ภาพประกอบบทความ เตรียมสอบเข้า ม.4 MWIT วมว. จภ. เริ่มเมื่อไหร่ดี? แผน ม.1–ม.3 พร้อม ไทม์ไลน์ 3 เดือนสุดท้าย (ภาพที่ 1)

อยากเข้า MWIT ต้องเริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่ ม.1 เลยไหม? ถ้าตอนนี้อยู่ ม.2 จะเริ่มติวทันหรือเปล่า? หรือถ้าขึ้น ม.3 แล้วเหลือเวลาเตรียมสอบแค่ 3 เดือน ยังมีโอกาสสอบติดอยู่ไหม?

พี่แอดมินเชื่อว่าคำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่น้อง ๆ และผู้ปกครองหลายคนกำลังสงสัย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเป้าหมายสอบเข้า ม.4 โรงเรียนสายวิทยาศาสตร์ชั้นนำอย่าง โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (MWIT), โครงการ วมว. และโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย (จภ.)

ทั้งสามเส้นทางมีจุดร่วมสำคัญคือการคัดเลือกนักเรียนที่มีความพร้อมด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการคิดวิเคราะห์ แต่การเตรียมตัวให้พร้อมไม่ได้หมายความว่าน้องต้องอ่านหนังสือหนักทุกวันตั้งแต่ ม.1 หรือเรียนเนื้อหาล่วงหน้าจนไม่มีเวลาพักผ่อนนะคะ

สิ่งสำคัญกว่าคือ รู้ว่าช่วงไหนควรทำอะไร เริ่มจากพื้นฐานอะไร และเมื่อไหร่ควรเปลี่ยนจากการทบทวนเนื้อหาไปสู่การฝึกทำข้อสอบจริง

บทความนี้พี่แอดมิน Nock Academy จะพาน้อง ๆ วางแผนตั้งแต่ ม.1 จนถึงวันสอบ พร้อมแจกตารางเตรียมสอบ 3 เดือนสุดท้าย เทคนิคฝึกข้อสอบแบบจับเวลา และเช็กลิสต์ที่ช่วยให้น้องรู้ว่าตัวเองพร้อมแค่ไหนแล้วค่ะ

เตรียมสอบ MWIT เริ่มเมื่อไหร่ดี? คำตอบคือเริ่มสร้างพื้นฐานตั้งแต่ ม.1–ม.2

ถ้าถามพี่แอดมินว่าเตรียมสอบ MWIT เริ่มเมื่อไหร่ดีที่สุด คำตอบคือ เริ่มสร้างพื้นฐานตั้งแต่ ม.1–ม.2 แล้วเพิ่มความเข้มข้นของการฝึกข้อสอบในช่วง ม.3 โดยเฉพาะ 3 เดือนสุดท้ายก่อนสอบ

แต่คำว่าเริ่มเตรียมตัว ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการลงคอร์สติวสอบเข้าอย่างเข้มข้นตั้งแต่วันแรกที่ขึ้น ม.1 นะคะ เพราะแต่ละช่วงชั้นมีเป้าหมายที่ต่างกัน

ภาพประกอบบทความ เตรียมสอบเข้า ม.4 MWIT วมว. จภ. เริ่มเมื่อไหร่ดี? แผน ม.1–ม.3 พร้อม ไทม์ไลน์ 3 เดือนสุดท้าย (ภาพที่ 2)

สำหรับน้อง ม.1 พี่แอดมินอยากให้เน้นเรียนในห้องให้เข้าใจและรักษาผลการเรียนก่อน ส่วนน้อง ม.2 สามารถเริ่มฝึกโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นและลองข้อสอบย้อนหลังเพื่อประเมินตัวเองได้

เมื่อขึ้น ม.3 ค่อยเปลี่ยนจากการเรียนเพื่อเข้าใจบทเรียน ไปสู่การฝึกใช้ความรู้หลายบทพร้อมกันภายใต้เวลาจำกัด

เพราะข้อสอบเข้าโรงเรียนวิทยาศาสตร์ไม่ใช่แค่การถามว่าน้องจำสูตรได้หรือไม่ แต่ยังต้องดูว่าน้องสามารถเลือกใช้ความรู้อย่างถูกต้อง วิเคราะห์สถานการณ์ และแก้ปัญหาใหม่ ๆ ได้มากแค่ไหน

อันดับ 1 ของการเตรียมสอบใน ม.1–ม.2 คือรักษาเกรดให้ถึงเกณฑ์

ก่อนจะไปถึงข้อสอบยาก พี่แอดมินอยากชวนน้อง ๆ เปิดสมุดพกดูเกรดของตัวเองก่อนค่ะ

เพราะหนึ่งในสิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ต่อให้น้องทำข้อสอบเก่งแค่ไหน แต่ถ้าเกรดเฉลี่ยไม่ผ่านเกณฑ์รับสมัคร ก็อาจไม่มีสิทธิ์เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกได้

