บทสนทนาในชีวิตประจำวันที่ควรรู้

Daily Conversation P6

สารบัญ

 

สวัสดีค่ะนักเรียนป. 6 ที่รักทุกคน เมื่อก่อนการคุยกันผ่านออนไลน์ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าในปัจจุบันที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยในสถานการณ์ยุคโควิด เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเวลาที่เราออกไปไหนไม่ได้ บทสนทนาออนไลน์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากแต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงสักเท่าไหร่ วันนี้ครูจะพาไปดูบทสนทนาที่อัพเดทแล้วในปัจจุบันรวมทั้งประโยคและวลีที่เราเจอบ่อยในชีวิตประจำวันทั้งชีวิตจริงและบนโลกออนไลน์กันค่ะ ไปลุยกันเลยค่า

 

Daily Conversation P6

 

 การเริ่มบทสนทนากับคนที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย

 

 การเริ่มบทสนทนากับคนที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย

 

Hi/ Hello/ Is that …?

= สวัสดี ที่นั่น ..(เบอร์/ สถานที่)… ใช่ไหม

 

Yes, it is. I’m…who’s speaking?

= ครับ/ค่ะ ถูกแล้ว ฉันชื่อ…ไม่ทราบว่าคุณคือใครคะ

 

 No, this is …+ สถานที่

= ไม่ใช่ค่ะ ที่นี่คือ ….เช่น No, this is not Emily’s house. You might call a wrong number.

เป็นต้น

 

 

 ถ้าเกิดว่ามีการรับสาย การพูดขอสายบนโทรศัพท์ หรือ Skype, Video call, หรือ อื่นๆ  ก็สามารถใช้ประโยคเหล่านี้ได้ เช่นกันค่ะ

 

May I talk to… please ?

= รบกวนขอสายคุณ…

 

I’d like to speak to… please.

= ฉันขอพูดกับคุณ…. หน่อยค่ะ/ ครับ

 

หากต้องการทราบว่าใครเป็นคนพูด สามารถใช้ประโยคเหล่านี้ได้

May I ask who’s calling, please?

= ไม่ทราบว่าใครโทรมาครับ

 

 “กรุณาถือสายรอสักครู่” สามารถใช้ประโยคเหล่านี้ได้

 May you hold a line for a few minutes, please?

กรุณาถือสายรอสัก 2-3 นาทีได้ไหมคะ/ครับ

สามารถใช้ประโยคเหล่านี้ได้เมื่อมีการฝากข้อความไว้เพื่อให้ติดต่อกลับ

 

ติดต่อกลับ

 

Can I take a message for him/her?

= ฉันจดข้อความไว้ให้เขาหรือเธอไหม

 

May I leave a message for + ชื่อคนที่ต้องการทิ้งข้อความไว้
เช่น  May I leave a message for Tommy?

 

ในกรณีที่เราโทรไปแล้วเขาไม่ว่าง ให้กล่าวว่า

 

ไม่ว่าง

 

Sorry หรือ I’m sorry แล้วตามด้วยประโยคต่อไปนี้

Sorry to keep you waiting.

= ขอโทษด้วยที่ให้รอ

 

หรือบอกเหตุผลที่เขาไม่ว่างว่า

He/She is not in at the moment.

= ตอนนี้เขา/ เธอไม่อยู่

 

 

นอกจากนี้เรายังสามารถบอกเหตุผลว่า สายไม่ว่างได้อีกว่า

 

ถ้าเกิดเราโทรไปแล้วเขาไม่ว่าง ให้กล่าวว่าง

 

The line is busy. Can you call back again at + เวลา?

= สายไม่ว่างเลย รบกวนโทรกลับอีกครั้งเวลา…

 

 

 

เมื่อในกรณีที่คนโทรมาผิดเบอร์ สามารถใช้ประโยคเหล่านี้ได้ค่ะ

 

wrong number

 

I’m sorry. There is no one here by that name.

= ขอโทษค่ะ ที่นี่ไม่มีคนชื่อนั้น

 

 

 เมื่อมีรับสายก็ต้องมีการวางสาย เราสามารถใช้ประโยคเหล่านี้ได้

 

ending the call

Thank you for your valuable time.

