Future Continuous Tense การกล่าวถึงสิ่งที่กำลังทำในอนาคต

สวัสดีน้องๆ ม. 6 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนเกี่ยวกับ Tense หนึ่งในภาษาอังกฤษนั่นคือ Future Continuous Tense ครับ ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลย
future continuous

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

Future Continuous Tense

Future Continuous Tense หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Future Progressive แปลตามก็ตัวก็ง่ายๆ เลยครับว่าคือสิ่งที่กำลังทำในอนาคต Tense นี้จะใช้บอกสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตเหมือน Future Simple Tense แต่จะระบุว่าสิ่งที่ทำนั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยครับ ซึ่งโครงสร้างก็ Tense นี้ก็คือ

future continuous structure

 

ตัวอย่างประโยคและการใช้งาน

ในโครงสร้างนี้นั้นมักจะมี “ตัวบอกเวลา” ในประโยคเพื่อเจาะจงช่วงเวลาในอนาคตที่เรากำลังทำกริยานั้นๆ ลองดูประโยคนี้ครับ

At five o’clock tomorrow, I will be having dinner with my family.
(เวลาห้าโมงเย็นพรุ่งนี้ ฉันจะกำลังรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัว)

Will be having คือโครงสร้างของ Future Progressive กริยาที่ใช้ก็คือ to have (รับประทาน) แสดงให้เห็นการกระทำที่ต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต (กำลังรับประทานอาหารนั่นเองครับ)

future progressive example

 

ตัวอย่างอื่นๆ

Jane will be working for her project tomorrow night.
(เจนจะกำลังทำโปรเจ็คของเธอในคืนวันพรุ่งนี้)

Kim will be watching a football match on Friday.
(คิมจะกำลังดูฟุตบอลวันศุกร์นี้)

At midnight, she will be going to the airport.
(ในเวลาเที่ยงคืน เธอจะกำลังไปที่สนามบิน)

future cont example

 

ข้อควรจำ

กริยาที่ใช้ในโครงสร้างนี้จะต้องเป็น Action Verbs เท่านั้น กล่าวอย่างง่ายคือต้องเป็นกริยาที่สามารถแสดงการกระทำที่ต่อเนื่องได้ เช่น

 

After I read the book, I will be knowing all the answers for tomorrow’s test.
(หลังจากฉันอ่านหนังสือ ฉันจะกำลังรู้คำตอบของข้อสอบวันพรุ่งนี้ทั้งหมด)

ประโยคด้านบนนั้นผิดหลักไวยากรณ์เพราะคำว่า know นั้นไม่สามารถแสดงอาการอย่างต่อเนื่องได้ (รู้ก็คือรู้เลย ไม่สามารถ “กำลังรู้” ได้) ฉะนั้นต้องแก้เป็น Future Simple ธรรมดา

After I read the book, I will know all the answers for tomorrow’s test.
(หลังจากฉันอ่านหนังสือ ฉันจะรู้คำตอบของข้อสอบวันพรุ่งนี้ทั้งหมด)

 

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับ Future Continuous หรือ Future Progressive ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ แต่ถ้าน้องๆ คนไหนอยากทบทวนเพิ่มเติมก็สามารถรับชมวิดีโอจากช่อง Nock Academy ได้ด้านล่างเลยครับ ไว้เจอกันใหม่ครับผม

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

การใช้พจนานุกรม เรียนรู้วิธีหาคำให้เจอได้อย่างทันใจ

​พจนานุกรม มาจากคำภาษาบาลีว่า วจน (อ่านว่า วะ-จะ-นะ) ภาษาไทยแผลงเป็น พจน์ แปลว่า คำ คำพูด ถ้อยคำ กับคำว่า อนุกรม แปลว่า ลำดับ เมื่อรวมกันแล้วพจนานุกรมจึงหมายถึงหนังสือที่รวบรวมคำโดยจัดเรียงคำตามลำดับตัวอักษร แต่ด้วยความที่คำในภาษาไทยของเรานั้นมีมากมาย ทำให้น้อง ๆ หลายคนอาจจะมีท้อใจบ้างเมื่อเห็นความหนาของเล่มพจนานุกรม ไม่รู้จะหาคำที่ต้องการได้อย่างไร บทเรียนในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้ถึงวิธี การใช้พจนานุกรม

