Direct and Indirect Objects

สวัสดีน้องๆ ม. 5 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเรื่อง Direct และ Indirect Objects กันครับว่าคืออะไร ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย
Direct Object

สารบัญ

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.

Object คืออะไร?

ก่อนที่จะไปถึง Direct กับ Indirect Objects เรามาทำความเข้าใจกับ “Object” กันก่อนครับว่าคือ “กรรม” ในภาษาอังกฤษนั้นก็คือคน สัตว์ หรือวัตถุที่ “ถูกกระทำ” จากกริยา (Verb) นั่นเอง ตัวอย่างเช่น

Example: I write a letter.

Subject

Verb

Object

I

write

a letter

“I” คือ Subject หรือประธานของประโยค

“write” คือ Verb หรือกริยา โดยที่ Subject เป็นผู้กระทำ (ฉันเขียน)

“a letter” คือ Object หรือกรรม ที่ถูกกระทำนั่นเองครับ (จดหมายถูกเขียน)

 

Direct Object (D.O.)

จากประโยคตัวอย่างข้างต้น a letter จะถึงว่าเป็น “Direct Object” (กรรมตรง) เพราะเป็นกรรมที่ถูกกระทำโดยตรงจากกริยา ลองดูตัวอย่างอีกสักประโยค

Hugo repairs his car.

Hugo = ประธาน

กระทำกริยา repair (ซ่อม)

รถของเขา (his car) เป็นกรรมที่ถูกกระทำ (ซ่อม) โดยตรงนั่นเอง

 

He invites Luna to the party.

He = ประธาน

กระทำกริยา invite (เชิญ)

Luna เป็น Object ที่ถูกเชิญมางานปาร์ตี้นั่นเอง

 

Indirect Object (I.O.)

สำหรับ “Indirect Object” (กรรมรอง) นั่นคือกรรมที่เป็น “ผู้รับ” ผลจากกรรมตรงอีกทอดหนึ่ง โดยที่ I.O. นั้นจะมาเดี่ยวๆ ไม่ได้ จะต้องมี D.O. ก่อนเสมอ

ตัวอย่างเช่น

I write a letter.
สามารถเพิ่ม Indirect Object เข้าไปได้ 2 รูปแบบคือ

I write a letter to you.
หรือ
I write you a letter.
(ทั้ง 2 ประโยคแปลว่า ฉันเขียนจดหมายถึงคุณ)

เราทราบอยู่แล้วว่า “letter” นั้นเป็น D.O. และเราต้องการเพิ่ม “ผู้รับ” คือ “you” เข้าไปด้วย

ฉะนั้น you จะถือว่าเป็น I.O. เพราะเป็น “ผู้รับ” จดหมายมานั่นเอง

 

หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง

My mom bought a bike.
(แม่ของฉันซื้อจักรยาน)
bike = D.O. เพราะถูกซื้อมา

เมื่อเพิ่มผู้รับ (Indirect Object) เข้าไปจะได้ว่า

My mom bought a bike for me.
หรือ
My mom bought me a bike.

(ทั้ง 2 ประโยคแปลว่า แม่ซื้อจักรยานให้ฉัน)

bike = D.O. เหมือนเดิม
me = I.O. เพราะฉัน “ได้รับ” จักรยานมาอีกที

 

โครงสร้างประโยค

จากตัวอย่างข้างต้นเราจึงสามารถเขียนโครงสร้างได้ดังนี้

Direct Object

Indirect Object

 

ข้อควรจำ

  1. ไม่ใช่กริยาทุกตัวจะต้องการกรรม กริยาที่สามารถมีกรรมได้เรียกว่า สกรรมกริยา (Transitive Verbs) เช่น send, play, fix ส่วนกริยาที่ไม่ต้องการกรรมเรียกว่า อกรรมกริยา (Intransitive Verbs) เช่น lie, sleep, walk
  2. ดังนั้น Direct and Indirect Objects จะตามหลังกริยาที่ต้องการกรรม (Transitive Verbs) เท่านั้น
  3. Direct Object นั้นสามารถมี Indirect Object ตามมาด้วยหรือไม่ก็ได้ ต่างจาก I.O. ที่ต้องมี D.O. มาก่อนเสมอ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับน้องๆ สำหรับเรื่อง Direct และ Indirect Objects หวังว่าน้องๆ จะเข้าใจและนำไปใช้ได้ในการเรียนภาษาอังกฤษนะครับ สำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากทบทวยเพิ่มเติมก็สามารถคลิกดูวิดีโอจากช่อง NockAcademy ด้านล่างได้เลยครับ

