การเรียงคำคุณศัพท์ (Adjective Order)

น้องๆ น่าจะรู้จักหรือเคยได้ยิน “คำคุณศัพท์” หรือ Adjective ในภาษาอังกฤษกันมาบ้างแล้วใช่มั้ยครับ? ซึ่งหน้าที่ของคำเหล่านี้คือเพิ่มความหมายและบอกลักษณะของคำนามนั่นเอง วันนี้เราจะมาเรียนรู้กันว่าหากมี Adjective มากกว่า 1 คำมาขยายคำนาม เราจะเรียงลำดับมันอย่างไรดี ไปดูกันเลย!
Patra Jumsai Na Ayudhya
Patra Jumsai Na Ayudhya

แชร์

Share on twitter
Share on facebook

สารบัญ

Adjective Order เพื่อขยายคำนาม

น้องๆ ที่มีพื้นฐานเรื่อง Parts of Speech น่าจะคุ้นเคยกับการใช้ Adjective ขยาย Noun กันมาบ้างแล้วใช่มั้ยครับ เช่น

He is a young man.

(เขาคือชายหนุ่ม)

She is an outstanding student.

(เธอเป็นนักเรียนที่โดดเด่น)

That girl wears a pink skirt.

(เด็กผู้หญิงคนนั้นใส่ผ้าพันคอสีแดง)

 

ลำดับของ Adjective

แต่ถ้าหากว่ามี Adjective ตั้งแต่ 2 คำขึ้นไปมาขยายคำนาม เราจะเรียงลำดับพวกมันยังไงดีครับ? ลองดู 2 ประโยคนี้ครับ

1) I am sitting in a big white room.

2) I am sitting in a white big room.

น้องๆ จะเห็นว่ามี Adjective 2 คำ คือ “big” และ “white” มาขยายคำนามคือ “room” น้องๆ คิดว่าประโยคไหนถูกต้องตามหลักไวยากรณ์กันนะ?

คำตอบที่ถูกต้องคือ ข้อ 1) ครับ “a big white room”

ตอบถูกกันมั้ยเอ่ย?

โดยปกติแล้วการเรียงลำดับของ Adjective จะเป็นไปตามตารางนี้ครับ

 

ในบางครั้งก็จะมีการใช้ Adjective 3 ตัวในการขยายคำนาม (แต่ว่าไม่ค่อยนิยมกันนะครับ)

ตัวอย่าง

This chair is made of an enormous ancient European tree.

(เก้าอี้นี้ทำมาจากต้นไม้ยุโรปเก่าแก่ขนาดใหญ่)

He is a handsome young British actor.

(เขาคือนักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษสุดหล่อ)

Milo is a horrible big fierce dog.

(ไมโลเป็นหมาร้ายๆ ตัวใหญ่นิสัยแย่)

หรือในบางครั้งก็จะใช้มากกว่า 3 ตัว (กรณีนี้ค่อนข้างหายากครับ)

ตัวอย่าง

Taylor is a beautiful tall slim young blonde-haired American artist.

(เทย์เลอร์คือศิลปินสาวสวย สูง ผอม ผมบลอนด์ชาวอเมริกา)

My mom bought me a lovely little white Japanese sweater from Tokyo.

(แม่ซื้อเสื้อกันหนาวญี่ปุ่นตัวเล็กๆ น่ารักสีขาวจากโตเกียวมาให้ฉัน)

 

การเชื่อม Adjective ด้วย and

เมื่อมี Adjective มากกว่า 1 คำในประโยคที่ตามหลัง Linking Verbs หรือ Verb to be เรามักจะใช้ and เพื่อเชื่อม Adjective ตัวสุดท้ายกับตัวก่อนหน้าครับ เช่น

This place is dark and scary.

(สถานที่นี้มืดและน่ากลัว)

I feel so fresh, lively, and energetic.

(ฉันรู้สึกสดชื่น ร่าเริง และมีพลัง)

Your cat is so adorable, fluffy, and kind.

(แมวของคุณน่ารัก นุ่มนิ่ม และใจดีมาก)

แต่ถ้าหาก Adjective มีคำนามตามหลัง (อย่างที่ได้เห็นมาแล้วมากมายด้านบน) เรามักจะไม่ใส่ and ครับ เช่น

I am afraid of that old wooden house.

(ฉันกลัวบ้านไม้เก่าๆ หลังนั้น)

Daniel is a nice handsome middle-aged husband.

(ดาเนียลเป็นสามีวัยกลางคนที่หล่อและนิสัยดี)

Patrick is a genius Thai student.