สำหรับระบบสมัครสอบ MWIT ปีการศึกษา 2570 มีข้อกำหนดเรื่องผลการเรียนในระดับ ม.1–ม.2 รวม 4 ภาคเรียน โดยต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 ใน 3 ส่วน ได้แก่

  1. เกรดเฉลี่ยสะสมรวมทุกรายวิชา
  2. เกรดเฉลี่ยสะสมกลุ่มสาระคณิตศาสตร์
  3. เกรดเฉลี่ยสะสมกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ข้อมูลดังกล่าวปรากฏในระบบลงทะเบียนรับสมัครอย่างเป็นทางการ และโครงการ วมว. ปี 2570 ก็กำหนดเกณฑ์ทั้งสามส่วนในลักษณะเดียวกัน [2][3]

อย่างไรก็ตาม น้องควรตรวจสอบประกาศของแต่ละโครงการที่ต้องการสมัครอีกครั้ง เพราะเงื่อนไขอื่น ๆ อาจแตกต่างกันได้ค่ะ

ทำไมเกรด ม.1 เทอม 1 ถึงสำคัญ?

ลองนึกภาพว่าน้องคนหนึ่งตั้งใจจะสอบเข้า MWIT แต่ยังไม่รู้เรื่องเกณฑ์ผลการเรียน จึงปล่อยให้เกรดในม.1 เทอมแรกต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

แม้ภายหลังจะตั้งใจเรียนมากขึ้น แต่เกรดเทอมแรกก็ยังถูกนำมารวมในการคำนวณค่าเฉลี่ยสะสม ทำให้น้องต้องพยายามมากขึ้นในเทอมที่เหลือเพื่อดึงค่าเฉลี่ยให้ถึงเกณฑ์

ตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย

สมมติว่าเกรดเฉลี่ยแต่ละเทอมมีน้ำหนักเท่ากัน และน้องได้เกรดดังนี้

ภาคเรียน GPA
ม.1 เทอม 1 2.40
ม.1 เทอม 2 3.20
ม.2 เทอม 1 3.20
ม.2 เทอม 2 3.20
เฉลี่ย 4 เทอม 3.00

จะเห็นว่าเมื่อเทอมแรกได้ 2.40 น้องต้องทำเกรดเฉลี่ยให้ถึง 3.20 ในอีกสามเทอม จึงจะได้ค่าเฉลี่ยรวม 3.00 พอดี

แต่หากเทอมหลัง ๆ ได้เพียง 3.00 ค่าเฉลี่ยรวมจะเหลือ 2.85 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ตัวอย่าง

หมายเหตุ: ตัวอย่างนี้ใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตเพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น การคำนวณจริงต้องใช้น้ำหนักหน่วยกิตและผลการเรียนตามเอกสารของโรงเรียน

พี่แอดมินจึงอยากย้ำว่า เกรดเทอมเดียวไม่ได้ทำให้ความฝันจบลงทันที แต่สามารถเพิ่มภาระในการรักษาเกรดสะสมได้มาก และเมื่อครบ 4 เทอมแล้ว ก็ไม่สามารถกลับไปเปลี่ยนผลการเรียนของเทอมเก่าได้ตามปกติ

ต้องรักษาแค่คณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ไหม?

แม้จะเป็นโรงเรียนที่เน้นวิทยาศาสตร์ แต่เกณฑ์ที่กำหนดคะแนนเฉลี่ยรวมทุกวิชาหมายความว่าน้องต้องใส่ใจภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา และวิชาอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

สิ่งที่ควรทำตั้งแต่ ม.1 คือเช็กคะแนนรายวิชาทุกเทอม ไม่ปล่อยให้วิชาใดวิชาหนึ่งตกสะสม และหากมีบทเรียนที่ไม่เข้าใจให้รีบทบทวนก่อนสอบปลายภาค

พี่แอดมินแนะนำให้ผู้ปกครองช่วยน้องตั้งเป้าหมายผลการเรียนที่มีระยะเผื่อเหนือเกณฑ์ขั้นต่ำเล็กน้อย ไม่ใช่กดดันให้ต้องได้ 4.00 ทุกวิชา แต่เพื่อให้มีพื้นที่รองรับความผิดพลาดจากบางเทอมค่ะ

สำหรับวิธีคำนวณเกรดสะสมและเงื่อนไขสมัครแบบละเอียด อ่านเพิ่มเติมได้ใน [บทความ 3: สมัครสอบ MWIT วมว. จภ. 2570 ต้องใช้เกรดเท่าไหร่ และสมัครอย่างไร — ใส่ URL บทความจริง]

เตรียมตัวได้ตรงระดับตั้งแต่ตอนนี้?