= ขอบคุณค่ะ/ครับที่สละเวลาอันมีค่า

 

ตัวอย่างวลีและประโยคที่เจอบ่อยในชีวิตประจำวัน

 

วลีและประโยค Daily Conversation

 

What do you do?

แปลว่า คุณทำงานอะไร?

หรือเราสามารถถามได้อีกว่า What do you do for a living? = คุณทำอะไรเพื่อเลี้ยงชีพ (ประโยคแรกจะฟังดูสนิทสนมมากกว่า)

 

Can I have your + Noun?

แปลว่า ขอ…เช่น Can I have your booking number please? หมายถึง ขอหมายเลขการจองด้วยค่ะ/ครับ

 

How can I help you? / What can I do for you? 

แปลว่า ต้องการให้ช่วยอะไรไหมครับ/คะ?

เราจะเจอประโยคเหล่านี้บ่อยมากเวลาที่เดินเข้าห้างสรรพสินค้า เมื่อพนักงานถามเพื่อหยิบยื่นความช่วยเหลือให้

 

 

 Excuse me.

แปลว่า ขอประทานโทษ

ตัวอย่างเช่น Excuse me madame/mam หรือ Mr., Mrs. + นามสกุลของแขก

 

I would apologize for + นาม/นามวลี (เหตุที่ต้องขอโทษ)

เป็นการ ขอโทษ แบบสุภาพ เช่น

I would apologize for being late at school today.

ขอโทษที่มาโรงเรียนสายนะคะ/ครับ

 

 

How did you find it?

แปล คุณคิดยังไง

 

Slowly please, I didn’t catch up your words.
ช้าลงอีกสักนิดได้มั้ยคะ/ครับ

 

 

ตัวอย่างบทสนทนา1:

 

เรามาดูตัวอย่างการสัมภาษณ์ชาวต่างชาติว่าพูดถึงอาหารไทยยังไงบ้าง

Situation: At the walking street in Bangkok, Thailand

 

Situation1: Food and Restaurant

 

Lucy: Hello, do you have few minutes? I’d like to interview you a bit about Thailand?

แปล: สวัสดีค่ะ คุณพอจะมีเวลาไหมคะ ดิฉันอยากขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับประเทศไทยค่ะ

 

Lucy: By the way, let me introduce myself, I am Lucy from The Best Food YouTube channel.
ลูซี่: ขอแนะนำตัวนะคะ ชื่อลูซี่นะคะ มาจากรายการอาหารช่องยูทูบ “The Best Food”

 

Liza: Wow, we saw your YouTube channel. We love it. Why not?

แปล: เราเคยดูรายการคุณค่ะ มันน่าทึ่งมาก พวกเราชอบมาก ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ

 

Lucy: I appreciate it. Can you tell me a little bit about yourself please?

แปล: ขอบคุณมากเลยค่ะ รบกวนให้คุณลิซ่าแนะนำตัวด้วยนะคะ

 

Liza: My name’s Liza and this is Mark, my boyfriend. We are from England.

แปล: สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ ลิซ่า ส่วนนี่มาร์คแฟนฉันเองค่ะ พวกเรามาจากประเทศอังกฤษ

 

Lucy: Wow, you couple looks amazing. I’ve some questions about Thai food to interview you.
ลูซี่: ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมากค่ะ ดิฉันมีคำถามเกี่ยวกับอาหารไทยอยากจะสอบถามสักหน่อยค่ะ

 

Lucy: Have you tried any Thai food? What do you think about Thai food?
ลูซี่: คุณเคยทานอาหารไทยมาบ้างมั้ยคะ ขอทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับอาหารไทยด้วยค่ะ

 

Mark and Liza: Absolutely, we agree that Thai food is the best in the world.

มาร์คและลิซ่า: แน่นอน พวกเราว่าอาหารไทยอร่อยที่สุดในโลก

 

Lucy: Wow! What are your most favorite dish?

= ว้าว อาหารไทยจานโปรดของคุณคืออะไรคะ

 

Mark: Panang curry

มาร์ค: พะแนงครับ

 

Lucy: Have you tried Green curry?

ลูซี่: เคยลองทานแกงเขียวหวานมาก่อนมั้ยคะ

 

Liza: Yes, we tried Sweet Green curry at Thai restaurant nearby our apartment in London.

