การออกเสียงพยัญชนะต้นคำและพยัญชนะท้ายคำที่ออกเสียงยากในภาษาอังกฤษ

สวัสดีน้องๆ ม.​ 3 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้การออกเสียงพยัญชนะต่างๆ ที่ขึ้นชื่อว่าออกเสียง “ยาก” ในภาษาอังกฤษ จะมีตัวอะไรกันบ้างนั้นเราไปดูกันเลยครับ
เสียงพยัญชนะ

สารบัญ

เสียงพยัญชนะ /ch/ และ /sh/

สำหรับ เสียงพยัญชนะ 2 เสียงที่น้องๆ มักจะสับสนในการออกเสียงนั่นก็คือเสียง /ch/ และ /sh/ นั่นเอง โดยทั้งสองเสียงนั้นจะออกเสียงคล้ายกันโดยที่

เสียง /ch/ จะเหมือนกับเสียง ช.ช้าง ออกเสียงสั้นกว่า คิดภาพเหมือนตอนที่เราจาม ฮัด…ชิ้ว! อย่างรวดเร็ว

เสียง /sh/ จะเป็นเสียง ช. ช้าง เช่นกัน แต่ออกเสียงยาวกว่า คิดภาพตอนที่เราไล่หมาหรือแมวด้วยเสียง ชู่ววว!

 

เสียงพยัญชนะ

ลองฝึกแยกแยะเสียงเหล่านี้

/ch/

/sh/

chip

ship

chair

share

chop

shop

watch

wash

catch

cash

witch

wish

 

เสียง /l/ และ /r/

ตัวต่อมาคือเสียงตัว /l/ และเสียงตัว /r/ นั่นเอง ซึ่งเป็นเสียงน้องๆ จะค่อนข้างสับสนและใช้สลับกันบ่อยมากๆ โดยที่

เสียง /l/ จะเหมือนกับเสียง ล. ลิง เวลาพูดลิ้นจะแตะเพดาน และปล่อยลิ้นลงมาโดยไม่ม้วนลิ้นไปด้านหลัง

เสียง /r/ จะเหมือนกับเสียง ร. เรือ โดยลิ้นจะม้วนไปด้านหลังก่อนจะเปล่งเสียงออกมา

 

L and R

ลองฝึกแยกแยะเสียงเหล่านี้

/l/

/r/

law

raw

lock

rock

light

right

flight

fright

file

fire

late

rate

 

เสียง /s/ และ /z/

เสียงที่ 3 ในวันนี้ก็คือเสียง /s/ และ /z/ นั่นเอง ซึ่งปกติน้องๆ ก็จะไม่ค่อยได้สังเกตความแตกต่างเท่าไหร่ และจริงๆ แล้ว 2 เสียงนี้มีความแตกต่างกัน โดยที่

เสียง /s/ จะเหมือนเสียง ส. เสือ หรือ ซ. โซ่ ที่เราพูดกันแบบปกติ

เสียง /z/ ก็คือเสียง ส. เสือ หรือ ซ. โซ่ เช่นกัน แต่จะเพิ่มความสั่นในลำคอของเราเข้าไปด้วย คล้ายๆ เสียงผึ้งบินหึ่งๆ

 

S and Z

ลองฝึกแยกแยะเสียงเหล่านี้

/s/

/z/

sip

zip

bus

buzz

sue

zoo

sap

zap

 

เสียง /w/ และ /v/

เสียงตัวต่อมาในภาษาอังกฤษก็คือเสียง /w/ และ /v/ นั่นเอง ซึ่งสองเสียงนี้เป็นเสียงที่น้องๆ ค่อนข้างสับสนในการออกเสียงอีกเช่นกัน โดยที่

เสียง /w/ จะเหมือนเสียง ว. แหวน ปากเป็นรูปตัวโอ มีแค่ริมฝีปากบนล่างที่สัมผัสกัน

เสียง /v/ จะเป็นเสียง ว. แหวน เช่นกัน แต่จะมีการกัดริมฝีปากก่อนที่จะเปล่งเสียงออกมา คล้ายๆ “วฟ” รวมกัน

 

W and V

ลองฝึกแยกแยะเสียงเหล่านี้

/w/

/v/

wine

vine

wet

vet

west

vest

wise

vice

wow

vow

whale

veil

 

เสียง /th/

เสียงสุดท้ายของวันนี้น่าจะเป็นเสียงที่ออกเสียงได้ยากที่สุดแล้ว เพราะว่าในภาษาไทยของเราไม่มีเสียงเหล่านี้นั่นเอง โดยที่

เสียง /th/ แบบแรกจะออกเสียงคล้ายๆ ตัว ต. เต่า (บางที่จะใช้ตัว ธ. ธง แทน)

