ภาพประกอบบทความ ข้อสอบ MWIT วมว. จภ. 2570 ออกอะไร ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่านรอบ 1 (ภาพที่ 1)

น้อง ๆ รู้ไหมคะว่า ทำข้อสอบคณิตศาสตร์ MWIT ได้คะแนนสูงมาก ก็อาจไม่ผ่านรอบแรกได้! หากคะแนนวิทยาศาสตร์ไม่ถึงเกณฑ์ Percentile ที่โรงเรียนกำหนด

เพราะการสอบเข้า ม.4 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ หรือ MWIT ไม่ได้พิจารณาแค่ว่าใครทำคะแนนรวมได้สูงที่สุดเท่านั้น แต่ยังมีเงื่อนไขที่น้องต้องผ่านพร้อมกันทั้งสองวิชาอีกด้วยค่ะ

ยิ่งไปกว่านั้น น้องที่สอบผ่านรอบแรกแล้ว ก็ยังต้องเตรียมตัวสอบรอบสองอย่างจริงจัง เพราะ MWIT ปีการศึกษา 2570 คัดเลือกผู้ผ่านรอบแรกจำนวน 500 คน เพื่อเข้าสอบรอบสองและรับนักเรียนจริงเพียง 240 คน

แล้ว ข้อสอบ MWIT ออกอะไร? ต้องได้คะแนนเท่าไหร่ถึงผ่านรอบ 1? ข้อสอบคณิตศาสตร์แบบ SEEN กับ UNSEEN ต่างกันอย่างไร? และถ้าสอบผ่าน MWIT, วมว. หรือ จภ. แล้ว ควรเตรียมรอบสองแบบไหน?

วันนี้พี่แอดมิน NockAcademy รวบรวมข้อมูลสำคัญมาให้แล้วค่ะ พร้อมวิธีเช็กจุดอ่อนของตัวเอง เพื่อให้น้อง ๆ วางแผนอ่านหนังสือได้ตรงจุดมากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาทบทวนทุกบทแบบไม่มีเป้าหมาย

ข้อสอบ MWIT รอบ 1 กับรอบ 2 ต่างกันอย่างไร?

ก่อนเริ่มอ่านหนังสือ พี่แอดมินอยากให้น้อง ๆ เข้าใจหลักการสำคัญอย่างหนึ่งก่อนค่ะ

การเตรียมสอบรอบแรกกับรอบสองไม่ควรใช้วิธีเดียวกันทั้งหมด

เพราะเป้าหมายในการประเมินความรู้และกระบวนการคัดเลือกของแต่ละรอบแตกต่างกัน

หากอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ สามารถแบ่งแนวทางเตรียมตัวได้เป็นสองช่วงดังนี้

รอบ 1: Speed + Coverage ต้องทำได้เร็วและครอบคลุมทุกบท

รอบแรกเป็นการสอบร่วมกันของ MWIT, โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย (จภ.) โครงการ วมว. และทุน พสวท.

ข้อสอบประกอบด้วยคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยเน้นการประเมินความฉลาดรู้และการประยุกต์ใช้ความรู้แก้ปัญหา

สิ่งที่น้องควรฝึกในรอบนี้ ได้แก่

  • ทบทวนเนื้อหาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ระดับ ม.1–ม.3 ให้ครอบคลุม
  • ฝึกอ่านโจทย์และจับประเด็นสำคัญให้รวดเร็ว
  • แก้โจทย์ที่ต้องนำความรู้หลายบทมาใช้ร่วมกัน
  • ฝึกทำข้อสอบภายใต้เวลาจำกัด
  • ลดความผิดพลาดในบทพื้นฐานที่ควรเก็บคะแนนได้

อย่างไรก็ตาม Speed ไม่ได้แปลว่าต้องรีบทำข้อสอบโดยไม่คิดนะคะ แต่หมายถึงการใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังรักษาความถูกต้องของคำตอบ

รอบ 2: Depth + Concept ต้องเข้าใจจริง ไม่ใช่แค่จำสูตร

สำหรับรอบสอง รูปแบบการสอบจะแตกต่างกันตามโครงการ

บางแห่งให้น้ำหนักกับความเข้าใจเชิงลึก บางแห่งมีการประเมินการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา หรือทักษะการทดลองเพิ่มเติม

การเตรียมตัวจึงควรเน้นว่า น้องสามารถอธิบายเหตุผลเบื้องหลังคำตอบได้หรือไม่

ตัวอย่างเช่น ถ้าเจอโจทย์เกี่ยวกับแรงและการเคลื่อนที่ น้องอาจคำนวณคำตอบจากสูตรได้ แต่หากโจทย์เปลี่ยนเงื่อนไขบางอย่าง น้องยังอธิบายได้ไหมว่าผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปอย่างไร เพราะอะไร?