ทบทวนเนื้อหาม. 6 เรื่องอื่นๆ

NockAcademy คือโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก โดยแอปฯ และเว็บไซต์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
มากไปกว่านั้น เรายังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนพิเศษ การติวนอกสถานที่โดยติวเตอร์ที่แน่นไปด้วยความรู้ อีกด้วย

Add LINE friends for one click to find article. Add LINE friends for one click to find article.
ครูผู้สอน NockAcademy

แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูคลิปบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ คลิป และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

can could

การตั้งคำถามโดยใช้ Can และ Could

สวัสดีน้องๆ ป. 6 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีการใช้กริยาช่วยคือ Can และ Could กันครับ ถ้าพร้อมแล้วเราลองไปดูกันเลย

auxiliary verbs

Auxiliary Verbs คืออะไร?

สวัสดีน้องๆ ม.5 ทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า Auxiliary Verbs ในภาษาอังกฤษกันครับ

ศึกษาตัวบทและคุณค่าที่แฝงอยู่ในสุภาษิตพระร่วง

สุภาษิตพระร่วง   หลังได้เรียนรู้เรื่องประวัติความเป็นมาของสุภาษิตพระร่วงไปแล้ว น้อง ๆ ก็คงอยากรู้ใช่ไหมคะว่าในเรื่องสุภาษิตพระร่วงนั้นสอดแทรกคำสอนเรื่องใดไว้บ้าง รวมถึงคุณค่าที่อยู่ในวรรณคดีอันทรงคุณค่าเรื่องนี้ด้วย บทเรียนวันนี้จะพาน้อง ๆ ทุกคนไปศึกษาตัวบทเด่น ๆ ที่น่าสนใจในสุภาษิตพระร่วงพร้อมเรียนรู้ถึงคุณค่าของเรื่องนี้กันค่ะ   ศึกษาตัวบทที่น่าสนใจในเรื่องสุภาษิตพระร่วง     คำสอนที่ปรากฏในตัวบท ควรเรียนเพื่อนเป็นประโยชน์แก่ตัวเอง เป็นเด็กควรเรียนหนังสือ พอโตขึ้นค่อยหาเงิน ทำอะไรให้เหมาะสมกับวัย อย่าเอาของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง อย่ารีบด่วนสรุปเรื่อง่าง ๆ ให้ประพฤติตนตามแบบวัฒนธรรมที่ดีงาม

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า ความเป็นมาของวรรณคดีที่แปลจากภาษาอังกฤษ

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า เป็นวรรณคดีที่ไทยที่ถูกแปลมาจากภาษาอังกฤษ น้อง ๆ คงจะสงสัยกันใช่ไหมคะว่าทำไมเราถึงได้เรียนวรรณคดีที่ถูกแปลจากภาษาอื่นด้วย บทเรียนในวันนี้จะพาน้อง ๆ ไปทำความรู้จักวรรณคดีที่ทรงคุณค่าอีกเรื่องหนึ่งว่ามีที่มาและเรื่องย่ออย่างไร ใครเป็นผู้แต่งในฉบับภาษาไทย ถ้าพร้อมที่จะเรียนรู้แล้วก็ไปดูกันเลยค่ะ   ความเป็นมา กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า     วรรณคดีเรื่องกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า วรรณคดีเรื่องนี้มีที่มาจากกวีนิพนธ์อังกฤษชื่อ Elegy Written in a country churchyard ของ ธอร์มัส

ค่าของฟังก์ชันไซน์และโคไซน์

ค่าของฟังก์ชันไซน์และโคไซน์

ค่าของฟังก์ชันไซน์และโคไซน์ ค่าของฟังก์ชันไซน์และโคไซน์ จะเกี่ยวข้องกับ θ พิกัดของ จุด (x, y) ซึ่งในบทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่าง x, y กับ θ จากบทความที่ผ่านมาเราได้รู้จักวงกลมหนึ่งหน่วยและการวัดความยาวส่วนโค้ง ในบทความนี้น้องๆจะได้รู้จักกับฟังก์ชันไซน์ (sine function) และฟังก์ชันโคไซน์ (cosine function) และวิธีการหาค่าของฟังก์ชันทั้งสอง Sine function =

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1 

โลโก้ NockAcademy

ทดลองฟรี!

เข้าใจได้ทันที NockAcademy ไลฟ์สดอันดับ 1