ถ้าน้องอยู่ ม.1 หรือ ม.2 และยังไม่แน่ใจว่าควรปูพื้นฐานบทไหนก่อน พี่แอดมินแนะนำให้เริ่มจากการเช็กผลการเรียนและเนื้อหาที่น้องยังไม่แม่นค่ะ

ทัก LINE NockAcademy ม.ต้น @487aamiv เพื่อสอบถามคอร์สเรียน

อันดับ 2 สร้างทักษะคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่แค่ท่องจำสูตร

น้อง ๆ เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหมคะ?

เวลาเรียนในห้อง ครูยกตัวอย่างโจทย์ให้ดู น้องทำตามได้ถูกต้องทุกขั้นตอน แต่พอเจอข้อสอบที่เปลี่ยนคำถามหรือเพิ่มข้อมูลใหม่ กลับไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้อย่างไร

นี่เป็นความแตกต่างระหว่างการจำวิธีทำโจทย์ กับการเข้าใจหลักการที่อยู่เบื้องหลังค่ะ

ในการสอบเข้า MWIT วมว. และ จภ. รอบแรก ปี 2570 ข้อสอบถูกออกแบบให้ประเมินความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) โดยเน้นการใช้ความรู้เพื่อวิเคราะห์และแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ [1]

ดังนั้น การอ่านหนังสือสอบ MWIT ให้ได้ผลจึงควรฝึกอย่างน้อย 3 ทักษะนี้

  1. ฝึกอธิบายว่าทำไมจึงใช้สูตรนี้

แทนที่จะจำเพียงว่าสมการแบบนี้ต้องแทนค่าสูตรอะไร ลองถามตัวเองเพิ่มเติมว่า

  • โจทย์ให้ข้อมูลอะไรมาบ้าง และต้องการหาอะไร?
  • ทำไมจึงเลือกใช้สมการหรือหลักการนี้?
  • มีวิธีอื่นที่สามารถหาคำตอบเดียวกันได้ไหม?
  • ถ้าเปลี่ยนเงื่อนไขของโจทย์ คำตอบจะเปลี่ยนอย่างไร?

ตัวอย่างเช่น โจทย์เกี่ยวกับความเร็วและระยะทางอาจไม่ได้ถามให้แทนค่าสูตรโดยตรง แต่ให้ข้อมูลการเดินทางหลายช่วง แล้วถามว่าถ้าเปลี่ยนระยะเวลาในช่วงหนึ่ง จะส่งผลต่อความเร็วเฉลี่ยทั้งหมดอย่างไร

น้องต้องเข้าใจทั้งสูตร ความสัมพันธ์ของตัวแปร และการตีความสถานการณ์ จึงจะตอบได้ถูกต้อง

  1. ฝึกอ่านกราฟ ตาราง และข้อมูลการทดลอง

โจทย์วิทยาศาสตร์บางข้ออาจให้กราฟความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับเวลา ตารางผลการทดลอง หรือบทความเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แล้วให้น้องวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาคำตอบ

ลองฝึกจากโจทย์ที่มีตารางหรือกราฟ โดยเริ่มจากดูว่าตัวแปรต้นและตัวแปรตามคืออะไร แนวโน้มของข้อมูลบอกอะไร และข้อสรุปใดมีหลักฐานรองรับ

เช่น หากโจทย์ให้ผลทดลองการเจริญเติบโตของพืชที่ได้รับแสงต่างกัน น้องควรแยกให้ออกว่าอะไรเป็นตัวแปรควบคุม อะไรเป็นตัวแปรที่ต้องการศึกษา และข้อมูลเพียงพอหรือไม่ที่จะสรุปว่าแสงเป็นสาเหตุของผลที่เกิดขึ้น

การฝึกแบบนี้ช่วยให้น้องรับมือกับโจทย์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้ดีขึ้นค่ะ

  1. ฝึกทำโจทย์ที่ใช้ความรู้หลายบทพร้อมกัน

ข้อสอบประยุกต์ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นโจทย์ระดับสูงเกินหลักสูตรเสมอไป แต่บางครั้งเป็นโจทย์ที่นำความรู้พื้นฐานหลายเรื่องมาเชื่อมโยงกัน

เช่น โจทย์คณิตศาสตร์หนึ่งข้ออาจต้องใช้ทั้งสมการ อัตราส่วน และเรขาคณิต หรือโจทย์วิทยาศาสตร์อาจเชื่อมความรู้เรื่องแรง การเคลื่อนที่ และการอ่านกราฟเข้าด้วยกัน

พี่แอดมินแนะนำให้เริ่มจากโจทย์พื้นฐานที่เข้าใจวิธีทำก่อน จากนั้นค่อยเพิ่มโจทย์ประยุกต์ทีละระดับ ไม่จำเป็นต้องกระโดดไปทำข้อยากที่สุดตั้งแต่แรกค่ะ

