การใช้ The

การใช้ the

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

 

Hi guys! สวัสดีค่ะนักเรียนชั้น ม.2 ที่น่ารักทุกคนวันนี้ครูได้สรุปเรื่อง “การใช้ The” ซึ่งเป็น 1 ใน Articles ที่สำคัญมากๆ
พร้อมเทคนิคการนำไปใช้ มาฝากกันค่ะ หากพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยจร้า Let’s go!

 

Articles คืออะไร

 

NokAcademy_Definite & Indefinite Articles M1 (2)

Articles เป็นคำคุณศัพท์อย่างหนึ่ง การเรียน เรื่อง Articles นี้ที่มีหน้าที่หลักคือ ใช้นำหน้าคำนาม เราต้องทำความเข้าใจควบคู่ไปกับเรื่องนามนับได้ ( Countable Nouns ) และนามนับไม่ได้ ( Uncountable Nouns ) ในบทนี้เราจะไปทำความรู้จักกับ Articles ทั้งสามรูปแบบ อันได้แก่ a, an, the กันจร้า

 

ชนิดของ Articles

 

NokAcademy_Definite & Indefinite Articles M1 (3)

Articles แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ

 

  1. Definite Article ได้แก่ the  ซึ่งใช้นำหน้าคำนามนับได้ ( Countable Nouns ) และนามนับไม่ได้ ( Uncountable Nouns ) ทั้งรูปเอกพจน์ (Singular) และพหูพจน์ ( Plural ) เพื่อให้นามนั้นมีความหมายเฉพาะเจาะจง
  2. Indefinite Article ได้แก่ a  และ an ใช้นำหน้านามนับได้ ( Countable Nouns ) เอกพจน์ทั่วๆไป ( Singular )

Definite Article:”The”

 

_NokAcademy_Definite & Indefinite Articles M1


The นำหน้าคำนามได้ทั้งทั้งสระ พยัญชนะ และ
“นำหน้าคำนามเฉพาะเจาะจง”

เช่น สิ่งที่มีหนึ่งเดียวในโลก

  • moon พระจันทร์ ไม่ว่าจะเป็นพระจันทร์ดวงไหน ก็ให้เรียกว่า The moon
  • Pyramids ที่อยู่อียิปต์ ให้เรียกว่า The Pyramids

นอกจากนี้ The ยังใช้กับการพูดคำนามคำนั้นๆซ้ำอีก เพื่อย้ำความหมาย และเน้นที่คำนั้นเช่น a wall (กำแพง)
แล้วกำแพงไหนล่ะ…ก็กำแพงนั่นไง The wall (หากมีการกล่าวถึงนามนั้นซ้ำอีกหนึ่งรอบจะใช้ The wall)

 

  • การใช้ article a an ใช้กับนามทั่วๆไป กล่าวแบบลอยๆทั่วไป
  • การ ใช้ article the ใช้กับนามเฉพาะเจาะจง หรือ คำนามที่กล่าวซ้ำ

 

ข้อยกเว้น:

  • ถ้ามีคำขยาย ( modifier ) อยู่ระหว่าง article และคำนาม article นั้นจะยังคงรูปไม่เฉพาะเจาะจง เช่น

“I want a beautiful dress for a party.” ( มี beautiful อยู่ระหว่าง a ( article ) และ dress
( นาม ) แปลว่า ฉันอยากได้ชุดสวยๆ สำหรับงานปาร์ตี้จัง

“I want a nice pair of jeans. ยังคงใช้ a ซึ่งเป็นรูปไม่เฉพาะเจาะจง แปลว่า ฉันอยากจะได้กางเกงยีนส์ดีๆซักตัวนึงจังเลย เป็นการพูดขึ้นมาลอยๆไม่ได้เจาะจงว่าเป็นยีนส์ตัวไหน

 