ค่าของฟังก์ชันไซน์และโคไซน์

ค่าของฟังก์ชันไซน์และโคไซน์

ค่าของฟังก์ชันไซน์และโคไซน์ ค่าของฟังก์ชันไซน์และโคไซน์ จะเกี่ยวข้องกับ θ พิกัดของ จุด (x, y) ซึ่งในบทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่าง x, y กับ θ จากบทความที่ผ่านมาเราได้รู้จักวงกลมหนึ่งหน่วยและการวัดความยาวส่วนโค้ง ในบทความนี้น้องๆจะได้รู้จักกับฟังก์ชันไซน์ (sine function) และฟังก์ชันโคไซน์ (cosine function) และวิธีการหาค่าของฟังก์ชันทั้งสอง Sine function =

การใช้ going to / will ในการสร้างประโยค

การใช้ going to / will ในการสร้างประโยค เกริ่นนำเกริ่นใจ   ภาพใหญ่ของ Will และ Be going to การจะเข้าใจอะไรได้อย่างมั่นใจและคล่องตามากขึ้น เราในฐานะผู้เรียนรู้ควรที่จะต้องเห็นภาพรวมทั้งหมดก่อน โดย Will เนี่ย อยู่ในตระกูล Auxiliary verb หรือ Helping verb

โจทย์ปัญหาสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

โจทย์ปัญหาสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

ขั้นตอนของการแก้โจทย์ปัญหา บทความนี้จะทำให้น้องๆ มีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง โจทย์ปัญหาสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ซึ่งได้รวบรวมตัวอย่างไว้อย่างหลากหลาย แต่ก่อนที่น้องๆจะเรียนเรื่องนี้อย่าลืมทบทวน การแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว กันก่อนนะคะ ถ้าน้องๆพร้อมแล้วเรามาศึกษาขั้นตอนของการแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการ ดังนี้               ขั้นที่ 1 วิเคราะห์โจทย์ว่ากำหนดอะไรให้บ้าง และให้หาอะไร               ขั้นที่ 2 กำหนดตัวแปรแทนสิ่งที่โจทย์ให้หาหรือแทนสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่โจทย์ให้หา               ขั้นที่ 3 เขียนสมการตามเงื่อนไขของโจทย์               ขั้นที่

ระบบสมการเชิงเส้น

ระบบสมการเชิงเส้น

ระบบสมการเชิงเส้น ระบบสมการเชิงเส้น คือระบบสมการที่มีดีกรีเป็นหนึ่ง ซึ่งก็คือเลขชี้กำลังของตัวแปรเป็นหนึ่งนั่นเอง ซึ่งในตอนมัธยมต้นน้องๆได้เรียนระบบสมการเชิงเส้น 2 ตัวแปรไปแล้ว ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร เช่น แล้วเราก็แก้สมการหาค่า x, y  (ซึ่งอาจจะมีคำตอบหรือไม่มีก็ได้) แต่ในบทความนี้น้องๆจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบสมการเชิงเส้น n ตัวแปร นั่นก็คือน้องๆจะต้องหาคำตอบของตัวแปร n ตัวตัว ซึ่งการหาคำตอบนั้นมีหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการใช้เมทริกซ์ (ซึ่งน้องๆจะได้เรียนในบทความถัดๆไป) หรือการแก้สมการธรรมดาและในข้อสอบส่วนใหญ่จะเน้นให้น้องๆหาคำตอบในระบบสมการเชิงเส้นที่ไม่เกิน 3 ตัวแปร เพราะถ้าเกินกว่านั้นอาจจะใช้เวลาในการหาคำตอบมาก

การเลื่อนขนาน

สำหรับการแปลงทางเรขาคณิตในบทนี้จะกล่าวถึงการแปลงที่จะได้ภาพที่มีรูปร่างเหมือนกันและขนาดเดียวกันกับรูปต้นแบบเสมอ โดยใช้การเลื่อนขนาน

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1