(แพทริกเป็นนักเรียนอัจฉริยะชาวไทย)

 

เรื่องลำดับของ Adjective เป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ยาก น้องๆ สามารถฝึกฝนได้โดยการอ่านหนังสือ หรือสื่อภาษาอังกฤษบ่อยๆ เรื่องนี้มีประโยชน์มากในการเขียนภาษาอังกฤษและข้อสอบประเภท Error Analysis ครับ

5+

ดูวิดีโอบทเรียนสั้นๆ
แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

สามารถดูวิดีโอบทเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ที่มีมากกว่า 2,000+ วิดีโอ และยังสามารถทำแบบทดสอบที่มีมากกว่า 4000+ ข้อ

แนะนำ

แชร์

Share on twitter
Share on facebook
โจทย์ปัญหาการหารทศนิยม

โจทย์ปัญหาการหารทศนิยม

บทความนี้เป็นเรื่องการวิเคราห์โจทย์ปัญหาการหารทศนิยม ซึ่งโจทย์ที่นำมาเป็นตัวอย่างจะประกอบด้วยการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา การเขียนประโยคสัญลักษณ์ รวมไปถึงการสดงวิธีทำ หวังว่าน้องๆจะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ได้จริงกับโจทย์ปัญหาในห้องเรียน

การเลื่อนขนาน

การเลื่อนขนาน

สำหรับการแปลงทางเรขาคณิตในบทนี้จะกล่าวถึงการแปลงที่จะได้ภาพที่มีรูปร่างเหมือนกันและขนาดเดียวกันกับรูปต้นแบบเสมอ โดยใช้การเลื่อนขนาน

Like & Dislike ในการพูดถึงความชอบ และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง

สวัสดีน้องๆ ป. 5 ทุกคนนะครับผม วันนี้เราจะมาลองฝึกใช้ประโยคที่เอาไว้บอกความชอบของเรากัน พร้อมกับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองเบื้องต้นครับ ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลย

ฟังก์ชันจากเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่ง

ฟังก์ชันจากเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่ง ฟังก์ชันจากเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่ง เป็นการส่งสมาชิกจากของเซตหนึ่งเรียกเซตนั้นว่าโดเมน ส่งไปให้สมาชิกอีกเซตหนึ่งเซตนั้นเรียกว่าเรนจ์ จากบทความก่อนหน้าเราได้พูดถึงฟังก์ชันและการส่งสมาชิกในเซตไปแล้วบางส่วน ในบทความนี้เราจะได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับฟังก์ชันจากเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่งมากขึ้น จากที่เรารู้ว่าเซตของคู่อันดับเซตหนึ่งจะเป็นฟังก์ชันได้นั้น สมาชิกตัวหน้าต้องไปเหมือนกัน แต่ฟังก์ชันจากเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่งเป็นการกำหนดขอบเขตให้ฟังก์ชันนั้นแคปลงกว่าเดิม เช่น {(1, a), (2, b), (3, a), (4, c)}  จากเซตของคู่อันดับเราสมารถตอบได้เลยว่าเป็นฟังก์ชัน เพราะสมาชิกตัวหน้าไม่เหมือนกัน แต่ฟังก์ชันจากเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่ง คือการที่เรามีเซต 2 เซต แล้วเราส่งสมาชิกในเซตหนึ่งไปอีกเซตหนึ่ง

สมมูลและนิเสธ

สมมูลและนิเสธของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ

“สมมูลและนิเสธ” ของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ สมมูลและนิเสธ เราเคยเรียนกันไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่เป็นของประพจน์ p, q, r แต่ในบทความนี้จะเป็นสมมูลและนิเสธของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ ซึ่งก็จะเอาเนื้อหาก่อนหน้ามาปรับใช้กับประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ สิ่งที่เราจะต้องรู้และจำให้ได้ก็คือ การสมมูลกันของประพจน์ เพราะจะได้ใช้ในบทนี้แน่นอนน ใครที่ยังไม่แม่นสามารถไปอ่านได้ที่ บทความรูปแบบของประพจน์ที่สมมูลกัน  นิเสธของตัวบ่งปริมาณ เมื่อเราเติมนิเสธลงไปในประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ ข้อความต่อไปนี้จะสมมูลกัน กรณี 1 ตัวแปร ∼∀x[P(x)] ≡ ∃x[∼P(x)] ∼∃x[P(x)]

ฟรี! ดูวิดีโอบทเรียนสั้นๆ
แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

ฟรี! ดูวิดีโอบทเรียนสั้นๆ
แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

ฟรี! ดูวิดีโอบทเรียนสั้นๆ แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้

ฟรี! ดูวิดีโอบทเรียนสั้นๆ
แค่ 10 นาที ก็เข้าใจได้