อันดับ 3 เสริมประสบการณ์นอกห้องเรียนด้วยการแข่งขันวิชาการและค่ายวิทยาศาสตร์

นอกจากการเรียนตามหลักสูตรแล้ว น้อง ๆ ที่สนใจสายวิทยาศาสตร์อาจลองเข้าร่วมกิจกรรมที่ช่วยฝึกการคิดและการแก้ปัญหาด้วยค่ะ

ตัวอย่างกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ การสอบคัดเลือกเข้าค่ายโอลิมปิกวิชาการ สอวน. กิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ของ สสวท. ตลอดจนค่ายวิทยาศาสตร์หรือกิจกรรมทดลองที่มหาวิทยาลัยและหน่วยงานการศึกษาจัดขึ้น

การเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้มีประโยชน์มากกว่าการสะสมเกียรติบัตร เพราะช่วยให้น้องได้ลองทำข้อสอบที่แตกต่างจากในห้องเรียน ฝึกการบริหารเวลา และเรียนรู้การรับมือเมื่อเจอโจทย์ที่ทำไม่ได้

สำหรับน้องที่ไม่เคยเข้าสนามสอบแข่งขันมาก่อน การได้ลองสอบในบรรยากาศจริงยังช่วยให้คุ้นเคยกับความกดดันก่อนถึงวันสอบเข้า ม.4 ด้วยค่ะ

อย่างไรก็ตาม พี่แอดมินอยากให้แยกสองเรื่องออกจากกันให้ชัดเจน

การแข่งขันและค่ายวิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมพัฒนาทักษะ แต่ไม่ได้หมายความว่าเกียรติบัตรทุกใบจะถูกนำมาให้คะแนนในการสอบเข้า MWIT วมว. หรือ จภ. โดยอัตโนมัติ

โครงการใดจะใช้ Portfolio หรือหลักฐานกิจกรรมประกอบการคัดเลือก ต้องตรวจสอบตามประกาศรับสมัครของโครงการนั้น ๆ อีกครั้ง

ดังนั้น ถ้าน้องไม่เคยเข้าค่าย สอวน. หรือยังไม่มีรางวัลแข่งขันวิชาการ ก็ไม่ได้แปลว่าหมดโอกาสสอบติดนะคะ

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญยังคงเป็นคุณสมบัติการสมัคร ความรู้ที่ใช้สอบ และความพร้อมในการทำข้อสอบตามเกณฑ์ของแต่ละโรงเรียนค่ะ

สำหรับน้องที่สนใจการแข่งขัน สอวน. สามารถติดตามข่าวการรับสมัครและแนวปฏิบัติของแต่ละปีได้จากเว็บไซต์มูลนิธิ สอวน. [4]

ไทม์ไลน์ 3 เดือนสุดท้ายก่อนสอบ MWIT วมว. จภ. 2570 ต้องทำอะไรบ้าง?

มาถึงช่วงที่น้อง ม.3 หลายคนรอคอยแล้วค่ะ!

ถ้าเหลือเวลาเตรียมสอบเพียง 3 เดือน คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ควรอ่านวันละกี่ชั่วโมง แต่คือ จะจัดลำดับสิ่งที่ต้องอ่านอย่างไร เพื่อให้ทันทั้งทบทวนเนื้อหา ฝึกโจทย์ และสอบจำลองก่อนวันจริง

สำหรับปีการศึกษา 2570 กำหนดสอบรอบแรกคือวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • คณิตศาสตร์ เวลา 09.00–10.30 น.
  • พักระหว่างวิชา เวลา 10.30–11.00 น.
  • วิทยาศาสตร์ เวลา 11.00–12.30 น.

รวมระยะเวลาตั้งแต่เริ่มวิชาแรกจนจบวิชาสุดท้าย 3 ชั่วโมง 30 นาที โดยเป็นเวลาทำข้อสอบจริง 3 ชั่วโมง และพัก 30 นาที

ภาพประกอบบทความ เตรียมสอบเข้า ม.4 MWIT วมว. จภ. เริ่มเมื่อไหร่ดี? แผน ม.1–ม.3 พร้อม ไทม์ไลน์ 3 เดือนสุดท้าย (ภาพที่ 3)

ช่วงที่ 1: สิงหาคม — ตรวจเกรด สมัครสอบ และประเมินระดับ

ก่อนเริ่มตะลุยโจทย์ พี่แอดมินอยากให้น้องทำสามสิ่งก่อน คือ ตรวจสอบเกรดเฉลี่ยสะสม ม.1–ม.2 อ่านประกาศรับสมัครให้ละเอียด และทดลองทำข้อสอบเพื่อดูจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง

สำหรับการเตรียมสอบในรุ่นถัดไป ควรวางแผนรวบรวมเอกสารและติดตามประกาศตั้งแต่ก่อนเดือนสิงหาคม ไม่ควรรอถึงวันสุดท้ายของช่วงรับสมัครค่ะ