  • ใช้ The เมื่อเป็นการพูดถึงในครั้งต่อมา เป็นการต่อเนื่อง ปรกติจะเป็นการกล่าวถึงคำนามนั้นซ้ำอีกรอบ (The + Noun) เช่น

I ate noodle at lunch. The noodle was very delish.
แปล ฉันทานก๋วยเตี๋ยวมาเมื่อช่วงเที่ยง ก๋วยเตี๋ยว แซ่บมาก

 

 

  • ใช้ The กับนามเอกพจน์นับได้ที่มีความหมายลักษณะเป็นนามธรรม ( abstract ) หรือ กลุ่มๆ คำนามกลุ่มนี้ได้แก่ animal (สัตว์ เช่น หมู สุนัข เป็ด แมว เป็นต้น)

ตัวอย่างประโยค:

The dog is a generous animal.
แปล
สุนัขเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์ ( สุนัขโดยความหมายทั่วๆไป ซึ่งเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ซื่อสัตย์)

 

A dog is a generous animal.
แปล สุนัขไม่ว่าตัวไหนก็ตามเป็นสัตว์ซื่อสัตย์ (ไม่เจาะจงเท่าการใช้ The นำหน้า)

 

 

The กับหลักการใช้ง่ายๆ 7 ข้อ

 

NokAcademy_Definite & Indefinite Articles M1 (6)

  1. ใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์และพหูพจน์ที่เป็นการชี้เฉพาะเจาะจงลงไปว่าคนไหน อันไหน สิ่งไหน
  2. ใช้ the นำหน้าคำนามที่มีสิ่งเดียว หรืออันเดียว the world, the sun, the moon, the universe
  3. ใช้ the นำหน้าชื่อ-สกุล (และเป็นพหูพจน์เสมอ) หมายถึง ครอบครัว เช่น The Beckhams
  4. The + ชื่อเฉพาะ สังเกตว่าหลัง The จะตามด้วยตัวพิพม์ใหญ่ The Future Park Rangsit
  5. ใช้the นำหน้าชื่อเครื่องดนตรี the guitar, the violin, the piano
  6. ใช้the + คำคุณศัพท์เมื่อกล่าวถึงกลุ่มบุคคล เชื้อชาติ สีผิว เช่น the rich, the Japanese, the African-American

 


ทบทวนคำนามนับได้/นามนับไม่ได้กันสักนิด

NokAcademy_Definite & Indefinite Articles M1 (7)

 

  • Countable Nouns นามนับได้ มีทั้งรูปเอกพจน์และพหูพจน์

เอกพจน์:  เช่น  Covid-19, pandemic, dog, country, day, year

พหูพจน์:   เช่น  Viruses, dogs, countries, days, years

  • Uncountable Nouns นับนับไม่ได้มีรูปเดียวคือ รูปเอกพจน์   และเมื่อกล่าวถึงเป็นการทั่วๆไป หรือ ไม่ได้กล่าวถึงมาก่อน ไม่ต้องนำด้วย articles  เช่น
    water, salt, hair, rice, and etc.

 

ข้อควรรู้:

คำนามขึ้นต้นด้วยสระให้ใช้ an   เช่น เราไม่ใช้ a apple แต่จะใช้ an apple
ยกเว้น: คำที่ข้นต้นด้วยตัว “h” ในคำว่า hour (เอาร์รฺ), hair (แอร์รฺ)
เราจะใช้ an hour แปลว่า ชั่วโมงหนึ่ง และ an heir ที่แปลว่า รัชทายาท เนื่องจากเวลาออกเสียง เราจะออกเสียงเหมือนไม่มี h อยู่ เสียงเลยตกอยู่ที่ตัวอักษรที่สอง ซึ่งเป็นสระ “ou” สระ เ-า กับ  “ei” สระแอ แทน ดังนั้น เวลาใช้คำนำหน้า เราจึงใช้ an

