I Should Have Done It! โครงสร้างประโยค “รู้งี้”

สวัสดีน้องๆ ม. 6 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับหลักไวยากรณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ใช้ประโยชน์มากๆ นั่นคือเรื่องการใช้ should have + past participle นั่นเองครับ จะเป็นอย่างไรลองไปดูกันเลยครับ
should have

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

Should Have + Past Participle

ในภาษาอังกฤษเราจะใช้โครงสร้าง should have + past participle (กริยาช่อง 3) ในการพูดถึงเรื่องราวในอดีตที่ “ไม่ได้เกิดขึ้นจริง” บางที่อาจจะบอกว่า “ใช้เล่าถึงอดีตที่ตรงข้ามกับความจริงในปัจจุบัน” ซึ่งโครงสร้างนี้มีความหมายว่า “ควรจะ” หรือ “น่าจะ” ใช้แสดงอารมณ์เสียดาย หรือผิดหวังที่เราไม่ได้ทำสิ่งนั้นๆ นั่นเองครับ ซึ่งโครงสร้างของมันก็คือ

should have done

ซึ่งเราสามารถเขียนแบบย่อได้เป็น should’ve

 

ตัวอย่างการใช้ในประโยคบอกเล่า

I should’ve done that.
= (ในตอนนั้น)ฉันน่าจะทำมัน

I should’ve called you last night.
(ฉันน่าจะโทรหาเธอเมื่อคืนนี้)
= ความจริงคือไม่ได้โทรและรู้สึกผิด

You should’ve told me beforehand.
(คุณน่าจะบอกฉันก่อนหน้านี้นะ)
= ความจริงคือไม่ได้บอก

 

Shouldn’t Have + Past Participle

หากเราต้องการทำเป็นประโยคปฏิเสธ เราสามารถเติม not ไว้ข้างหลัง should ได้เลยครับ และสามารถเขียนย่อได้เป็น shouldn’t ซึ่งจะแปลว่า “ไม่น่า…เลย” และเราสามารถเขียนโครงสร้างของมันได้ดังนี้

shouldn't have done

 

ตัวอย่างการใช้แบบประโยคปฏิเสธ

I shouldn’t have done that.
(ฉันไม่น่าทำมันเลย)
= ความจริงคือทำลงไปแล้ว

You shouldn’t have called me. I was in an important meeting.
(คุณไม่ควรโทรหาฉันเลย ตอนนั้นฉันกำลังมีประชุมสำคัญ)
= สามารถอนุมานได้ว่าเขาโทรมาตอนที่เธอกำลังอยู่ในที่ประชุม

She shouldn’t have bought that bag. It’s on sale for 90% today.
(เธอไม่น่าซื้อกระเป๋าใบนั้นเลย ตอนนี้มันกำลังเซลล์ 90%)
= ความจริงคือเธอซื้อกระเป๋ามาแล้วในราคาเต็ม

Mike shouldn’t have left you alone in the cinema.
(ไมค์ไม่ควรทิ้งเธอไว้ในโรงภาพยนตร์คนเดียวเลย)
= ความจริงคือเขาทิ้งเธอไว้ในโรงภาพยนตร์คนเดียว

 

น้องๆ จะเห็นว่าเรื่อง Should Have + Past Participle นั้นเป็นไวยากรณ์เรื่องเล็กๆ แต่สำคัญและได้ใช้บ่อยๆ มากในชีวิตประจำวัน เพราะบางครั้งเราก็เผลอทำอะไรลงไปแล้วค่อยมานึกเสียดาย หรือรู้สึกผิดทีหลังอยู่บ่อยๆ เลยล่ะครับ แต่ถ้าไม่อยากรู้สึกเสียดายทีหลังน้องๆ สามารถตั้งใจดูวิดีโอเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ด้านล่างนี้เลยครับ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

Suggesting Profile

สำนวนการเสนอ การขออนุญาต และขอความช่วยเหลือ

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม. 4 ที่น่ารักทุกคน วันนี้ครูจะพาไปตะลุย “สำนวนการเสนอ การขออนุญาต และขอความช่วยเหลือ พร้อมทั้งเทคนิคการพูดตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจร้า สำนวนการเสนอ   ในชีวิตประจำวันของเรานั้น ล้วนจะต้องเจอกลุ่มประโยคคำถามในเชิงชักชวน และการเสนอแนะที่ใช้เป็นรูปแบบคำถามนั้นถือเป็นการเสนอแนะชักชวนทางอ้อม ถ้าเทียบกับนิสัยคนไทยแล้ว ก็เพื่อแสดงถึงความเกรงใจ ไม่พูดมาตรงๆ เพื่อจุดประสงคืบางอย่าง ซึ่งเป็นนิสัยที่คนไทยส่วนใหญ่มีอยู่แล้ว ในภาษาอังกฤษการใช้ภาษาเหล่านี้จะทำให้การสนทนาดูเป็นธรรมชาติและคล่องมากขึ้น โดยที่บางครั้งผู้ถามนั้นหว่านล้อมผู้ฟังด้วยการ ชวนให้ทำ หรือแนะนำให้ทำนั่นเอง ประโยคคำถามที่ใช้มีดังนี้  

เสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทยมีความสำคัญอย่างไร

  เสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทยมีความสำคัญไม่แพ้เสียงพยัญชนะและเสียงวรรณยุกต์เลยค่ะ น้อง ๆ ทราบไหมคะว่าเสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทยเรานั้นเป็นเหมือนตัวกำหนดความหมายของคำเลยก็ว่าได้ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น วันนี้เรามีคำตอบให้แล้วค่ะ เราไปเรียนรู้เกี่ยวเสียงวรรณยุกต์พร้อมๆ กันเลยค่ะว่าทำไมถึงมีความสำคัญ   เสียงวรรณยุกต์คืออะไร   เสียงวรรณยุกต์ หมายถึง เสียงที่ใช้บอกระดับสูงต่ำของคำ มี 4 รูป 5 เสียง   รูปวรรณยุกต์   รูปวรรณยุกต์มี 4

วิชชุมมาลาฉันท์

เรียนรู้การแต่ง วิชชุมมาลาฉันท์ 8 ฉันท์ที่เปล่งสำเนียงยาวดุจสายฟ้า

ฉันท์ คือ ลักษณะถ้อยคำที่กวีได้ประพันธ์ขึ้นเพื่อให้เกิดความไพเราะ โดยกำหนดครุ ลหุ และสัมผัสไว้เป็นมาตรฐาน มีด้วยกันมากมายหลายชนิด จากที่บทเรียนครั้งก่อนเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับที่มาและพื้นฐานการแต่งฉันท์ไปแล้ว บทเรียนในวันนี้เราจะมาเจาะลึกให้ลึกขึ้นไปอีกด้วยการฝึกแต่ง วิชชุมมาลาฉันท์ 8 กันค่ะ ฉันท์ประเภทนี้จะเป็นอย่างไร ทำไมถึงเป็น 8  ถ้าพร้อมแล้วเราไปเรียนรู้พร้อมกันเลยค่ะ   คำประพันธ์ประเภท ฉันท์   ฉันท์ในภาษาไทยได้แบบแผนมาจากอินเดีย ในสมัยพระเวท แต่ลักษณะฉันท์ในสมัยพระเวทไม่เคร่งครัดเรื่องครุ ลหุ นอกจากจะบังคับเรื่องจำนวนคำในแต่ละบท

P5 NokAcademy_การเรียนเกี่ยวกับทิศทางและการถามทาง

การเรียนเกี่ยวกับทิศทางและการถามทาง

สวัสดีค่ะนักเรียนป.5 ที่น่ารักทุกคน เคยมั้ยที่เราเจอฝรั่งถามทางแล้วตอบไม่ได้ ทำได้แค่ชี้ๆ แล้วก็บ๊ายบาย หากทุกคนเคยเจอปัญหานี้ ต้องท่องศัพท์และรู้โครงสร้างประโยคที่สำคัญในการถามทางแล้วล่ะ  หากพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย กับหัวข้อ การเรียนเกี่ยวกับทิศทางและการถามทาง   มาเริ่มกับการ “ถาม-ตอบเกี่ยวกับทิศทาง”   วิธีการถามตอบ: โครงสร้าง:  How can I get to…(name of the place)..? แปล

Profile

การตั้งประโยคคำถามแบบมีกริยาช่วยนำหน้าและ Wh-questions

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.1 ทุกคน วันนี้ครูจะพาไปดู ความแตกต่างของ ประโยคคำถามที่มีกริยาช่วยนำหน้า กับ Wh-questions กันค่ะ พร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย มารู้จักกับกริยาช่วย   Helping verb หรือ Auxiliary verb กริยาช่วย หรือ ภาษาทางการเรียกว่า กริยานุเคราะห์  คือกริยาที่วางอยู่หน้ากริยาหลัก (Main verb) ในประโยค  ทำหน้าที่ช่วยกริยาอื่นให้มีความหมายตาม

สับเซตและเพาเวอร์เซต

บทความนี้จะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับสับเซต เพาเวอร์เซต ซึ่งเป็นเนื้อหาที่สำคัญ หลังจากที่น้องๆอ่านบทความนี้จบแล้ว น้องๆจะสามารถบอกได้ว่า เซตใดเป็นสับเซตของเซตใดและสามารถบอกได้ว่าสมาชิกของเพาเวอร์เซตมีอะไรบ้าง

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1