หลังจากนั้น ลองนำข้อสอบหรือแบบทดสอบที่เหมาะสมกับระดับมาวัดพื้นฐาน โดยยังไม่ต้องกังวลว่าทำได้กี่คะแนน

เป้าหมายของช่วงนี้คือหาคำตอบให้ได้ว่าน้องควรเริ่มจากบทไหน ไม่ใช่พยายามทำโจทย์ทุกเรื่องพร้อมกัน

ช่วงที่ 2: กันยายน–ตุลาคม — เข้มเนื้อหาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

สองเดือนนี้เป็นช่วงสำคัญในการทบทวนเนื้อหาและฝึกโจทย์อย่างต่อเนื่องค่ะ

สำหรับคณิตศาสตร์ สามารถเริ่มจากหัวข้อพื้นฐานที่นำไปต่อยอดโจทย์ได้หลายประเภท เช่น จำนวนเต็มและจำนวนจริง สมการและอสมการ อัตราส่วน ร้อยละ ลำดับและแบบรูป เรขาคณิต พื้นที่ ปริมาตร และความน่าจะเป็น

ส่วนวิทยาศาสตร์ พี่แอดมินแนะนำให้น้องที่ยังอ่อนฟิสิกส์เริ่มจากเรื่องแรงและการเคลื่อนที่ งานและพลังงาน และไฟฟ้าก่อน เพราะเนื้อหากลุ่มนี้มักต้องอาศัยทั้งความเข้าใจแนวคิดและการคำนวณ

จากนั้นทบทวนเคมี ชีววิทยา โลกและดาราศาสตร์ รวมถึงการอ่านผลการทดลองและการวิเคราะห์ข้อมูล

ข้อสำคัญ: หัวข้อข้างต้นเป็นรายการที่แนะนำให้ใช้จัดลำดับการทบทวน ไม่ใช่การยืนยันสัดส่วนข้อสอบหรือการรับประกันว่าเรื่องใดจะออกในปี 2570

เมื่อทบทวนแต่ละบทแล้ว ให้ฝึกข้อสอบเก่าหรือโจทย์แนวเดียวกัน และจดว่าข้อไหนผิดเพราะไม่เข้าใจเนื้อหา ข้อไหนผิดเพราะอ่านโจทย์ผิด หรือข้อไหนทำไม่ทันเวลา

ถ้ามีข้อสอบย้อนหลังที่ตรวจสอบที่มาได้ประมาณ 3–5 ปี สามารถนำมาฝึกได้ แต่ควรคำนึงด้วยว่ารูปแบบข้อสอบแต่ละปีอาจเปลี่ยนแปลงค่ะ

ช่วงที่ 3: วันที่ 1–14 พฤศจิกายน — Mock Exam และ Speed Test

ช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายไม่ใช่เวลาที่เหมาะกับการเริ่มอ่านทุกบทใหม่ตั้งแต่ต้นแล้วนะคะ

สิ่งที่ควรทำคือฝึกสอบเสมือนจริง โดยจำลองเวลาให้ใกล้เคียงกับสนามสอบ

เริ่มคณิตศาสตร์ 09.00 น. พัก 30 นาที แล้วทำวิทยาศาสตร์ต่อจนถึง 12.30 น. เพื่อฝึกทั้งความเร็ว สมาธิ และความต่อเนื่องของการคิด

หลังทำข้อสอบจำลองแต่ละครั้ง พี่แอดมินอยากให้น้องใช้เวลาตรวจและวิเคราะห์ข้อผิดพลาดด้วย ไม่ใช่ดูเพียงคะแนนรวม

หากพบว่าน้องทำโจทย์ถูกแต่ใช้เวลามาก ควรฝึกวิธีคิดที่กระชับขึ้น แต่ถ้าโจทย์บางประเภททำไม่ได้เลย ให้กลับไปทบทวนแนวคิดพื้นฐานก่อนค่ะ

ช่วงที่ 4: วันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 — วันสอบรอบแรก

ก่อนเข้าสอบ อย่าลืมตรวจสอบสนามสอบ บัตรประจำตัวผู้เข้าสอบ และเอกสารแสดงตัวตนตามที่หน่วยงานจัดสอบกำหนด

ควรเดินทางให้มีเวลาเผื่อ พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่จำเป็นต้องเร่งอ่านเนื้อหาใหม่ทั้งหมดในคืนก่อนสอบ

เมื่อถึงสนามสอบแล้ว ให้พยายามบริหารเวลาอย่างเหมาะสม ไม่ติดอยู่กับข้อใดข้อหนึ่งนานเกินไป และอ่านคำสั่งของข้อสอบอย่างละเอียดก่อนตอบค่ะ

มีแผนแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากบทไหน?