ลิซ่า: แน่นอนค่ะ พวกเราเคยกินแกงเขียวหวานที่ร้านอาหารไทยไกล้ๆ กับอะพาร์ตเมนต์ที่เราพักในลอนดอน

 

Lucy: How did you find it? Was it yummy?
= รสชาติเป็นยังไงบ้างคะ อร่อยมั้ย

 

Mark and Liza: Of course, we loved it.
= แน่นอน พวกเราชอบมันมาก

 

Lucy: Thank you for your time. Hope you enjoy your travelling here.

ลูซี่: ขอบคุณที่สละเวลาให้สัมภาษณ์ ขอให้สนุกกับการเที่ยวนะคะ

 

Mark: Your welcome. Good luck, bye.

มาร์ค: ยินดีครับผม

 

Liza: Take care.

ลิซ่า: ดูแลตัวเองด้วยนะคะ

 

Lucy: You guys too, take care.
ลูซี่: ทั้งสองคนก็ด้วยนะคะ ดูแลตัวเองด้วย

 

ตัวอย่างบทสนทนา2:

 

 สถานการณ์บทสนทนาทางวีดีโอคอล ระหว่างนีน่าและเดวิดที่เป็นเพื่อนกัน

Situation: David and Neena are talking through Skype video calling.

Situation2: Neena and David on video calling by NokAcademy

Neena: What school did you go to?
นีน่า: นายไปเรียนที่ไหนมาเดวิด

David: I went to Nok Academy International school.
เดวิด: ผมไปเรียนที่ โรงเรียนนานาชาตินกอะคาเดมีมาครับ

Neena: Oh really? Where is the school located?
นีน่า: อ้าวเหรอ แล้วโรงเรียนนี้อยู่ที่ไหน

David: It’s located in Chonburi province, Thailand.
เดวิด: โรงเรียนตั้งอยู่ที่ จ. ชลบุรี ประเทศไทยครับผม

Neena: I’ve heard it before. Do you know Pattaya?
นีน่า: ฉันเคยได้ยินชื่อนี้ แล้วนายรู้จักพัทยามั้ย

David: Yes, I do. It’s near to my place.
เดวิด: แน่นอนผมรู้จักครับ อยู่ใกล้ๆบ้านผมเลย

Neena: I see. How did you find it there?
นีน่า: อ้อ คุณคิดว่าที่นั่นเป็นยังไงบ้าง

David: Well, I find it was very crowded before because there were so many tourists.
But now, due to Covid- 19 pandemic, it’s very quiet.
เดวิด: เอิ่ม ผมว่าคนเยอะมากครับเมื่อก่อน เพราะว่ามีนักท่องเที่ยวเยอะ แต่ตอนนี้มีสถานการณ์โควิดมันเลยเงียบมาก

Neena: I wish I could visit you sometimes.
นีน่า: ฉันหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้ไปเยี่ยมบ้านนายนะ

David: Yes, of course Neena. I’ll take you to travel around city.
เดวิด: มาเลยนีน่า ผมจะพานีน่าไปเที่ยวทั่วเมืองเลยครับ


Neena: After Covid-19, I will visit you for sure. My mom is calling me. I have to go now.
นีน่า: หลังโควิดนู่นแหละ เดี๋ยวจะไปเยี่ยมแน่ๆ แม่โทรมา ฉันต้องไปแล้วนะ


Neena: Okay David! See you soon. Take care.
เดวิด ไว้เจอกันนะ ดูแลตัวเองด้วย

David: See you. Bye.
แล้วเจอกันครับผม

เป็นยังไงกันบ้างคะนักเรียนที่น่ารักทุกคน ขอให้บทความนี้เป็นประโยชน์กับทุกคนที่กำลังเริ่มฝึกพูด หรือกำลังฝึกบทสนทนาอยู่
ช่วงนี้ก็ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะคะ แล้วเจอกันจร้า See you!