นี่คือความแตกต่างระหว่างการจำวิธีทำกับการเข้าใจแนวคิดค่ะ

สรุปง่าย ๆ: รอบแรกควรฝึกทั้งความแม่นยำ ความเร็ว และความครอบคลุม ส่วนรอบสองควรเพิ่มความเข้าใจเชิงลึกและฝึกการอธิบายวิธีคิด โดยตรวจรูปแบบสอบจริงของแต่ละโครงการประกอบเสมอ

**อยากรู้ว่าตัวเองควรเน้น Speed หรือ Concept มากกว่ากัน?
**ลองทัก LINE NockAcademy ม.ต้น พร้อมบอกชั้นเรียน สนามสอบที่สนใจ และวิชาที่ทำข้อสอบแล้วติดปัญหา พี่แอดมินจะช่วยแนะนำแนวทางเตรียมตัวที่เหมาะกับจุดเริ่มต้นของน้องค่ะ
LINE ID: @487aamiv

ข้อสอบ MWIT รอบ 1 ปี 2570 สอบอะไรบ้าง?

สำหรับปีการศึกษา 2570 การสอบคัดเลือกรอบแรกของ MWIT กำหนดสอบวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2569 โดยใช้ข้อสอบร่วมกับ จภ., วมว. และทุน พสวท.

มีวิชาสอบทั้งหมด 2 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

วิชา เวลาสอบ ระยะเวลา
คณิตศาสตร์ 09.00–10.30 น. 90 นาที
พักระหว่างวิชา 10.30–11.00 น. 30 นาที
วิทยาศาสตร์ 11.00–12.30 น. 90 นาที

เนื้อหาครอบคลุมหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ระดับชั้น ม.1–ม.3 ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

ดังนั้น น้องที่กำลังสงสัยว่าข้อสอบ MWIT ออกแค่เนื้อหา ม.1–ม.2 หรือไม่ คำตอบคือ ต้องเตรียมเนื้อหา ม.3 ด้วยค่ะ

แม้เนื้อหาพื้นฐานจาก ม.1–ม.2 จะสำคัญมาก แต่ข้อสอบสามารถนำความรู้หลายระดับชั้นมาเชื่อมโยงกันได้

คณิตศาสตร์ MWIT รอบแรก ควรอ่านบทไหนบ้าง?

ตามประกาศ MWIT ปี 2570 ข้อสอบคณิตศาสตร์มุ่งประเมินความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) หมายถึง การใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ตีความสถานการณ์ คิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหาที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง

หัวข้อที่น้องควรทบทวนให้ครอบคลุม เช่น

1. จำนวนและพีชคณิต

จำนวนจริง อัตราส่วน ร้อยละ สมการ อสมการ พหุนาม และการประยุกต์ใช้ความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์

2. เรขาคณิตและการวัด

รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ พื้นที่ ปริมาตร ความสัมพันธ์ของมุม ความคล้าย และทฤษฎีบทพีทาโกรัส

3. สถิติและความน่าจะเป็น

การอ่านตาราง แผนภูมิ กราฟ การแปลความหมายของข้อมูล และความน่าจะเป็นเบื้องต้น

4. การแก้ปัญหาเชิงประยุกต์

โจทย์สถานการณ์ที่ต้องเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาเอง โดยอาจต้องนำความรู้มากกว่าหนึ่งบทมาใช้ร่วมกัน

สิ่งที่พี่แอดมินอยากเน้นคือ การทำโจทย์พื้นฐานได้ไม่ได้แปลว่าจะทำโจทย์ประยุกต์ได้ทันที

เช่น น้องอาจแก้สมการได้ถูกต้อง แต่เมื่อโจทย์อยู่ในรูปบทความยาวและไม่ได้ระบุว่าต้องใช้สมการอะไร น้องอาจต้องใช้เวลามากขึ้นในการแปลงสถานการณ์ให้เป็นโจทย์คณิตศาสตร์

ถ้าน้องมีปัญหาลักษณะนี้ ควรฝึกตั้งสมการจากโจทย์ข้อความและอธิบายความหมายของตัวแปรให้มากขึ้นค่ะ

วิทยาศาสตร์ MWIT รอบแรก ออกอะไรบ้าง?

ข้อสอบวิทยาศาสตร์ปี 2570 ใช้แนวคิด Scientific Literacy หรือความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งครอบคลุมทั้งความรู้ ทักษะ และเจตคติเชิงวิทยาศาสตร์

น้องจึงควรเตรียมความรู้ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และโลกกับอวกาศ

จากข้อมูลแนวข้อสอบและประสบการณ์ที่รวบรวมไว้ในทีม NockAcademy มีข้อสังเกตว่าฟิสิกส์และเคมีเป็นหัวข้อที่ควรให้ความสำคัญในการฝึกโจทย์ประยุกต์

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสถิติข้อสอบย้อนหลังหลายปีที่ตรวจสอบได้เพียงพอจะยืนยันว่าฟิสิกส์ออกมากที่สุด หรือโลกและอวกาศแทบไม่ออกทุกปี

พี่แอดมินจึงไม่แนะนำให้น้องตัดวิชาใดวิชาหนึ่งทิ้งเพียงเพราะคิดว่าออกน้อยนะคะ

การเตรียมสอบที่ปลอดภัยกว่าคือเก็บพื้นฐานให้ครบทุกสาระ แล้วค่อยเพิ่มเวลาฝึกในหัวข้อที่น้องทำผิดบ่อยค่ะ

ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่าน MWIT รอบ 1 ปี 2570?