สำหรับน้องที่ทำข้อสอบแล้วรู้สึกว่าเนื้อหายังไม่แน่น หรือผู้ปกครองที่อยากสอบถามคอร์สสำหรับน้อง ม.ต้น สามารถทักมาปรึกษาพี่แอดมิน Nock Academy ได้ค่ะ

ทัก LINE @487aamiv พร้อมแจ้งชั้นเรียน เกรดปัจจุบัน และวิชาที่น้องยังไม่มั่นใจ เพื่อสอบถามตัวเลือกคอร์สและแนวทางการเตรียมสอบตามระดับของน้อง

6. แจกตารางอ่านหนังสือสอบ MWIT แบบเร่งด่วน 3 เดือน สำหรับน้อง ม.3

พี่แอดมินเตรียมตารางที่สามารถนำไปปรับใช้หรือพิมพ์ติดโต๊ะอ่านหนังสือได้เลยค่ะ

แผนนี้เหมาะกับน้อง ม.3 ที่มีเวลาประมาณ 12 สัปดาห์ก่อนสอบ และต้องการจัดการเนื้อหาอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งออกเป็นสามช่วงหลัก

ช่วงที่ 1: ปูพื้นฐานและทบทวนเนื้อหาที่จำเป็น

เป้าหมายคือกลับไปเก็บเนื้อหาที่ยังไม่เข้าใจ โดยเฉพาะความรู้พื้นฐานที่ต้องใช้ต่อยอดโจทย์ประยุกต์

อย่าเพิ่งรีบทำโจทย์ยากจำนวนมากถ้ายังไม่เข้าใจวิธีคิด เพราะอาจทำให้น้องเสียเวลาไปกับการดูเฉลยโดยไม่ได้พัฒนาทักษะจริง

ช่วงที่ 2: ตะลุยข้อสอบเก่า พร้อมเริ่มจับเวลา

เมื่อพื้นฐานเริ่มแน่นแล้ว ค่อยเพิ่มโจทย์ที่ต้องใช้ความรู้หลายบท และฝึกทำข้อสอบในเวลาที่กำหนด

ช่วงนี้ควรเริ่มทำสมุดบันทึกข้อผิดพลาด เพื่อให้รู้ว่าต้องกลับไปแก้จุดไหนก่อนสอบจริง

ช่วงที่ 3: ฝึกโจทย์ยาก สอบจำลอง และแก้จุดอ่อน

เดือนสุดท้ายให้ลดการเปิดเนื้อหาใหม่ลง แล้วเพิ่มการฝึกทำข้อสอบแบบเต็มชุดและจับเวลาจริง

เน้นความแม่นยำ การบริหารเวลา และการทบทวนจุดที่ผิดซ้ำ โดยพักผ่อนให้เพียงพอด้วยค่ะ

** ตารางเตรียมสอบ 12 สัปดาห์**

ภาพประกอบบทความ เตรียมสอบเข้า ม.4 MWIT วมว. จภ. เริ่มเมื่อไหร่ดี? แผน ม.1–ม.3 พร้อม ไทม์ไลน์ 3 เดือนสุดท้าย (ภาพที่ 4)

ตารางนี้เป็นแผนตัวอย่าง ไม่ใช่ตารางที่อ้างอิงจากสัดส่วนข้อสอบทางการ สามารถปรับลำดับและเวลาให้เหมาะกับระดับของน้องได้

ตัวอย่างตารางอ่านหนังสือรายสัปดาห์

น้องที่ต้องเรียนตามปกติในวันจันทร์–ศุกร์ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาอ่านหนังสือหลายชั่วโมงทุกคืนค่ะ

ลองเริ่มจากตารางนี้ก่อน

ภาพประกอบบทความ เตรียมสอบเข้า ม.4 MWIT วมว. จภ. เริ่มเมื่อไหร่ดี? แผน ม.1–ม.3 พร้อม ไทม์ไลน์ 3 เดือนสุดท้าย (ภาพที่ 5)

นาทีแล้วพักสั้น ๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องฝืนอ่านต่อเนื่องจนหมดสมาธิ

ส่วนการสอบจำลองเต็มชุดทุกวันเสาร์เหมาะกับช่วงท้ายของแผนมากกว่า ในเดือนแรกอาจใช้เวลาเดียวกันกับการทำโจทย์แยกบทและทบทวนพื้นฐานแทน

สิ่งที่สำคัญคือทำได้สม่ำเสมอ โดยไม่กระทบการเรียนในโรงเรียนหรือการพักผ่อนมากเกินไปค่ะ

อย่าลืมอ่านเนื้อหา ม.3 ด้วยนะ!