***An hour นะคะ ไม่ใช้ a hour อย่าลืมเด้อ

…………………………………………………………

ส่วนคำนามขึ้นต้นด้วยพยัญชนะให้ใช้ a เช่น a Covid-19 ,
a horse เป็นต้น แต่ The นั้นจะสามารถนำหน้าคำนามได้ทุกอย่าง 

 Indefinite Article: “a, an”

 

NokAcademy_Definite & Indefinite Articles M1 (4)

 

 Indefinite Article ได้แก่  a, an มีหลักการใช้ดังนี้

1) a และ an ใช้นำหน้านามทั่วทั่วไป  แปลว่า หนึ่งคน หนึ่งตัว หนึ่งอัน หนึ่งแห่ง หรือบางทีไม่ต้องแปลก็ได้ เป็นการกล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งแบบลอยๆ ไม่รู้ว่าอันไหนกันแน่ โดยมีหลักการใช้ดังนี้

 

  • an นำหน้าคำนามที่ขึ้นต้นด้วยสระ (a e i o u) และเสียงสระผสมอื่นๆ เช่น ea, ae, ei, ou เป็นต้น เช่นตัวอย่างดังต่อไปนี้

an aisle ทางเดิน
an ice-cream ไอศกรีมหนึ่งแท่ง
an orange ส้มหนึ่งผล
an umbrella ร่มหนึ่งคัน
an apple แอปเปิลหนึ่งลูก

 

2) a นำหน้าคำนามที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะที่เหลือทุกตัว เช่น

a teacher ครูหนึ่งคน

a bird นกหนึ่งตัว

a car รถหนึ่งคัน
a house  บ้านหลังหนึ่ง

 สรุปข้อสังเกต: 2 กลุ่มคำที่เราจะไม่ใช้กับ a/an

 

NokAcademy_Definite & Indefinite Articles M1 (8)

  1. ไม่ใช้ a /an กับคำนามที่นับไม่ได้ (uncountable nouns) เช่น water, salt, rice, and etc.
  2. ไม่ใช้ a/ an นำหน้าชื่อเฉพาะ เช่น ชื่อวิชา ชื่อประเทศ ชื่อเมือง ชื่อจังหวัด อำเภอ ชื่อมหาวิทยาลัย
    ชื่อมื้ออาหาร ชื่อดาราดังๆ ชื่อนักร้องเกาหลี เป็นต้น (เพราะว่าส่วนใหญ่เราจะใช้กับ The)

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะนักเรียนที่รักทุกคน ครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นักเรียนจะได้รับความรู้ และประโยชน์จากการอ่านบทความนี้นะคะ อย่าลืมทบทวนเนื้อหาเรื่อง Article “The” ได้ที่วีดีโอด้านล่างเลยนะคะ

กดปุ่มเพลย์แล้วไปเรียนกันเลยจร้า
Have a good day guys! Take care!

 

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

ประโยคในภาษาไทย

ทริคสังเกต ประโยคในภาษาไทย รู้ไว้ไม่สับสน

  น้อง ๆ หลายคนคงจะเคยสับสนและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประโยคในภาษาไทยกันมาไม่มากก็น้อย ทำไมอยู่ดี ๆ เราถึงไม่เข้าใจประโยคภาษาไทยที่พูดกันอยู่ทุกวันไปได้นะ? แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ บทเรียนภาษาไทยในวันนี้จะพาน้อง ๆ กลับไปทบทวนเกี่ยวกับเรื่องประโยคอีกครั้ง พร้อมเรียนรู้เคล็ดลับการสังเกตประโยคง่าย ๆ จะเป็นอย่างไร ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ   ความหมายของประโยค   ประโยค เป็นหน่วยทางภาษาที่เกิดจากการนำคำหลาย ๆ คำ หรือกลุ่มคำ มาเรียงต่อกันอย่างเป็นระบบ มีความสัมพันธ์กัน

