Modals in the Past

NokAcademy_ ม.5 Modlas in the Past

สารบัญ

 

สวัสดีค่านักเรียนชั้นม.5 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปดู ” Modals in the Past “ ที่ใช้บ่อยพร้อมเทคนิคการใช้งานง่ายๆกันค่า Let’s go! ไปลุยกันเลยจร้า

 

ทบทวน Modal Verbs

 

NokAcademy_ ม.5 Modlas in the Past (8)

 

 Modal Auxiliaries คือ กริยาช่วยกลุ่ม  Modal verbs หรือ  Modals ซึ่งจะมีความหมายพิเศษในตัวของมันเอง และ ไม่ควรจะแปลตรงๆ ตามความหมายใน Dictionary เหมือนกริยาช่วยตระกูล V. to be, V. to do, และ V. to have เราจะต้องดูที่บริบทการใช้งานของผู้พูด

กลุ่มของ Modal verbs ที่ควรรู้จักคือ shall, should, will, would,  may, might can, could, must, ought to,
used to
ที่เราจะได้รู้และทบทวนในบทความนี้นั่นเองค่า

แต่ในบทเรียนนี้เราจะไปโฟกัสที่ Modals in the Past หรือ ในบางครั้งเราอาจจะเคยได้ยินชื่อ Past Modals กันเด้อ

Sit back, relax, and enjoy your lesson! ขอให้สนุกกับการเรียนน๊า

 

 

 

 

ตาราง Modal Auxiliaries 9 คำ พร้อมความหมาย

 

NokAcademy_ ม.5 Modlas in the Past (9)

การใช้ Modal Auxiliaries แสดง “ความเป็นไปได้”

สำหรับความเป็นไปได้ แบ่งเป็น 3 ระดับดังนี้ คือ เป็นไปได้มาก เป็นไปได้ปานกลาง เป็นไปได้น้อย

can can + V. infinitive แปลว่า สามารถ…
could could + V. infinitive แปลว่า สามารถ
may may + V. infinitive แปลว่า อาจจะ
might might + V. infinitive แปลว่า อาจจะ
shall shall + V. infinitive แปลว่า จะ/ ควรจะ
should should + V. infinitive แปลว่า จะ/ ควรจะ
will will + V. infinitive แปลว่า จะ
would would + V. infinitive แปลว่า จะ
must must + V. infinitive แปลว่า ต้อง

 

ข้อควรรู้: would จะใช้เพื่อแสดงการคาดการณ์ถึงเหตุการณ์ในอนาคต
ส่วนการใช้ Modal verbs พวก  must, can, will จะแสดงความเป็นไปได้มาก

 

  • Can

Can แปลเป็นไทยได้ว่า สามารถ หรือ มีโอกาสที่จะ ดังนี้

บอกเล่า: I can edit the video.

แปล ฉันสามารถตัดต่อวีดีโอได้

คำถาม: Can you edit the video?

แปล คุณสามารถตัดต่อวีดีโอได้มั้ย

ปฏิเสธ: I cannot (can’t) edit the video.

แปล ฉันไม่สามารถตัดต่อวีดีโอได้

 

 

 เมื่อต้องแสดงความเป็นไปได้  “ระดับปานกลาง”

NokAcademy_ ม.5 Modlas in the Past (10)

กริยาช่วยกลุ่มนี้ ได้แก่ may, might, could, should

คำเหล่านี้เมื่ออยู่ในประโยคจะมีน้ำหนักของคำระดับปานกลาง และจะมีความหมายเหมือนกันซึ่งแปลว่า อาจจะ เช่น

I might like him a bit.

ฉันอาจจะชอบเขานิดหน่อย

  • Could แสดงความเป็นไปได้น้อยมาก

Could นอกจากจะใช้เพื่อแสดงแนวโน้มของความเป็นไปได้ปานกลาง และ การเปรียบเทียบที่เกินจริง บางครั้งเป็นการประชดประชัน
เช่น

I’m hungry. I could eat a horse.

ฉันหิวมาก ฉันสามารถกินม้าได้ทั้งตัวเลย (เกินจริง)

She could win the beauty pageant.

หล่อนคงจะชนะการประกวดนางงามนะ (ประชด) ***ลองนึกถึงสถานการณ์แฟนนางงามขี้อิจฉาพูดประโยคนี้แล้วยิ้มที่มุมปากแบบร้ายๆ

 

How could I be without him?