มีน้องบางคนเข้าใจว่าเมื่อระบบสมัครใช้ผลการเรียน ม.1–ม.2 ก็แปลว่าข้อสอบจะออกเฉพาะเนื้อหาสองปีนี้

จริง ๆ แล้วเป็นคนละเรื่องกันค่ะ

เกรดที่ใช้ตรวจคุณสมบัติสมัครกับขอบเขตเนื้อหาที่ใช้สอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นช่วงชั้นเดียวกัน

ตามประกาศการสอบปีการศึกษา 2570 ข้อสอบรอบแรกครอบคลุมเนื้อหาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ระดับ ม.1–ม.3

ดังนั้นน้องควรทบทวนเนื้อหา ม.3 ที่เรียนไปแล้วให้เข้าใจด้วย โดยเฉพาะบทที่ช่วยต่อยอดการวิเคราะห์และการแก้ปัญหา

ไม่ควรตัดเนื้อหา ม.3 ออกเพียงเพราะต้องการประหยัดเวลา เพราะอาจทำให้น้องเสียโอกาสในการทำโจทย์ที่ต้องใช้ความรู้เชื่อมโยงหลายระดับชั้นค่ะ

หลุมพรางที่น้องมักเจอ: เก็งข้อสอบอย่างเดียว ไม่ได้แปลว่าจะสอบติด

“เก็งข้อสอบอย่างเดียว ≠ สอบติด”

การทำข้อสอบย้อนหลังจำนวนมากช่วยให้คุ้นเคยกับรูปแบบโจทย์ได้ แต่ถ้าน้องจำวิธีทำโดยไม่เข้าใจเหตุผล เมื่อเจอข้อสอบรูปแบบใหม่หรือโจทย์ UNSEEN ก็อาจไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้ปัญหาจากตรงไหน พี่แอดมินอยากให้น้องจำประโยคนี้ไว้เลยค่ะ เพราะเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้การเตรียมสอบหนักมาก แต่ผลลัพธ์อาจไม่ดีเท่าที่หวัง

ลองนึกภาพว่าน้องทำข้อสอบย้อนหลังไปแล้ว 10 ชุด แต่ทุกครั้งที่ทำผิดจะเปิดเฉลย ดูคำตอบ แล้วข้ามไปข้อถัดไปทันที วิธีนี้อาจช่วยให้น้องจำหน้าตาโจทย์ได้มากขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเข้าใจหลักการที่ใช้แก้ปัญหา

เมื่อข้อสอบจริงเปลี่ยนตัวเลข เปลี่ยนสถานการณ์ หรือเพิ่มเงื่อนไขใหม่ น้องอาจไม่สามารถนำวิธีเดิมมาใช้ได้โดยตรง

เจอโจทย์ UNSEEN ควรฝึกอย่างไร?

คำว่า UNSEEN ในบริบทการติวสอบมักใช้เรียกโจทย์ที่น้องไม่คุ้นเคยหรือมีรูปแบบการประยุกต์ใหม่ ๆ ไม่ใช่การยืนยันว่าข้อสอบทุกปีมีพาร์ตที่ใช้ชื่อนี้อย่างเป็นทางการ

วิธีฝึกที่พี่แอดมินแนะนำคือ เมื่อทำโจทย์ไม่ได้ ให้ลองแยกข้อมูลที่โจทย์ให้มา เขียนหลักการที่คิดว่าน่าจะใช้ และพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อนเปิดเฉลย

หลังดูเฉลยแล้ว อย่าเพิ่งจบเพียงแค่รู้คำตอบที่ถูกต้อง แต่ให้ถามต่อว่าเหตุใดวิธีเดิมจึงผิด และถ้าเจอโจทย์ที่เปลี่ยนเงื่อนไข จะต้องปรับวิธีคิดตรงไหน

สำหรับน้องที่อยากเข้าใจรายละเอียดรูปแบบข้อสอบเพิ่มเติม แนะนำให้อ่าน ข้อสอบ MWIT วมว. จภ. 2570 ออกอะไร ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่านรอบ 1 เพื่อเตรียมตัวให้ตรงกับลักษณะการสอบมากขึ้นค่ะ

เช็กลิสต์เตรียมสอบ MWIT วมว. จภ. ตอนนี้น้องอยู่ระดับไหน?

อ่านมาถึงตรงนี้ พี่แอดมินอยากให้น้องลองประเมินตัวเองแบบง่าย ๆ ก่อนค่ะ

สำหรับน้อง ม.1 — ช่วงสร้างพื้นฐาน

  • รู้เกณฑ์ผลการเรียนของโรงเรียนเป้าหมาย
  • ติดตาม GPA รวม คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
  • เข้าใจบทเรียนก่อนสอบปลายภาค
  • เริ่มฝึกโจทย์ที่ต้องอธิบายเหตุผล
  • มีเวลาทบทวนและพักผ่อนอย่างเหมาะสม

ถ้าข้อไหนยังไม่ได้เริ่ม ไม่ต้องกังวลนะคะ ช่วงนี้เป้าหมายหลักคือสร้างนิสัยการเรียนรู้และพื้นฐานที่ดีค่ะ

