Should Have + Past Participle
ในภาษาอังกฤษเราจะใช้โครงสร้าง should have + past participle (กริยาช่อง 3) ในการพูดถึงเรื่องราวในอดีตที่ “ไม่ได้เกิดขึ้นจริง” บางที่อาจจะบอกว่า “ใช้เล่าถึงอดีตที่ตรงข้ามกับความจริงในปัจจุบัน” ซึ่งโครงสร้างนี้มีความหมายว่า “ควรจะ” หรือ “น่าจะ” ใช้แสดงอารมณ์เสียดาย หรือผิดหวังที่เราไม่ได้ทำสิ่งนั้นๆ นั่นเองครับ ซึ่งโครงสร้างของมันก็คือ

ซึ่งเราสามารถเขียนแบบย่อได้เป็น should’ve
ตัวอย่างการใช้ในประโยคบอกเล่า
I should’ve done that. = (ในตอนนั้น)ฉันน่าจะทำมัน
I should’ve called you last night. (ฉันน่าจะโทรหาเธอเมื่อคืนนี้) = ความจริงคือไม่ได้โทรและรู้สึกผิด
You should’ve told me beforehand. (คุณน่าจะบอกฉันก่อนหน้านี้นะ) = ความจริงคือไม่ได้บอก
Shouldn’t Have + Past Participle
หากเราต้องการทำเป็นประโยคปฏิเสธ เราสามารถเติม not ไว้ข้างหลัง should ได้เลยครับ และสามารถเขียนย่อได้เป็น shouldn’t ซึ่งจะแปลว่า “ไม่น่า…เลย” และเราสามารถเขียนโครงสร้างของมันได้ดังนี้

ตัวอย่างการใช้แบบประโยคปฏิเสธ
**I shouldn’t have done that. **(ฉันไม่น่าทำมันเลย) = ความจริงคือทำลงไปแล้ว
You shouldn’t have called me. I was in an important meeting. (คุณไม่ควรโทรหาฉันเลย ตอนนั้นฉันกำลังมีประชุมสำคัญ) = สามารถอนุมานได้ว่าเขาโทรมาตอนที่เธอกำลังอยู่ในที่ประชุม
She shouldn’t have bought that bag. It’s on sale for 90% today. (เธอไม่น่าซื้อกระเป๋าใบนั้นเลย ตอนนี้มันกำลังเซลล์ 90%) = ความจริงคือเธอซื้อกระเป๋ามาแล้วในราคาเต็ม
Mike shouldn’t have left you alone in the cinema. (ไมค์ไม่ควรทิ้งเธอไว้ในโรงภาพยนตร์คนเดียวเลย) = ความจริงคือเขาทิ้งเธอไว้ในโรงภาพยนตร์คนเดียว
น้องๆ จะเห็นว่าเรื่อง Should Have + Past Participle นั้นเป็นไวยากรณ์เรื่องเล็กๆ แต่สำคัญและได้ใช้บ่อยๆ มากในชีวิตประจำวัน เพราะบางครั้งเราก็เผลอทำอะไรลงไปแล้วค่อยมานึกเสียดาย หรือรู้สึกผิดทีหลังอยู่บ่อยๆ เลยล่ะครับ แต่ถ้าไม่อยากรู้สึกเสียดายทีหลังน้องๆ สามารถตั้งใจดูวิดีโอเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ด้านล่างนี้เลยครับ