ฉันจะอยู่ด้วยตัวเองยังไงโดยไม่มีเขา (ไม่มั่นใจ)

 

สรุปการใช้  Modals in the past

 

NokAcademy_ ม.5 Modlas in the Past (2)

ดังรายละเอียดต่อไปนี้ ด้านล่างเลยจร้า

 

ใช้แสดงความไม่มั่นใจว่าบางอย่างได้เกิดขึ้นในอดีตหรือไม่

 

NokAcademy_ ม.5 Modlas in the Past (3)

ตามโครงสร้าง

“may (might) + have + Past participle (V.3)
หมายถึง การคาดคะเนเหตุการณ์ที่ค่อนข้างจะ ไม่มั่นใจว่าได้เกิดขึ้นในอดีตหรือไม่ ตัวอย่างเช่น

 

John may have his car washed last week.
จอนอาจจะล้างรถเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (อาทิตย์ที่แล้วหรือเปล่านะ ไม่แน่ใจ)

Jenny might have her hair cut with Jennifer.
เจนนี่อาจจะไปตัดผมมากับช่างที่ชื่อเจนนิเฟอร์มั้งนะ ***ผู้พูดไม่แน่ใจ

 

Danny may not have seen his best friend after graduation.
แดนนี่อาจจะไม่ได้เจอเพื่อนๆเลยหลังจากเขาเรียนจบแล้ว

 

Sunisa might not have eaten fat. That’s why she looks so “skinny.”
สุนิสาอาจจะไม่กินอาหารที่มีไขมันเลย เธอเลยดูผมมาก

 

 

มีแต่ไม่ได้ใช้ หรือ ไม่ทำ…

 

NokAcademy_ ม.5 Modlas in the Past (4)

ตามโครงสร้าง “could + have + Past participle”

ใช้แสดงความสามารถที่ไม่ได้ถูกนำออกมาใช้ คือ ไม่ได้กระทำนั่นเองตัวอย่างเช่น

 

She could have started working three hours ago. 
แปล หล่อนควรจะเริ่มทำงานตั้งแต่สามชั่วโมงที่แล้ว

Timothy could have graduated his Master Degree last year.
ทีโมธีควรจะเรียนจบปริญญาโทตั้งแต่ปีที่แล้วๆ

 

 

ค่อนข้างจะมั่นใจว่าได้มีบางอย่างเกิดขึ้นในอดีต

 

NokAcademy_ ม.5 Modlas in the Past (5)

โครงสร้าง

must + have + Past participle (V.3) ใช้แสดงการคาดคะเนเหตุการณ์ที่ ค่อนข้างจะมั่นใจว่าได้
เกิดขึ้นในอดีต
ตัวอย่างเช่น

Your English is really good. You must have studied aboard.
ภาษาอังกฤษของคุณดีมากเลย คุณต้องเคยไปเรียนที่ต่างประเทศมาแล้วแน่ๆ

I can’t find my money. It must have fallen while I was on the flight.
หาตังค์ไม่เจอเลยมันต้องหล่นตอนอยู่บนเครื่องแน่ๆ

เหตุการณ์ตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูด

NokAcademy_ ม.5 Modlas in the Past (6)

โครงสร้าง

should + have + Past participle(V.3) ใช้แสดงว่าเหตุการณ์นั้นๆ ไม่ได้เกิดขึ้นจริงเหตุการณ์เกิดขึ้น ตรงกันข้ามกับข้อความที่พูด ตัวอย่างเช่น

Steve should have come to school yesterday. (But he didn’t.)
สตีฟควรจะมาโรงเรียนนะเมื่อวาน แต่เขาก็ไม่มา

The stealers should not have broken into the police’s home last night. (But they did.)
พวกหัวขโมยไม่ควรจะบุกรุกเข้าไปบ้านตำรวจเลยเมื่อคืน แต่พวกเขาก็กระตุกหนวดเสือซะแล้ว

***สำนวน “broken into มากจาก break into แปลว่า บุกรุก” ออกข้อสอบบ่อยมากเวอร์

 

โครงสร้าง V. to be + supposed to+…

NokAcademy_ ม.5 Modlas in the Past (7)