สำหรับน้อง ม.2 — ช่วงต่อยอดความสามารถ

  • ตรวจสอบเกรดเฉลี่ยสะสมที่ผ่านมา
  • ทบทวนพื้นฐาน ม.1 ที่ยังไม่เข้าใจ
  • เริ่มทำโจทย์ประยุกต์ระดับยากขึ้น
  • ทดลองทำข้อสอบแนว MWIT
  • รู้ว่าตัวเองอ่อนคณิตหรือวิทย์เรื่องไหน

น้อง ม.2 ที่เริ่มเตรียมตัวช่วงนี้ยังมีเวลาพัฒนาทักษะได้อีกมากค่ะ เน้นทำให้เข้าใจทีละเรื่องก่อนเพิ่มความยากของโจทย์

สำหรับน้อง ม.3 — ช่วงเตรียมเข้าสนามจริง

  • ตรวจสอบสิทธิ์และสถานะการสมัครสอบแล้ว
  • ทบทวนเนื้อหา ม.1–ม.3 ครบตามแผน
  • ฝึกโจทย์ย้อนหลังอย่างเป็นระบบ
  • ทำข้อสอบจับเวลาทั้งสองวิชาแล้ว
  • เคยทำ Mock Exam แบบเต็มชุด
  • มีบันทึกข้อผิดพลาดและแผนแก้จุดอ่อน
  • ตรวจสอบสนามสอบและเอกสารที่ต้องใช้

หากยังมีหลายข้อที่ไม่ได้ทำ ให้เริ่มจากสิ่งที่สำคัญที่สุดตามเวลาที่เหลือ ไม่จำเป็นต้องพยายามทำทุกอย่างพร้อมกันนะคะ

เตรียมสอบ MWIT วมว. จภ. ให้พร้อมไปกับ NockAcademy

พี่แอดมินอยากฝากไว้ว่า การสอบติดโรงเรียนในฝันไม่ได้เริ่มต้นจากการทำข้อสอบยากที่สุดได้ แต่เริ่มต้นจากการรู้ว่าตัวเองต้องพัฒนาอะไร และลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ

น้อง ม.1 ไม่จำเป็นต้องรีบแข่งขันกับใครจนเครียดเกินไป น้อง ม.2 ยังมีเวลาต่อยอดความรู้ และน้อง ม.3 ที่กำลังเตรียมสอบก็สามารถใช้เวลาที่เหลืออย่างคุ้มค่าได้ด้วยแผนการอ่านที่เหมาะสม

สำหรับน้องที่อยากเริ่มฝึก สามารถเข้าไปดูสื่อการเรียนและไลฟ์สอนของ Nock Academy ซึ่งมีเนื้อหาเตรียมสอบเข้า ม.4 MWIT จภ. และ วมว. ทั้งคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ได้ที่ NockAcademy

และหากน้อง ๆ หรือผู้ปกครองกำลังมองหาคอร์สเรียนเพื่อช่วยทบทวนพื้นฐานและฝึกทำโจทย์ สามารถสอบถามรายละเอียดของคอร์สเรียน ที่เหมาะกับช่วงชั้นและระดับความพร้อมของน้องได้เลย

สนใจคอร์สเตรียมสอบเข้า ม.4 MWIT วมว. จภ. ทัก LINE NockAcademy ม.ต้น @487aamiv

พี่แอดมินขอเป็นกำลังใจให้ว่าที่เด็ก MWIT วมว. และ จภ. ทุกคนนะคะ 💙 ไม่ว่าจะเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ ม.1 หรือเพิ่งเริ่มจริงจังตอน ม.3 ขอให้น้อง ๆ ค่อย ๆ พัฒนาตัวเอง ทำความเข้าใจทุกข้อที่เคยผิด และไปทำให้เต็มที่ในสนามสอบจริงค่ะ!

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2569). ประกาศการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในโครงการ วมว. ประจำปีการศึกษา 2570. https://scius.mhesi.go.th/index.php/en/434-newsactivity/pr-announcement-2/8034-2570.html

  2. โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์. (2569). ระบบรับสมัครการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประจำปีการศึกษา 2570. https://apply.mwit.ac.th/

  3. โครงการ วมว. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ฝ่ายมัธยมศึกษา. (2569). การรับสมัครนักเรียนใหม่ ปีการศึกษา 2570: คุณสมบัติและปฏิทินการคัดเลือก. https://scius.psu.ac.th/admission-scius-psu/

  4. มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา. (2569). ประกาศแนวปฏิบัติสำหรับผู้เข้าสอบการคัดเลือกเข้าค่าย 1 สอวน. ประจำปีการศึกษา 2569. https://www.posn.or.th/news/30163/

  5. Nock Academy. (2569). สื่อการเรียนและไลฟ์สอนเตรียมสอบเข้า ม.4 MWIT จภ. วมว. https://learn.nockacademy.com/