Imperative Sentence: การใช้ประโยคคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำง่ายๆ

สวัสดีครับน้องๆ :) วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องประโยคคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำในภาษาอังกฤษ หรือที่เรียกว่า “Imperative Sentence” กันครับ
Imperative Sentence

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

น้องๆ เคยได้ยินคำว่า “Imperative Sentence” มาบ้างมั้ยครับ? ลองดูประโยคด้านล่างนี้นะครับ

“Stand up, please”

“Have a seat”

“Don’t do that!”

ประโยคเหล่านี้เป็นประโยคที่ใช้เพื่อออกคำสั่ง ขอร้อง เตือน หรือให้คำแนะนำ ที่น้องๆ จะได้ใช้บ่อยมากๆ ในชีวิตประจำวัน ก่อนอื่นเราลองมาดูโครงสร้างของมันกันครับ

 

โครงสร้างของ Imperative Sentence

โครงสร้างของประโยคเหล่านี้นั้นจะไม่มีประธานครับ (ประธานจะถูกละไว้ ขึ้นอยู่กับว่าเราพูดประโยคนั้นๆ กับใคร) ฉะนั้นในการสร้างประโยคคำสั่ง ขอร้อง หรือแนะนำนั้น น้องๆ สามารถทำได้โดยใช้คำกริยา (Verb) ในรูปปกติ (Inifnitive) ได้เลยครับ เช่น

imperative sentence

 

ถ้าต้องการทำให้เป็นรูปปฎิเสธ น้องๆ สามารถทำได้โดย วาง Do not หรือ Don’t ไว้ข้างหน้าคำกริยา เช่น

imperative sentence

 

อีกโครงสร้างหนึ่งของที่พี่อยากแนะนำ นั่นคือการเชิญชวนนั่นเอง น้องๆ สามารถใช้ Let’s ตามด้วยคำกริยาได้เลยครับ เช่น

imperative sentence

 

ซึ่งรูปปฎิเสธของ Let’s คือ Let’s not ครับ เช่น

 

การออกคำสั่ง (Orders)

น้องๆ อาจจะพบได้บ่อยๆ ที่บ้านหรือที่โรงเรียน ส่วนใหญ่จะเป็นคำสั่งจากคุณพ่อคุณแม่ คุณครู หรือจากหัวหน้าห้อง เช่น

orders

 

หรือน้องๆ อาจจะใช้ประโยคคำสั่งกับสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข หรือแมวก็ได้ครับ เช่น

orders

 

*น้องๆ สามารถใส่เครื่องหมายตกใจ (!) แทนจุด full-stop (.) ในประโยคคำสั่งได้ครับ

 

การห้ามหรือเตือน (Warnings)

สามารถใช้ในการเตือนเพื่อนๆ ในเรื่องที่อาจมีอันตราย เช่น ตอนข้ามถนน ลงบันได หรือพื้นต่างระดับ

warnings

 

*ในการห้ามหรือเตือน น้องๆ สามารถใส่เครื่องหมายตกใจ (!) แทนจุด full-stop (.) ได้เช่นกันครับ

 

การให้คำแนะนำ (Advice)

ถึงแม้จุดประสงค์จะคล้ายๆ การออกคำสั่ง แต่การให้คำแนะนำนั้นจะแตกต่างจากการออกคำสั่งตรงที่ว่า เรามักจะให้เหตุผลประกอบคำแนะนำนั้นๆ ด้วยครับ เช่น

advice

 

การขอร้อง (Requests)

การขอร้องนั้นจุดประสงค์จะคล้ายๆ การออกคำสั่งเช่นกันครับ แต่จะใช้คำและน้ำเสียงที่สุภาพกว่า และที่สำคัญมากๆ น้องๆ อย่าลืมพูดคำว่า “please” ด้วยนะครับ

requests

 

น้องๆ จะเห็นได้ว่า Imperative Sentence นั้นสามารถใช้ง่ายและใช้ได้ในหลากหลายสถานการณ์มากๆ เลยใช่มั้ยครับ น้องๆ สามารถศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ บทความระดับม. 1 