การใช้ V. to be + supposed to+… แปลว่า “ควรต้อง” สมควรที่จะต้องทำอะไรบางอย่าง หากเป็นอดีต was, were จะหมายถึงสิ่งที่ควรทำแต่อาจจะไม่ได้ทำ แต่หาก ใช้ is, am, are จะถูกใช้ในการ แนะนำ ซึ่งหมายถึง  “สมควร, ควรจะ” ตามบริบทที่แตกต่างกันออกไป ดังตัวอย่างด้านล่างเลยนะคะ

 

You are supposed to work from home.
แปลว่า คุณสมควรที่จะทำงานจากบ้าน

 

Jenny is supposed to be with Jim. Why is she with another guy?
แปลว่า เจนนี่ควรจะอยู่กับจิม แล้วทำไมหล่อนอยู่กับผู้ชายคนอื่น

 

Daniel’s new secretary was supposed to call him at 10 a.m.
Why didn’t she call him?
แปลว่า เลขาคนใหม่ของเดเนียลสมควรจะโทรหาเขาตอน 10 โมงเช้า (แต่หล่อนอาจจะลืม)
ทำไมหล่อนไม่โทรกันนะ

 

The students were supposed to submit the project guideline today.
Where were they?

แปลว่า ที่จริงนักเรียนควรต้องส่งไกด์ไลน์โครงงานวันนี้ แล้วพวกเขาอยู่ไหนกันเนี่ย (ความจริงคือ นักเรียนไม่ได้ส่ง)

 

 

ตารางสรุปกริยาช่วยเพิ่มเติม

 

 

กริยาช่วยรูปปกติ

 

รูปปฎิเสธ (แบบเต็ม)

 

รูปปฎิเสธ (แบบย่อ)

1 is  (เป็น, อยู่, คือ) is not isn’t
2 am  (เป็น, อยู่, คือ) am not ไม่มีรูปย่อ
3 are  (เป็น, อยู่, คือ) are not aren’t
4 was  (เป็น, อยู่, คือ) was not wasn’t
5 were  (เป็น, อยู่, คือ) were not weren’t
6 do  (ทำ) do not don’t
7 does  (ทำ) does not doesn’t
8 did (ทำ) did not didn’t
9 has  (มี) has not hasn’t
10 Have  (มี) have not haven’t
11 Had (มี) had not hadn’t
12 Can (สามารถ) cannot can’t
13 Could  (สามารถ) could not couldn’t
14 May  (อาจจะ) may not mayn’t
15 Might  (อาจจะ) might not mightn’t
16 Will (จะ) will not won’t
17 Would จะ) would not wouldn’t
18 Shall (จะ) shall not shan’t
19 should (ควรจะ) should not shouldn’t
20 Must (จะ,จะต้อง) must not mustn’t
21 Need (จำเป็น) need not needn’t
22 Dare  (กล้า) dare not daren’t
23 ought to  (ควรจะ) ought not oughtn’t
24 used to  (เคย) used not to usedn’t to

 

เมื่อจะต้องใช้ Modals in the past สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ บริบทการใช้งาน ว่าเราต้องการจะสื่ออะไร เพื่อให้เราสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง และคล่องมากๆแบบเจ้าของภาษากันจร้า อย่าลืมดูวีดีโอทบทวนบทเรียนในหัวข้อ วิชาภาษาอังกฤษ ชั้น ม.5 เรื่อง Modals in the past กันด้วยเด้อ เลิฟๆ

คลิกที่ปุ่มเพลย์แล้วไปเรียนให้สนุกกันจร้า

0
NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ วิดีโอ และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

Share on twitter
Share on facebook
โจทย์ปัญหา ห.ร.ม. และค.ร.น.

โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น.

บทความนี้เป็นเรื่องการแก้ โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น ซึ่งโจทย์ที่ได้นำมาเป็นตัวอย่างจะประกอบด้วยการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา การเลือกใช้วิธีการแก้โจทย์ปัญหา รวมไปถึงการแสดงวิธีทำอย่างละเอียด หวังว่าน้องๆจะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ได้จริงกับโจทย์ปัญหาในห้องเรียน ซึงเป็นเเรื่องย่อยของ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ป.6

มาสำรวจรอบๆโรงเรียนกันดีกว่า: การใช้ There is/There are แบบเข้าใจง่ายๆ

เชื่อว่าช่วงนี้น้องๆ น่าจะเปิดเทอมกันมาได้สักพักนึงแล้ว แล้วน้องๆ เคยมีเวลาไปสำรวจรอบๆ โรงเรียนของเรากันรึยังเอ่ย? วันนี้พี่จะมาบอกประโยคง่ายๆ ที่ใช้พูดเวลาเจอสิ่งที่น่าสนใจรอบๆโรงเรียนของเรากัน