การใช้ตัวเชื่อม (Connective words): First,… Second,… Third,… Fourth,… Finally,…

 การใช้ตัวเชื่อม (Connective words) สวัสดีค่ะนักเรียน ม.2 ทุกคน วันนี้ครูมีเทคนิคที่จะทำให้ทุกคนนำไปปรับใช้กับงานเขียนด้วย  การใช้ตัวเชื่อม (connective words) ในภาษาอังกฤษกันค่ะ โดยปรกติแล้วงานเขียนแบ่งออกออกเป็นสองรูปแบบหลักๆคือ เรียงความ (Essay Writing) กับ พารากราฟ (Paragraph Writing) ขอสรุปสั้นๆง่ายๆ ให้ทุกคนเข้าใจว่า Essay คือเรียงความเพราะฉะนั้นจะยาวกว่า Paragraph ที่เป็นเพียงย่อหน้าหนึ่งเท่านั้นนั่นเองค่ะ 

คำเชื่อม Conjunction

การใช้คำสันธาน(Conjunctions)

สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.3 ที่รักทุกคนวันนี้เราจะไปเรียนรู้กันเรื่อง “การใช้คำสันธาน(Conjunctions)“ กันนะคะ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันโลด คำสันธาน(Conjunctions)คืออะไร   คำสันธาน (Conjunctions) คือ คำที่ใช้เชื่อมระหว่างประโยคต่อประโยค คำต่อคำ หรือระหว่างกริยาต่อกริยา และอื่นๆ เช่น for, and, or, nor, so, because, since ดังตัวอย่างด้านล่างเลยจ้า ตัวอย่างเช่น เชื่อมนามกับนาม

ความน่าเชื่อถือของสื่อที่ฟัง

ฟังอย่างไรให้ได้สาระประโยชน์ดี ๆ ด้วยวิธีวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อที่ฟัง

บทนำ สวัสดีน้อง ๆ ทุกคนยินดีต้อนรับเข้าสู่เนื้อหาในบทเรียนภาษาไทยกันอีกครั้ง สำหรับบทเรียนในวันนี้ต้องบอกว่ามีประโยชน์มาก ๆ และเราควรจะต้องศึกษาไว้เพื่อนำไปใช้ในการฟัง หรือคัดกรองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่เรารับฟังมาให้มากขึ้น ซึ่งเราจะพาน้อง ๆ มาฝึกฝนการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากสื่อที่ฟังกัน เพราะในปัจจุบันเราสามารถรับสารได้หลากหลายรูปแบบมีทั้งประโยชน์ และโทษ ดังนั้น เราจึงต้องมีทักษะนี้ติดตัวไว้แยกแยะว่าสื่อนั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ถ้าน้อง ๆ พร้อมแล้วเรามาเริ่มเรียนกันเลย   ความหมายของความน่าเชื่อถือ และสื่อ ความน่าเชื่อถือ หมายถึง

เรนจ์ของความสัมพันธ์

เรนจ์ของความสัมพันธ์ เรนจ์ของความสัมพันธ์ r คือ สมาชิกตัวหลังของคู่อันดับในความสัมพันธ์ r เขียนแทนด้วย   กรณีที่ r เขียนแบบแจกแจงสมาชิก เราสามารถหาโดเมนได้เลยโดย คือสมาชิกตัวหลัง เช่น = {(2, 2), (3, 5), (8, 10)} จะได้ว่า  = {2, 5,

NokAcademy_ม5 การใช้ Modal Auxiliaries

Modal Auxiliaries ที่สำคัญ

สวัสดีค่านักเรียนชั้นม.5 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปดู ” Modal Auxiliaries หรือ Modal verbs “ ที่ใช้บ่อยพร้อมเทคนิคการใช้งานง่ายๆกันค่า Let’s go! ไปลุยกันเลยจร้า รู้จักกับ Modal Auxiliaries   Modal Auxiliaries คือ กริยาช่วยกลุ่ม  Modal verbs หรือ 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1