Phrasal Verbs: กริยาวลีในภาษาอังกฤษ

สวัสดีน้องๆ ม. 4 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับ two-word verbs และ three-word verb ในภาษาอังกฤษกันครับ จะเป็นอย่างไรเราไปดูกันเลย
phrasal verbs

สารบัญ

Phrasal Verbs

ในภาษาอังกฤษนั้นนอกจากจะมีกริยาที่เป็นคำเดี่ยวๆ เช่น eat, sleep, walk, etc. แล้ว ก็ยังมีกริยาอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Phrasal Verbs อีกด้วยครับ ซึ่งกริยาเหล่านี้นั้นจะเป็นกริยาที่จะเอาตัวเองเข้าไปคู่กับคำที่เป็น adverb หรือ preposition โดยเมื่อจับคู่กับคำอื่นๆ แล้วนั้นจะทำให้ความหมายของมันเปลี่ยนไปจากเดิมด้วยครับ

 

ตัวอย่างของ Phrasal Verbs ที่เจอบ่อยๆ

ในภาษาอังกฤษนั้นกริยาเหล่านี้มีเยอะมากๆ ครับ วันนี้เรามาลองดูตัวอย่างของกริยาพวกนี้ที่มักจะได้เจอบ่อยๆ กันดีกว่าครับ

 

1) give
โดยปกติแล้ว give จะแปลว่า “ให้” ใช่มั้ยครับ แต่ว่าเมื่อมันไปจับคู่กับ adverb/preposition บางตัว จะมีความหมายที่เปลี่ยนไป

 

 

give

give up
ยอมแพ้give in
ยอมทำตาม

give out
แจกฟรี

My English homework is too difficult, so I give up.

James doesn’t want to watch the movie, but he finally gives in.

They are giving out free vouchers at the department store.

give up

 

2)  take

 

 


take

take off
เครื่องบินขึ้น
ถอดออก

take place
เกิดขึ้น

take over
เข้าควบคุม
รับช่วงต่อ

The flight to Bangkok is going to take off in 5 minutes.

The next meeting will take place on Saturday.

I decided to take over my father’s business after his retirement.

take off

 

3) get

 

 


get

get along with
เข้ากันได้กับ

get over
หายจากอาการป่วย
ก้าวข้ามปัญหา

get rid of
กำจัด

I get along well with my friends at school.

Henry is broken-hearted, but he will get over it.

Grasses in our garden are growing too tall. We need to get rid of them.

get rid of

 

4) put

 

 

put

put out
ดับไฟ

put off
เลื่อนเวลาออกไป

put (someone) down
ดูถูก

The firefighters take 3 hours to put out the fire.

They have to put off the meeting because everyone is late.

He is very rude. He’s always putting me down.

put out

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับน้องๆ นี่เป็นเพียงแค่ Phrasal Verbs เราพบเห็นกันบ่อยๆ เท่านั้นครับ ยังมีกริยาอื่นๆ อีกมากมาย ฉะนั้นน้องๆ ต้องหมั่นทบทวนและอ่านเพิ่มเติมให้มากๆ นะครับ และหากน้องๆ ยังไม่เข้าใจก็สามารถรับชมวิดีโอเพิ่มเติมจาก Nock Academy ได้ด้านล่างเลยครับ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย
เรียนพิเศษออนไลน์ ดูได้ทั้ง 4 รายวิชา - NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ วิดีโอ และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

ป.5 การใช้ V. to be กับคำนามเอกพจน์ และพหูพจน์

การใช้กริยา V. to be กับคำนามเอกพจน์ และพหูพจน์

สวัสดีค่ะนักเรียนที่รักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง การใช้กริยา be กับคำนามเอกพจน์ และพหูพจน์ กันนะคะ พร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจ้า Let’s go! รู้จักกับ V. to be   V. to be แปลว่า เป็น อยู่ คือ หลัง verb to

โจทย์ปัญหาการหารทศนิยม

โจทย์ปัญหาการหารทศนิยม

บทความนี้เป็นเรื่องการวิเคราห์โจทย์ปัญหาการหารทศนิยม ซึ่งโจทย์ที่นำมาเป็นตัวอย่างจะประกอบด้วยการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา การเขียนประโยคสัญลักษณ์ รวมไปถึงการสดงวิธีทำ หวังว่าน้องๆจะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ได้จริงกับโจทย์ปัญหาในห้องเรียน

หลักการใช้ Simple Present Tense+ Present Continuous Tense

สวัสดีนักเรียนชั้นม.1 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปเรียนรู้เรื่อง” หลักการใช้ Simple Present Tense+ Present Continuous Tense” พร้อมทั้งตัวอย่างสถานการณ์ใกล้ตัว และเทคนิคการจำและนำ Tense ไปใช้กันจร้า ซึ่ง Simple Present Tenseและ Present Continuous Tense นั้นมีสิ่งที่เหมือนกันคือ อยู่ในรูปปัจจุบัน (Present) เหมือนกัน

สมบัติของรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก

สมบัติของรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก

ในบทความนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้สมบัติของรูปสามเหลี่ยมมุมฉากที่ทำให้เข้าใจง่ายและมีวิธีในการวิเคราะห์โจทย์ที่หลากหลาย

คำสมาสแบบสมาส คำสมาสแบบสนธิ

เรียนรู้หลักการสร้างคำสมาสแบบสมาส และคำสมาสแบบสนธิ

บทนำ คำสมาส และคำสนธิ ถือว่าเป็นหนึ่งบทเรียนในหลักภาษาไทยของระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่หลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องยาก และปราบเซียนในการสอบสุด ๆ เนื่องจากว่าเราจะต้องมีพื้นฐานความเข้าใจเรื่อง คำบาลี สันสกฤตเพื่อให้สามารถแยกแยะคำ หรือสร้างคำใหม่ได้ รวมไปถึงต้องจำหลักการอ่านเชื่อมเสียงแบบต่าง ๆ จึงทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่ามันยากมาก แต่จริง ๆ แล้วน้อง ๆ หลายคนอาจเคยได้ยินหลักการจำที่ว่า “คำสมาสนำมาชน สนธินำมาเชื่อม” ซึ่งเป็นวิธีที่น้อง ๆ ควรจะใช้เป็นแนวทางในการจำอย่างเข้าใจ ดังนั้น เพื่อเป็นการเรียนรู้เรื่องคำสมาสแบบสมาส และคำสมาสแบบสนธิให้เข้าใจมากขึ้น

ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์

ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์

ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ บทความนี้ได้รวบรวมความรู้เรื่อง ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ ซึ่งได้กล่าวถึงขั้นตอนและวิธีการหาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ และยกตัวอย่างประกอบ อธิบายอย่างละเอียด ซึ่งก่อนจะเรียนเรื่อง ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์น้องๆสามารถทบทวน การทดลองสุ่มและเหตุการณ์ ได้ที่  ⇒⇒ การทดลองสุ่มและเหตุการณ์ ⇐⇐ ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ (probability) คือ  อัตราส่วนระหว่างจำนวนเหตุการณ์ที่สนใจ (n(E)) กับจำนวนแซมเปิลสเปซ (n(S)) ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้พร้อม ๆ กัน ใช้สัญลักษณ์ “P(E)”  แทนความน่าจะเป็นของการเกิดเหตุการณ์ที่สนใจ โดยที่