายๆ อย่าง Imperative for Advice กัน จะง่ายขนาดไหนเราลองไปดูกันเลยครับ

คำที่ยืมมาจากภาษาญี่ปุ่นและจีน

คำที่ยืมมาจากภาษาญี่ปุ่นและจีน มีอะไรบ้างในภาษาไทย

  คำที่ยืมมาจากภาษาญี่ปุ่นและจีน น้อง ๆ ทราบไหมคะว่ามีคำไหนบ้าง ทั้งสองประเทศนี้คือประเทศในแทบเอเชียเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้อยู่ใกล้เรานัก แล้วทำไมถึงมีคำจากภาษาญี่ปุ่นและจีนเข้ามาปะปนอยู่ในชีวิตประจำได้ บทเรียนภาษาไทยเรื่องลักษณะคำที่ยืมมาจากภาษาญี่ปุ่นและจีนในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำศัพท์ต่าง ๆ ที่ยืมมา จะมีคำไหนบ้าง ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ   ที่มาของภาษาญี่ปุ่นและจีนในภาษาไทย     คำที่ยืมมาจากญี่ปุ่นและจีน มีด้วยกันมากมายหลายคำเลยค่ะ บางคำ อาจจะไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นกับจีน ไม่ใช่คำภาษาไทย เพราะสองประเทศในเอเชียนี้เข้ามามีอิทธิพลกับประเทศมาตั้งแต่โบราณ

การใช้ Tenses : Present Simple Tense/ Present Continuous Tense

สวัสดีนักเรียนชั้นม.2 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปดู “การใช้ Tenses : Present simple/ Present Continuous” พร้อมทั้งตัวอย่างสถานการณ์ใกล้ตัว หากพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย ทบทวน Present Simple Tense       ความหมาย: Present แปลว่า ปัจจุบัน ดังนั้น Present

ระยะห่างของเส้นตรง

ระยะห่างของเส้นตรง

ระยะห่างของเส้นตรง ระยะห่างของเส้นตรง มีทั้งระยะห่างระหว่างจุดกับเส้นตรง และระหว่างเส้นตรงสองเส้นที่ขนานกัน ซึ่งจากบทความเรื่องเส้นตรง น้องๆพอจะทราบแล้วว่าเส้นตรงสองเส้นที่ขนานกันความชันจะเท่ากัน ในบทความนี้น้องๆจะทราบวิธีการหาระยะห่างของเส้นตรงที่ขนานกันด้วยซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในการหาสมการเส้นตรงได้ด้วย ระยะห่างระหว่างเส้นตรงกับจุด จากรูปจะได้ว่า  โดยที่ A, B และ C เป็นค่าคงที่ และ A, B ไม่เป็นศูนย์พร้อมกัน ตัวอย่าง1  หาระยะห่างระหว่างจุด (1, 5) และเส้นตรง 2x

การใช้ Past Simple Tense เน้น Verb to be

การใช้ Past Simple Tense เน้น Verb to be เกริ่นนำ เกริ่นใจ เรื่องอดีตนั้นไม่ง่ายที่จะลืม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องราวชีวิตของใครคนหนึ่งที่เราเอาใจใส่ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราควรที่จะให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจเรื่องง่าย ๆ อย่าง Past simple tense ซึ่งเป็นโครงสร้างประโยคที่เราใช้ในการเล่าเรื่องราวในอดีตที่เคยเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่เมื่อกี้ ไปจนถึงเรื่องของเมื่อวาน  ภาษาไทยของเราเองก็ใช้โครงสร้างประโยคนี้บ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เราอยากจะเล่าเรื่องของเรา ของใครคนอื่นที่เราอยากจะเม้ามอยกับคนรอบข้างอ่ะ

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1