 

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย
เรียนพิเศษออนไลน์ ดูได้ทั้ง 4 รายวิชา - NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ วิดีโอ และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

M6 การใช้ Quantity words

การใช้ Quantity words เช่น many/ much/ a lot of/ lots of

Hi guys! สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.6 ทุกคนวันนี้เราจะไปเรียนรู้ “การใช้ Quantity words เช่น many/ much/ a lot of/ lots of  ” ในภาษาอังกฤษกันค่ะ Let’s go! ไปลุยกันโลด Quantity words คืออะไร   “Quantity

เรียนรู้เรื่องการสร้างคำประสมในภาษาไทย

การสร้างคำประสม   คำพูดที่เราพูดกันอยู่ทุกวันนั้น ๆ น้องรู้ไหมคะว่ามีที่มาอย่างไร ทำไมถึงเกิดเป็นคำนี้ให้เราเอามาพูดกันได้ นั่นก็เพราะว่าในภาษาไทยเรานั้นมีสิ่งที่เรียกว่าการสร้างคำอยู่นั่นเองค่ะ ซึ่งการสร้างคำก็มีทั้งคำที่ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยเฉพาะ เป็นคำมูล คำไทยแท้ กับอีกลักษณะคือการสร้างคำจากคำมูลนั่นเองค่ะ บทเรียนภาษาไทยในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปเรียนรู้การสร้างคำประสมในภาษาไทย คำประสมคือคำแบบใดบ้าง เราไปเรียนรู้เรื่องนี้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ   คำประสม     คำประสม หมายถึงคำที่เกิดจากนำคำ 2

ประโยคความเดียวและประโยคความรวมในภาษาอังกฤษ

  สวัสดีค่ะนักเรียนชั้นม.1 ที่น่ารักทุกคน เจอกันอีกแล้วจร้ากับไวยากรณ์การเขียนภาษาอังกฤษและวันนี้ครูจะพาไปดูเทคนิคการการใช้ประโยคความเดียว และประโยคความรวมในภาษาอังกฤษกันค่ะ ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมามากกับคนที่ไม่ชอบเขียน  ครูเอาใจช่วยทุกคนค่า ไปลุยกันเลย 3 โครงสร้างประโยคในภาษาอังกฤษ การจะเป็นประโยคสมบูรณ์ได้นั้น ประโยคจะต้องประกอบไปด้วย 3 ส่วนสำคัญดังนี้ กริยา หรือ verb (ภาคขยาย) ภาคขยาย จะมีหรือไม่มีก็ได้ การใส่ภาคขยายเข้ามาเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ประธาน subject  + กริยา หรือ

Profile Telling Time

“บอกเวลาในภาษาอังกฤษ (Time in English) ”

Hi guys! สวัสดีค่ะนักเรียนชั้น ป.5 ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราจะไปดูวิธีการ “บอกเวลาในภาษาอังกฤษ (Telling Time in English) ” กันค่ะ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย  บทนำ ในบทเรียนนี้ครูขอยกตัวอย่างการบอกเวลาที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปใน 2 รูปแบบ ตามที่มาของ Native English หรือ ภาษาอังกฤษของเจ้าของภาษา นะคะ  ดังตัวอย่างดังต่อไปนี้

โดเมนของความสัมพันธ์

โดเมนของความสัมพันธ์ โดเมนของความสัมพันธ์ r คือ สมาชิกตัวหน้าของคู่อันดับในความสัมพันธ์ r เขียนแทนด้วย กรณีที่ r เขียนแบบแจกแจงสมาชิก เราสามารถหาโดเมนได้เลยโดย คือสมาชิกตัวหน้า เช่น = {(2, 2), (3, 4), (8, 9)} จะได้ว่า  = {2, 3, 8}

ความน่าจะเป็น

ความน่าจะเป็น

บทความนี้จะแนะนำให้รู้จักกับ ความน่าจะเป็น ซึ่งได้กล่าวถึงในลักษณะของความหมายและยกตัวอย่างประกอบ รวมถึงคำที่เกี่ยวข้องกับความน่าจะเป็น เช่นการทดลองสุ่ม ปริภูมิตัวอย่าง และเหตุการณ์ ดังต่อไปนี้ ความน่าจะเป็น ความน่าจะเป็น (Probability)  เป็นจำนวนที่ใช้เพื่อบอกโอกาสที่เหตุการณ์หนึ่ง ๆ จะเกิดขึ้น ซึ่งมี 3 ลักษณะ คือ ไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนจะมีค่าความน่าจะเป็นเท่ากับ 0 อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้ จะมีค่าความน่าจะเป็นอยู่ระหว่าง 0 กับ 1