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

โจทย์ปัญหาสัดส่วน 2

บทความนี้น้องๆจะได้เรียนรู้หลักการที่ใช้ในการแก้โจทย์ปัญหาสัดส่วนด้วยวิธีการที่หลากหลายและเข้าใจง่าย สามารถนำไปช่วยในแก้โจทย์ปัญหาในห้องเรียนของน้องๆได้

NokAcademy_ม6 Relative Clause

ทบทวนเรื่อง Relative clause + เทคนิค Error Identification

สวัสดีค่ะนักเรียนม. 6 ที่รักทุกคน วันนี้เราจะไปดู Relative clause หรือ อนุประโยคในภาษาอังกฤษ ที่ทำหน้าที่เหมือนกันกับคำคุณศัพท์ (Adjective) ซึ่งมีหน้าที่ขยายคำนามที่อยู่ข้างหน้า  และจะใช้ตามหลัง Relative Pronoun เช่น  who, whom, which, that, และ whose แต่สงสัยมั้ยคะว่าทำไมต้องเรียนเรื่องนี้ ลองดูตัวอย่างประโยคด้านล่างแล้วจะร้องอ๋อมากขึ้น พร้อมข้อสอบ Error

โจทย์ปัญหาแผนภูมิรูปวงกลม

ในบทความนี้เราจะได้เรียนรู้หลักการแก้โจทย์ปัญหาแผนภูมิรูปวงกลมที่จะนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวนและสามารถเข้าใจได้ง่าย

ความน่าจะเป็น

ความน่าจะเป็น

บทความนี้จะแนะนำให้รู้จักกับ ความน่าจะเป็น ซึ่งได้กล่าวถึงในลักษณะของความหมายและยกตัวอย่างประกอบ รวมถึงคำที่เกี่ยวข้องกับความน่าจะเป็น เช่นการทดลองสุ่ม ปริภูมิตัวอย่าง และเหตุการณ์ ดังต่อไปนี้ ความน่าจะเป็น ความน่าจะเป็น (Probability)  เป็นจำนวนที่ใช้เพื่อบอกโอกาสที่เหตุการณ์หนึ่ง ๆ จะเกิดขึ้น ซึ่งมี 3 ลักษณะ คือ ไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนจะมีค่าความน่าจะเป็นเท่ากับ 0 อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้ จะมีค่าความน่าจะเป็นอยู่ระหว่าง 0 กับ 1

การใช้ตัวเชื่อม (Connective words): First,… Second,… Third,… Fourth,… Finally,…

 การใช้ตัวเชื่อม (Connective words) สวัสดีค่ะนักเรียน ม.2 ทุกคน วันนี้ครูมีเทคนิคที่จะทำให้ทุกคนนำไปปรับใช้กับงานเขียนด้วย  การใช้ตัวเชื่อม (connective words) ในภาษาอังกฤษกันค่ะ โดยปรกติแล้วงานเขียนแบ่งออกออกเป็นสองรูปแบบหลักๆคือ เรียงความ (Essay Writing) กับ พารากราฟ (Paragraph Writing) ขอสรุปสั้นๆง่ายๆ ให้ทุกคนเข้าใจว่า Essay คือเรียงความเพราะฉะนั้นจะยาวกว่า Paragraph ที่เป็นเพียงย่อหน้าหนึ่งเท่านั้นนั่นเองค่ะ 

เรียนรู้และเข้าใจเรื่องคำซ้อนในภาษาไทย

คำซ้อน เป็นหนึ่งในบทเรียนหลักภาษาไทยเรื่องการสร้างคำ น้อง ๆ หลายคนอาจจะเคยสับสนกับวิธีสร้างคำซ้อน ไม่รู้ว่าแบบไหนกันแน่ที่เรียกว่าคำซ้อน เพราะภาษาไทยเรานั้นก็มีคำมากมายเหลือเกิน วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องคำซ้อนให้มากขึ้น รับรองว่าไม่ยากแน่นอนค่ะ   คำซ้อน     ความหมายของคำซ้อน   คำซ้อน คือ คำที่เกิดจากการนำคำตั้งแต่ 2 คำ ขึ้นไปมาเรียงต่อกัน โดยคำที่นำมาซ้อนกันจะต้องเป็นคำที่มีความหมายเหมือนกัน ใกล้เคียงกัน ตรงข้ามกัน หรืออาจมีเสียงที่คล้ายกัน

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1