บทพากย์เอราวัณ

บทพากย์เอราวัณ ที่มาของวรรณคดีพากย์โขนอันทรงคุณค่า

บทนำ สวัสดีน้อง ๆ ทุกคนยินดีต้องรับเข้าสู่เนื้อหาวิชาภาษาไทยที่จะมาให้สาระความรู้ดี ๆ ซึ่งวันนี้เราจะมาเรียนรู้ความเป็นมาของวรรณคดีเรื่องหนึ่งที่มักจะใช้ในการแสดงโขน นั่นก็คือบทพากย์เอราวัณแน่นอนว่าน้อง ๆ ในระดับมัธยมต้นจะต้องได้เรียนเรื่องนี้ เพราะเป็นวรรณคดีอีกเรื่องที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถของรัชกาลที่ 2 ในด้านกวีนิพนธ์จากการที่เลือกใช้ถ้อยคำภาษาที่สวยงามเพื่อมาบรรยายถึงลักษณะของช้างเอราวัณได้อย่างดี ดังนั้น ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันว่าวันนี้เรามีเนื้อหาที่น่าสนใจอะไรมาฝากน้อง ๆ กันบ้างดีกว่า ประวัติความเป็นมา สำหรับวรรณคดี บทพากย์เอราวัณ เป็นอีกหนึ่งผลงานการพระราชนิพนธ์ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ซึ่งถือเป็นบทที่นิยมนำไปใช้ในการแสดงโขน โดยได้เค้าโครงเรื่องมาจาก “รามายณะ”

สมมูลและนิเสธ

สมมูลและนิเสธของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ

“สมมูลและนิเสธ” ของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ สมมูลและนิเสธ เราเคยเรียนกันไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่เป็นของประพจน์ p, q, r แต่ในบทความนี้จะเป็นสมมูลและนิเสธของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ ซึ่งก็จะเอาเนื้อหาก่อนหน้ามาปรับใช้กับประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ สิ่งที่เราจะต้องรู้และจำให้ได้ก็คือ การสมมูลกันของประพจน์ เพราะจะได้ใช้ในบทนี้แน่นอนน ใครที่ยังไม่แม่นสามารถไปอ่านได้ที่ บทความรูปแบบของประพจน์ที่สมมูลกัน  นิเสธของตัวบ่งปริมาณ เมื่อเราเติมนิเสธลงไปในประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ ข้อความต่อไปนี้จะสมมูลกัน กรณี 1 ตัวแปร ∼∀x[P(x)] ≡ ∃x[∼P(x)] ∼∃x[P(x)]

ลำดับเรขาคณิต

ลำดับเรขาคณิต

ลำดับเรขาคณิต ลำดับเรขาคณิต คือ ลำดับที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างคงที่เป็นจำนวนเท่า ซึ่งจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้นเรียกว่า อัตราส่วนร่วม เขียนแทนด้วย r โดยที่ r = พจน์ขวาหารด้วยพจน์ซ้าย การเขียนลำดับเราจะเขียนแทนด้วย    โดยที่ คือพจน์ทั่วไปหรือเรียกอีกอย่างว่า พจน์สุดท้ายนั่นเอง ตัวอย่างของลำดับเรขาคณิต 2, 4, 8, 16, 32, … จะได้ว่า 

การวัดความยาวส่วนโค้ง

การวัดความยาวส่วนโค้ง

การวัดความยาวส่วนโค้ง การวัดความยาวส่วนโค้ง ในบทความนี้จะเป็นการวัดความยาวของวงกลม 1 หน่วย วงกลมหนึ่งหน่วย คือวงกลมที่มีจุดศูนย์กลางที่จุดกำเนิด และมีรัศมียาว 1 หน่วย จากสูตรของเส้นรอบวง คือ 2r ดังนั้นวงกลมหนึ่งหน่วย จะมีเส้นรอบวงยาว 2 และครึ่งวงกลมยาว   จุดปลายส่วนโค้ง   จากรูป จะได้ว่าจุด P เป็นจุดปลายส่วนโค้ง   จากที่เราได้ทำความรู้จักกับวงกลมหนึ่งหน่วยและจุดปลายส่วนโค้งแล้ว

ฟรี! ดูวิดีโอบทเรียนสั้นๆ แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้