นี่น่าจะเป็นคำถามที่น้อง ๆ และผู้ปกครองอยากรู้มากที่สุดเลยใช่ไหมคะ?

หลายคนอาจอยากได้คำตอบว่า ต้องทำคณิตศาสตร์ให้ได้ 70 คะแนน หรือวิทยาศาสตร์ให้ได้ 80 คะแนน จึงจะสอบผ่าน

แต่การสอบ MWIT ไม่มีคะแนนดิบขั้นต่ำตายตัวที่สามารถใช้รับประกันการผ่านรอบแรกได้

เพราะการคัดเลือกพิจารณาจากคะแนนมาตรฐานและตำแหน่งคะแนนเมื่อเทียบกับผู้เข้าสอบคนอื่น ๆ

ต้องผ่าน 2 เงื่อนไขพร้อมกัน

ตามประกาศ MWIT ปีการศึกษา 2570 ผู้ผ่านรอบแรกต้องมีคุณสมบัติครบทั้งสองข้อดังนี้

เงื่อนไขที่ 1: คะแนนรวม T-Score ของคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์อยู่ในกลุ่ม 500 คนที่ได้รับการคัดเลือก

โรงเรียนจะนำคะแนนมาตรฐาน T-Score ของทั้งสองวิชามารวมกัน แล้วเรียงลำดับคะแนนจากมากไปน้อย

เงื่อนไขที่ 2: แต่ละวิชาต้องได้ Percentile ไม่ต่ำกว่า 55

หมายความว่า ทั้งคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต้องผ่านเกณฑ์ Percentile ของตัวเอง ไม่ใช่ดูเฉพาะคะแนนรวมค่ะ

ลองดูตัวอย่างสมมติต่อไปนี้

ภาพประกอบบทความ ข้อสอบ MWIT วมว. จภ. 2570 ออกอะไร ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่านรอบ 1 (ภาพที่ 2)

สำคัญมาก: นักเรียน B และ C ผ่านเงื่อนไข Percentile แต่ยังไม่สามารถสรุปว่าผ่านรอบแรกได้ เพราะต้องมี T-Score รวมอยู่ในลำดับที่ได้รับการคัดเลือกด้วย

ส่วนนักเรียน A แม้จะมี Percentile คณิตศาสตร์สูงถึง 95 แต่ถ้าวิทยาศาสตร์ได้เพียง 50 ก็ไม่ผ่านเกณฑ์ MWIT รอบแรกค่ะ

นั่นหมายความว่า การเก่งวิชาเดียวมาก ๆ ไม่สามารถชดเชยการไม่ผ่าน Percentile ขั้นต่ำของอีกวิชาได้

T-Score คืออะไร?

T-Score เป็นคะแนนมาตรฐานที่ใช้เปรียบเทียบผลการสอบของนักเรียนกับการกระจายคะแนนของกลุ่มผู้เข้าสอบ

ภาพประกอบบทความ ข้อสอบ MWIT วมว. จภ. 2570 ออกอะไร ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่านรอบ 1 (ภาพที่ 3)

โดย X หมายถึงคะแนนของนักเรียน
ตัวอย่างเช่น หากคะแนนเฉลี่ยของผู้เข้าสอบวิชาหนึ่งเท่ากับ 50 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 10 คะแนน และน้องทำได้ 60 คะแนน ค่า T-Score จะเท่ากับ 60

แต่ตัวอย่างนี้เป็นเพียงการสาธิตวิธีคำนวณ ไม่ใช่คะแนนจริงของ MWIT ปี 2570 นะคะ

Percentile 55 คืออะไร?

Percentile เป็นค่าที่บอกตำแหน่งคะแนนของนักเรียนเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้เข้าสอบ หากน้องได้ Percentile 55 หมายความโดยประมาณว่าคะแนนของน้องอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าคะแนนของผู้เข้าสอบร้อยละ 55 ตามวิธีจัดอันดับที่ใช้

อย่าสับสนว่า Percentile 55 หมายถึงทำข้อสอบได้ 55% ของคะแนนเต็ม เพราะเป็นคนละความหมายค่ะ

ดังนั้น ถ้าถามว่าควรตั้งเป้าคะแนนเท่าไหร่ พี่แอดมินแนะนำให้ตั้งเป้าผ่านเกณฑ์ทั้งสองวิชา และพยายามพัฒนาคะแนนรวมให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยใช้ผล Mock Test และอันดับเมื่อเทียบกับกลุ่มตัวอย่างเป็นตัวช่วยประเมิน แทนการตั้งคะแนนดิบแบบเดาสุ่ม

แล้ว จภ. และ วมว. ใช้เกณฑ์เดียวกันไหม?

แม้ใช้ข้อสอบรอบแรกชุดเดียวกัน แต่เกณฑ์คัดเลือกไม่ได้เหมือนกันทั้งหมดค่ะ

ตัวอย่างเช่น จภ. ปี 2570 พิจารณา T-Score ของคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในสัดส่วน 60:40 และคัดเลือกตามจำนวนผู้มีสิทธิ์สอบรอบสองของแต่ละโรงเรียน

ส่วน วมว. มีหลักเกณฑ์การพิจารณาตามประกาศโครงการและการเลือกโรงเรียนที่สมัคร ดังนั้น น้องที่สมัครหลายโครงการไม่ควรนำเกณฑ์ 500 คนและ Percentile 55 ของ MWIT ไปใช้แทนเกณฑ์ของทุกโครงการนะคะ

อ่านเพิ่มเติม: สอบเข้า ม.4 MWIT วมว. จภ. พสวท. KOSEN 2570 ครบทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนสมัครสอบ

เจาะข้อสอบคณิตศาสตร์ MWIT: SEEN กับ UNSEEN ต่างกันอย่างไร?

อีกหนึ่งคำที่น้อง ๆ เตรียมสอบ MWIT น่าจะได้ยินบ่อย คือ SEEN และ UNSEEN

ในเอกสารวิเคราะห์แนวข้อสอบของทีม NockAcademy มีการใช้สองคำนี้เพื่ออธิบายลักษณะโจทย์ที่น้องควรฝึก

อย่างไรก็ตาม การแบ่งเป็น SEEN และ UNSEEN ในที่นี้เป็นกรอบวิเคราะห์จากการเตรียมสอบและแนวข้อสอบย้อนหลัง ไม่ใช่การยืนยันว่าข้อสอบ MWIT ปี 2570 จะประกาศแบ่งพาร์ตด้วยชื่อและจำนวนข้อแบบเดียวกันค่ะ

SEEN: โจทย์พื้นฐานที่คุ้นเคย

SEEN หมายถึงโจทย์ที่น้องเคยพบรูปแบบหรือแนวคิดคล้ายกันมาก่อน เช่น

  • แก้สมการ
  • คำนวณพื้นที่หรือปริมาตร
  • ใช้สูตรเรขาคณิต
  • คำนวณอัตราส่วนและร้อยละ

โจทย์กลุ่มนี้ใช้ทักษะพื้นฐานและการเลือกวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม

หากน้องเข้าใจบทเรียนและฝึกโจทย์มาอย่างสม่ำเสมอ ก็มีโอกาสทำได้รวดเร็วขึ้น

แต่พี่แอดมินอยากเตือนว่าโจทย์พื้นฐานก็ทำคะแนนหายได้เหมือนกัน โดยเฉพาะความผิดพลาดจากเครื่องหมาย การคำนวณ และการอ่านเงื่อนไขไม่ครบ

UNSEEN: โจทย์วิเคราะห์ที่ไม่คุ้นรูปแบบ

UNSEEN คือโจทย์ที่อาจนำเสนอข้อมูลหรือสถานการณ์ใหม่ ให้น้องวิเคราะห์ก่อนว่าจะใช้ความรู้ส่วนใดในการแก้ปัญหา

เช่น โจทย์ที่มีบทความประกอบ ตารางข้อมูล กราฟ หรือเงื่อนไขหลายขั้นตอน

บางครั้งน้องอาจรู้สูตรทุกสูตรแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มทำข้อสอบอย่างไร

ตัวอย่างเช่น โจทย์อาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสรรพลังงานหรือการเดินทางหลายรูปแบบ แล้วให้น้องสร้างสมการเพื่อหาคำตอบ

สิ่งที่โจทย์ต้องการจึงไม่ใช่แค่จำสูตรได้ แต่ต้องแปลงข้อมูลให้เป็นความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์อย่างถูกต้องด้วย

ทำไมทำ SEEN ได้ แต่ยังทำข้อสอบ MWIT ไม่ทัน?

ปัญหาที่พบได้ในการฝึกโจทย์คือ น้องบางคนทำโจทย์ที่รู้รูปแบบอยู่แล้วได้ดี แต่ใช้เวลามากเมื่อเจอโจทย์ใหม่

สาเหตุอาจเกิดจากการอ่านโจทย์ไม่ครบ แยกข้อมูลสำคัญไม่ได้ ไม่รู้ว่าต้องเชื่อมเนื้อหาบทไหน หรือยังไม่คุ้นกับการอธิบายเหตุผลก่อนคำนวณ

พี่แอดมินแนะนำให้ฝึกโจทย์โดยใช้กระบวนการสั้น ๆ คือ

อ่านเงื่อนไข → แยกข้อมูล → เลือกแนวคิด → ลงมือแก้ → ตรวจความสมเหตุสมผล

เมื่อทำโจทย์เสร็จแล้ว ลองถามตัวเองว่า ถ้าโจทย์เปลี่ยนตัวเลขหรือเปลี่ยนเงื่อนไขบางอย่าง ยังใช้วิธีเดิมได้หรือไม่?

การฝึกแบบนี้จะช่วยให้น้องไม่ได้จำแค่หน้าตาของโจทย์ แต่เข้าใจหลักการที่ใช้แก้ปัญหาจริง ๆ

MWIT วมว. จภ. พสวท. รอบ 2 สอบอะไรบ้าง?

การสอบรอบสองเป็นช่วงที่น้อง ๆ ต้องกลับมาวางแผนใหม่ เพราะแม้จะใช้ข้อสอบรอบแรกร่วมกัน แต่การประเมินรอบต่อไปแตกต่างกันตามโครงการ

ภาพประกอบบทความ ข้อสอบ MWIT วมว. จภ. 2570 ออกอะไร ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่านรอบ 1 (ภาพที่ 4)

MWIT รอบ 2: เข้าใจ Concept สำคัญกว่าการจำโจทย์

MWIT ปี 2570 กำหนดสอบรอบสองวันที่ 16 มกราคม 2570 และรับนักเรียนจำนวน 240 คน
การคัดเลือกใช้ผลคะแนนสอบรอบสองเท่านั้น ตามประกาศฉบับที่ตรวจสอบได้ ส่วนรูปแบบข้อสอบและรายละเอียดการประเมินเฉพาะรอบสอง โรงเรียนจะประกาศให้ทราบเพิ่มเติม

ดังนั้น น้องควรเตรียมความเข้าใจด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ให้ลึกขึ้น โดยฝึกโจทย์ที่ต้องคิดหลายขั้นตอนและอธิบายเหตุผลได้ ไม่ควรอาศัยการจำเฉลยเพียงอย่างเดียวค่ะ

จภ. รอบ 2: อย่าใช้เกณฑ์ MWIT ไปแทน

สำหรับโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปี 2570 การพิจารณาคะแนนรอบแรกใช้สัดส่วน T-Score คณิตศาสตร์ต่อวิทยาศาสตร์ 60:40

และมีขั้นตอนยืนยันการเข้าสอบรอบสองตามกำหนดการของเครือข่าย

น้องที่สมัคร จภ. ควรติดตามรายละเอียดการประเมินของโรงเรียนที่เลือกไว้โดยตรง โดยเฉพาะเรื่องการรายงานตัว การยืนยันสิทธิ์ และวิชาที่ต้องเตรียมเพิ่มเติม

ไม่ควรสรุปว่าทุกโรงเรียนมีรูปแบบข้อเขียนหรือสัมภาษณ์เหมือนกันโดยไม่มีประกาศยืนยันค่ะ

วมว. รอบ 2: ภาษาอังกฤษก็สำคัญ!

นี่เป็นอีกหนึ่งจุดที่พี่แอดมินอยากเน้นมากค่ะ

สำหรับโครงการ วมว. รอบสอง น้องไม่ได้เตรียมแค่คณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและภาษาอังกฤษด้วย

ข้อมูลปี 2570 ที่ตรวจสอบได้จากศูนย์ วมว. ม.อ. ปัตตานี ระบุเงื่อนไขขั้นต่ำว่า

  • วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ต้องไม่ได้คะแนนเป็นศูนย์
  • ภาษาอังกฤษต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 35 ของคะแนนเต็ม

ตัวเลขนี้ต่างจากเกณฑ์ร้อยละ 34 ในเอกสารเก่าที่ทีมเคยรวบรวมไว้ จึงควรยึดประกาศปีปัจจุบันของโครงการและศูนย์ที่สมัครเป็นหลัก

น้องที่กำลังเตรียมสอบ วมว. จึงไม่ควรทิ้งภาษาอังกฤษ แม้จะมั่นใจในคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มากแล้วก็ตามค่ะ

พสวท. รอบ 2: ต้องคิดแบบนักวิทยาศาสตร์

ทุน พสวท. ปี 2570 มีการคัดเลือกผู้ผ่านรอบแรกตามเกณฑ์ของทุนเอง โดยประกาศระบุจำนวนผู้ผ่านรอบแรก 3,000 คน เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนยื่นสิทธิ์สอบรอบสอง

ในรอบสองมีการประเมินที่สำคัญ ได้แก่

การวัดทักษะการทดลองทางวิทยาศาสตร์แบบเขียนตอบจากสถานการณ์ปัญหา เพื่อดูการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

ความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อประเมินการคิดและเสนอแนวทางแก้ปัญหา

การสอบสัมภาษณ์ เพื่อประเมินตามหลักเกณฑ์ของทุน

พี่แอดมินแนะนำให้น้องฝึกอ่านผลการทดลอง ตั้งสมมติฐาน ระบุตัวแปร และอธิบายว่าทำไมจึงเลือกวิธีทดลองแบบนั้น

สำหรับสัดส่วนคะแนน 60% วิทย์–คณิต, 30% ปฏิบัติการ และ 10% ความคิดสร้างสรรค์ที่มีในข้อมูลเตรียมงานเดิม ยังไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์ยืนยันของปี 2570 เพราะประกาศที่ตรวจสอบได้ไม่ได้ระบุสัดส่วนดังกล่าวอย่างชัดเจน

KOSEN-KMITL: สมัครและสอบคนละระบบ

สำหรับน้องที่สนใจเรียนวิศวกรรมศาสตร์ KOSEN-KMITL เป็นอีกสนามที่ควรศึกษาแยกจาก MWIT ค่ะ

ปีการศึกษา 2570 เปิดรับสมัครวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ถึง 15 มกราคม 2570 และกำหนดสอบวันที่ 30 มกราคม 2570

ข้อมูลแนวสอบปี 2569 ที่ทีมเคยรวบรวมไว้ระบุคณิตศาสตร์ 100 คะแนน วิทยาศาสตร์ 100 คะแนน และภาษาอังกฤษ 40 คะแนน รวม 240 คะแนน แต่ยังต้องยืนยันว่าปี 2570 ใช้จำนวนคะแนนและเกณฑ์ขั้นต่ำ 45% ต่อวิชาเหมือนเดิมหรือไม่

อ่านต่อ: KOSEN KMITL สอบเข้ายังไง 2570? สอบอะไรบ้าง สมัครวันไหน

ทำไมผ่าน MWIT รอบ 1 แล้ว ยังสอบไม่ติดรอบ 2?

น้อง ๆ บางคนอาจเข้าใจว่าถ้าผ่านรอบแรกมาแบบคะแนนสูง ก็จะมีโอกาสสอบติดรอบสองมากขึ้นโดยอัตโนมัติ

แต่ MWIT ปีการศึกษา 2570 กำหนดให้พิจารณาผลสอบรอบสองเพียงรอบเดียวสำหรับการคัดเลือกเข้าเรียนตามกระบวนการปกติ

พูดง่าย ๆ คือ คะแนนรอบแรกทำหน้าที่คัดผู้มีสิทธิ์เข้าสอบรอบสอง ไม่ได้กลายเป็นคะแนนสะสมในการตัดสินผลสุดท้ายค่ะ

MWIT รับ 240 คน จากผู้ผ่านรอบแรก 500 คน

หากนำตัวเลขจำนวนรับมาเปรียบเทียบ จะได้ว่า

240 ÷ 500 × 100 = 48%

ตัวเลข 48% นี้หมายถึงสัดส่วนจำนวนที่นั่งเทียบกับจำนวนผู้ผ่านรอบแรกตามประกาศ ไม่ใช่ความน่าจะเป็นส่วนบุคคลที่น้องทุกคนจะมีโอกาสสอบติดเท่ากัน 48%

เพราะผลจริงยังขึ้นอยู่กับคะแนนสอบรอบสอง การเข้าสอบ และเงื่อนไขอื่นตามประกาศค่ะ

ตัวเลขดังกล่าวยังช่วยให้เห็นว่าการสอบผ่านรอบแรกไม่ได้หมายความว่าน้องจะได้รับคัดเลือกแน่นอน

โดยเฉพาะน้องที่ผ่านรอบแรกแล้ว แต่ยังมีบางบทที่ไม่เข้าใจเชิงลึก ควรใช้ช่วงเวลาก่อนสอบรอบสองกลับมาแก้จุดอ่อนเหล่านั้นให้ตรงจุด

หมายเหตุ: ประกาศ MWIT ยังสงวนสิทธิ์ปรับวิธีคัดเลือกหากมีเหตุสุดวิสัยจนจัดสอบรอบสองไม่ได้ ดังนั้นข้อมูลข้างต้นอธิบายกระบวนการสอบตามกำหนดการปกติ

เช็กจุดอ่อนก่อนสอบ MWIT: น้องพลาดคะแนนเพราะอะไร?

ก่อนจะเริ่มตะลุยโจทย์เพิ่ม พี่แอดมินอยากให้น้องลองตรวจตัวเองก่อนว่า ปัญหาที่เจออยู่เป็นปัญหาแบบไหน

เพราะแต่ละปัญหามีวิธีแก้ต่างกันค่ะ

ภาพประกอบบทความ ข้อสอบ MWIT วมว. จภ. 2570 ออกอะไร ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่านรอบ 1 (ภาพที่ 5)

น้อง ๆ ลองย้อนดูข้อสอบที่ทำผิด 10–20 ข้อ แล้วจัดหมวดความผิดพลาดดูนะคะ

หากผิดเพราะจำสูตรไม่ได้หลายข้อ ก็ควรกลับไปเก็บพื้นฐาน

แต่ถ้าส่วนใหญ่ผิดเพราะอ่านโจทย์ไม่เข้าใจ การเรียนสูตรเพิ่มอย่างเดียวอาจไม่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด

อย่าเพิ่งเพิ่มจำนวนชั่วโมงอ่านหนังสือ หากยังไม่รู้ว่าต้องแก้อะไร

พี่แอดมินแนะนำให้เริ่มจากดูว่าคะแนนหายตรงไหน แล้วค่อยเลือกวิธีฝึกให้เหมาะสมค่ะ

อยากจัดแผนอ่านหนังสือจากจุดอ่อนของตัวเอง?

ถ้าน้องยังไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มแก้คณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ตรงไหนก่อน สามารถทัก LINE NockAcademy ม.ต้น เพื่อสอบถามแนวทางเตรียมสอบและคอร์สที่เหมาะกับเป้าหมายได้ค่ะ

LINE ID: @487aamiv

เพื่อให้พี่แอดมินช่วยแนะนำได้ตรงจุด น้องสามารถบอกชั้นเรียน สนามสอบที่สนใจ บทที่ยังไม่มั่นใจ และเวลาที่เหลือก่อนสอบมาพร้อมกันได้เลย

หาเฉลยข้อสอบ MWIT เก่าได้จากไหน? และควรใช้ฝึกอย่างไร?

การฝึกข้อสอบเก่าเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้น้องคุ้นกับแนวคำถามและฝึกแก้โจทย์ภายใต้เวลาจำกัด

แต่พี่แอดมินอยากให้ระวังเรื่องแหล่งที่มาของข้อสอบด้วยนะคะ

เพราะข้อสอบที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตอาจเป็นข้อสอบจากความทรงจำของผู้เข้าสอบ ข้อสอบจำลอง หรือโจทย์ที่ผู้สอนนำมาอธิบายเพิ่มเติม ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อสอบจริงฉบับทางการทั้งหมด

เทคนิคฝึกข้อสอบเก่าให้ได้ประโยชน์มากขึ้น

พี่แอดมินแนะนำให้น้องแบ่งการฝึกเป็นสามขั้นตอน

ขั้นที่ 1: ลองทำด้วยตัวเองก่อนดูเฉลย

ไม่จำเป็นต้องทำถูกทุกข้อ แต่ควรพยายามคิดและจดวิธีที่ตัวเองลองใช้

ขั้นที่ 2: ดูเฉลยเพื่อเข้าใจเหตุผล

อย่าจดจำเฉพาะคำตอบสุดท้าย ให้สังเกตว่าผู้สอนใช้แนวคิดอะไร และมีวิธีแก้ที่ต่างจากของน้องอย่างไร

ขั้นที่ 3: กลับมาทำซ้ำโดยไม่ดูเฉลย

ลองเปลี่ยนเงื่อนไขหรือหาข้อสอบแนวใกล้เคียงมาทำเพิ่ม เพื่อดูว่าน้องเข้าใจจริงหรือยัง

สิ่งที่สำคัญไม่ใช่จำนวนข้อสอบที่ทำได้ทั้งหมด แต่คือจำนวนข้อที่เคยผิดแล้วสามารถเข้าใจและแก้ไขได้ด้วยตัวเองค่ะ

เหลือเวลา 3 เดือนก่อนสอบ MWIT แก้จุดอ่อนได้ทันไหม?

คำตอบคือ มีโอกาสพัฒนาได้ค่ะ แต่จะพัฒนาได้มากแค่ไหนขึ้นอยู่กับพื้นฐานเดิม เวลาที่มี และวิธีเตรียมตัวของน้องแต่ละคน

พี่แอดมินไม่อยากให้น้องคิดว่าต้องอ่านหนังสือทั้งวันจึงจะสอบได้ เพราะการอ่านแบบไม่มีแผนอาจทำให้เสียเวลาไปกับบทที่แม่นอยู่แล้ว แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ทำให้คะแนนหายจริง ๆ

หากมีเวลาเตรียมตัวประมาณ 3 เดือน ลองแบ่งแผนอ่านหนังสือออกเป็นสามระยะดังนี้

เดือนที่ 1: เก็บพื้นฐานและหาจุดอ่อน

เริ่มจากทำแบบทดสอบเพื่อประเมินพื้นฐานคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แล้วจดว่าบทไหนผิดบ่อยที่สุด

หลังจากนั้นจึงจัดลำดับหัวข้อที่ต้องทบทวน โดยควรเริ่มจากพื้นฐานที่จำเป็นต่อการทำโจทย์หลายบท เช่น สมการ การแปลความหมายกราฟ และแนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

ช่วงนี้ไม่จำเป็นต้องทำข้อสอบยากทุกวัน แต่ควรมั่นใจว่าเข้าใจเนื้อหาที่กำลังอ่านจริง ๆ

เดือนที่ 2: เพิ่มโจทย์ประยุกต์และจับเวลา

เมื่อน้องเริ่มทำโจทย์พื้นฐานได้แม่นแล้ว ให้เพิ่มโจทย์ที่ต้องใช้ความรู้หลายบทและฝึกจัดการเวลา

น้องอาจเริ่มจากการทำโจทย์เป็นชุดสั้น ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มระยะเวลาจนใกล้เคียงกับการสอบจริง

หลังทำแต่ละชุด ควรบันทึกจำนวนข้อที่ผิด เหตุผลที่ผิด และเวลาที่ใช้ เพื่อดูว่าผลการฝึกดีขึ้นหรือไม่

เดือนที่ 3: ฝึก Mock Exam และแก้ความผิดพลาดซ้ำ

เดือนสุดท้ายควรเน้นการจำลองสถานการณ์สอบจริง โดยทำคณิตศาสตร์ 90 นาที และวิทยาศาสตร์ 90 นาที ตามรูปแบบเวลาของรอบแรก

หลังสอบจำลองเสร็จ อย่าเพิ่งดูแค่คะแนนรวม แต่ควรวิเคราะห์ด้วยว่า

  • วิชาไหนยังมีคะแนนต่ำกว่าที่ตั้งเป้า?
  • บทไหนยังทำผิดซ้ำ?
  • ใช้เวลากับข้อสอบยากมากเกินไปหรือไม่?
  • มีข้อใดที่ทำได้แต่เสียคะแนนเพราะความประมาท?

จากนั้นค่อยนำผลที่ได้มาปรับตารางอ่านหนังสือของสัปดาห์ถัดไปค่ะ

สำหรับน้องที่กำลังจะสอบ MWIT รอบแรกปี 2570 ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว ไม่ควรเริ่มแผนสามเดือนใหม่ แต่ควรเน้นทบทวนจุดอ่อนสำคัญและฝึกบริหารเวลาในช่วงสุดท้ายแทน

อยากผ่าน MWIT รอบ 1 ต้องแม่นทั้งคณิตและวิทย์ แต่ถ้าอยากไปถึงรอบสุดท้าย ต้องเข้าใจมากกว่าจำสูตร

จากข้อมูลการสอบ MWIT ปีการศึกษา 2570 สิ่งที่น้อง ๆ ต้องจำให้ขึ้นใจคือ รอบแรกคัดเลือกผู้ผ่านจำนวน 500 คน จากผลรวม T-Score ของคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยแต่ละวิชาต้องมี Percentile ไม่ต่ำกว่า 55

ดังนั้น การเตรียมสอบจึงไม่ใช่แค่การพยายามเก็บคะแนนวิชาที่ถนัดให้สูงที่สุด แต่ต้องตรวจสอบด้วยว่าวิชาที่อ่อนยังมีความเสี่ยงต่อการไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำหรือไม่

สำหรับรอบสอง MWIT ใช้ผลคะแนนสอบรอบสองในการคัดเลือกนักเรียน 240 คน ขณะที่โครงการ วมว., จภ. และ พสวท. มีหลักเกณฑ์และรูปแบบประเมินเฉพาะของตัวเอง

พี่แอดมินอยากให้น้อง ๆ จำไว้ว่า ไม่จำเป็นต้องทำข้อสอบทุกข้อได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่ควรรู้ว่าตัวเองผิดตรงไหน และฝึกจนเข้าใจว่าจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร

เพราะการอ่านหนังสือให้ได้ผล ไม่ได้วัดจากจำนวนชั่วโมงหรือจำนวนข้อสอบที่ทำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าความเข้าใจและความแม่นยำเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ด้วยค่ะ

เตรียมสอบ MWIT วมว. จภ. ให้ตรงจุดกับ NockAcademy

ถ้าน้องกำลังเตรียมสอบเข้า ม.4 สายวิทย์ แต่ยังมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น คณิตศาสตร์ทำไม่ทัน วิทยาศาสตร์ยังไม่แม่น หรือเจอโจทย์ UNSEEN แล้วไม่รู้จะเริ่มตรงไหน

พี่แอดมิน NockAcademy อยากชวนให้เริ่มจากการสำรวจจุดอ่อนของตัวเองก่อน แล้วค่อยวางแผนฝึกให้เหมาะกับสนามสอบที่ตั้งเป้าไว้ค่ะ

สามารถทักมาสอบถามแนวทางการเตรียมสอบและข้อมูลคอร์สเรียนได้ที่

LINE NockAcademy ม.ต้น: @487aamiv

เพิ่มเพื่อน LINE: https://line.me/R/ti/p/%40487aamiv

เพราะการเตรียมสอบที่ดี ไม่ใช่แค่การอ่านให้เยอะขึ้น แต่คือการอ่านให้ถูกจุด และพัฒนาความเข้าใจให้พร้อมสำหรับโจทย์ที่ยังไม่เคยเห็นค่ะ 💙

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์. (2569). ประกาศการสอบคัดเลือกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2570 (รอบแรก). https://drive.google.com/file/d/1o1mGXdqf50tTiVuQqz-EgjDCsr06IAa1/view
  2. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2569). ประกาศรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ชั้น ม.4 ปีการศึกษา 2570. https://drive.google.com/file/d/1oAPukqV5kwgbdsqJQcJmd7ZNjdJsuKSP/view
  3. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2569). ประกาศรับสมัครโครงการ วมว. ปีการศึกษา 2570. https://drive.google.com/file/d/1uOBiWR4d-bqDrT6Vu7PJjc4NA66sUfSx/view
  4. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2569). ประกาศการสอบคัดเลือกเข้ารับทุน พสวท. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2570. https://drive.google.com/file/d/1ODsh-JRZMLk3S3lCfB_ys-F4i3kTykTP/view
  5. KOSEN-KMITL. (2569). KOSEN-KMITL Opens Applications for Academic Year 2027. https://kosen.kmitl.ac.th/th/articles/KOSEN-KMITL-Applications-for-Academic-Year-2027-ENG