เสียง /th/ แบบที่สองจะออกเสียงคล้าย ด. เด็ก

ทั้งสองเสียงนี้น้องๆ จะต้องเอาลิ้นออกมาเล็กน้อย แตะฟันบนเอาไว้ ก่อนที่จะเปล่งเสียงออกมา

 

TH

ลองฝึกแยกแยะเสียงเหล่านี้

/th/ ต. เต่า (หรือ ธ. ธง)

/th/ (ด. เด็ก)

thing

that

thank

this

thin

them

bath

there

path

these

both

then

และนี่ก็เป็นการออก เสียงพยัญชนะ ที่ออกเสียงได้ยากในภาษาอังกฤษนั่นเอง หวังว่าน้องๆ จะเอาไปฝึกฝนจนสามารถพูดและฟังได้อย่างคล่องแคล่วนะครับ และใครที่ยังไม่เข้าใจสามารถดูวิดีโอจากช่อง NockAcademy ของเราได้ด้านล่างนี้เลยครับ

และอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย
เรียนพิเศษออนไลน์ ดูได้ทั้ง 4 รายวิชา - NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ วิดีโอ และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

there is

There is และ There are ในภาษาอังกฤษ

สวัสดีน้องๆ ม. 2 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องการใช้ There is และ There are ในภาษาอังกฤษกันครับ ถ้าพร้อมแล้วเราลองไปดูกันเลย

อสมการ

อสมการ

จากบทความที่ผ่านมาได้พูดถึงเรื่องช่วงของจำนวนจริงไปแล้ว บทความนี้เราจะนำความรู้เกี่ยวกับช่วงของจำนวนจริงมาใช้ในการแก้อสมการเพื่อหาคำตอบกันนะคะ ถ้าน้องๆได้อ่านบทความนี้แล้วรับรองว่าพร้อมทำข้อสอบแน่นอนค่ะ

โจทย์ปัญหาเลขยกกำลัง

โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเลขยกกำลัง

โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเลขยกกำลัง          เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับเลขยกกำลังที่เรียนมาไม่ว่าจะเป็น การคูณ การหาร เลขยกกำลัง และการเขียนเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มบวก ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเลขยกกำลัง รวมทั้งไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้มากมาย  ในบทความนี้จะกล่าวถึงการนำความรู้เกี่ยวกับเลขยกกำลังไปใช้แก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ตัวอย่างที่ 1 – 3 ตัวอย่างที่ 1  เด็กชายศิระนำแท่งลูกบาศก์ไม้ขนาด 5³ ลูกบาศก์เซนติเมตร  มาจัดวางในลูกบาศก์ใหญ่ที่มีความยาวของแต่ละด้านเป็น

ช่วงของจำนวนจริง

ช่วงของจำนวนจริง ช่วงของจำนวนจริง เอาไว้บอกขอบเขตของตัวแปรตัวแปรหนึ่ง เช่น x เป็นตัวแปรที่ไม่ทราบค่า a, b เป็นค่าคงที่ใดๆ a < x < b หมายความว่า ค่าของ x อยู่ระหว่าง a ถึง b เป็นต้น ช่วงของจำนวนจริง ประกอบไปด้วย ช่วงเปิดและช่วงปิด

ระยะห่างของเส้นตรง

ระยะห่างของเส้นตรง

ระยะห่างของเส้นตรง ระยะห่างของเส้นตรง มีทั้งระยะห่างระหว่างจุดกับเส้นตรง และระหว่างเส้นตรงสองเส้นที่ขนานกัน ซึ่งจากบทความเรื่องเส้นตรง น้องๆพอจะทราบแล้วว่าเส้นตรงสองเส้นที่ขนานกันความชันจะเท่ากัน ในบทความนี้น้องๆจะทราบวิธีการหาระยะห่างของเส้นตรงที่ขนานกันด้วยซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในการหาสมการเส้นตรงได้ด้วย ระยะห่างระหว่างเส้นตรงกับจุด จากรูปจะได้ว่า  โดยที่ A, B และ C เป็นค่าคงที่ และ A, B ไม่เป็นศูนย์พร้อมกัน ตัวอย่าง1  หาระยะห่างระหว่างจุด (1, 5) และเส้นตรง 2x

จำนวนสมาชิกของเซตจำกัด

จำนวนสมาชิกของเซตจำกัด เป็นเรื่องที่สามารถเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง และสิ่งที่น้องๆจะได้หลังจากอ่านบทความนี้คือ น้องๆจะสามารถทำโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกของเซตจำกัดได้ และอาจจะเอาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย